เสียงฝนที่กระหน่ำซัดลงมากระจกรถยนต์ยุโรปคันหรูราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายในความมืดมิด บรรยากาศรอบตัวช่างอ้างว้างและบีบคั้นหัวใจจนอลิสาแทบจะหายใจไม่ออก เม็ดฝนหนาทึบพร่างพรูลงมาปิดกั้นวิสัยทัศน์จนหมดสิ้น ทว่านั่นยังไม่น่ากลัวเท่ากับเข็มไมล์ที่นิ่งสนิทและกลิ่นไหม้จางๆ ที่ลอยมาจากฝากกระโปรงหน้ารถ
เครื่องยนต์รถเก๋งคันเก่าของเธอส่งเสียงสะอื้นเฮือกสุดท้ายก่อนจะดับสนิทลงท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดอย่างไม่ลืมหูลืมตา ถนนสายเปลี่ยวที่ตัดผ่านเขตอิทธิพลของคาสิโนเถื่อนในยามวิกาลเช่นนี้ไม่มีแม้แต่เงาของรถยนต์สักคันเดียว อลิสาผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนแน่น มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเอื้อมไปบิดกุญแจรถซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงความเงียบงันและความมืดมิดที่โอบล้อมเข้ามาทุกที
"ให้ตายสิ..."
เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความคับ
แค้นใจ ขณะควานหากระเป๋าถือเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือ แต่หน้าจอกลับปรากฏสัญญาณเตือนสีแดงก่ำ—แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงในเวลาที่เลวร้ายที่สุด
ท่ามกลางความมืดทึบที่มีเพียงแสงแฟลชจากฟ้าแลบเป็นระยะ เงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ปรากฏขึ้นที่นอกกระจกฝั่งคนขับอย่างเงียบเชียบ ราวกับภูตผีที่ก้าวออกมาจากความมืดมิดของรัตติกาล อลิสาสสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระโจนขึ้นมาจุกที่ลำคอเมื่อดวงตาคู่นั้นประสานเข้ากับเธอผ่านกระจกที่เปียกชุ่มไปด้วยหยดฝน
คาร์ลอส บาสเตียน...
ชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของอาณาจักรใต้ดินยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายฝนโดยไม่แม้แต่จะสนใจความเปียกปอน เม็ดฝนที่ไหลร่วงหล่นตามโครงหน้าคมคายยิ่งขับเน้นความดิบเถื่อนและทรงอำนาจของเขาให้เด่นชัดขึ้นไปอีก เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่แนบไปกับแผงอกกว้างและรอยสักลึกลับที่โผล่พ้นปกเสื้อ รอยยิ้มมุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยียบเย็นและความกระหายในการล่าเหยื่อ
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะกระจกสามครั้งดังทะลุเสียงฝนเข้ามา ราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย อลิสาเม้มริมฝีปากแน่น มือที่กำพวงมาลัยสั่นเทาแต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความหวาดกลัวนี้กลับเจือปนไปด้วยกระแสความเร่าร้อนบางอย่างที่วิ่งพล่านไปทั่วร่างอย่างน่าประณาม
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะกดกระจกรถลงเพียงเล็กน้อย สายตาคมกริบของเธอมองลอดช่องว่างนั้นออกไปเผชิญหน้ากับเขา
"รถเสียเหรอครับ... อ้อ ลืมไป คุณผู้ตรวจสอบบัญชีมือสะอาดไม่น่าจะชอบคำว่า 'ครับ' จากปากผมสินะ" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยเย้าเย้ย ทว่าแววตากลับคมกราบและเต็มไปด้วยความปรารถนาอันตรายที่พร้อมจะกลืนกินเธอทั้งตัว
"คุณมาทำอะไรที่นี่..." อลิสาเค้นเสียงถาม พยายามซ่อนความสั่นเครือไว้ภายใต้เกราะป้องกันอันเปราะบาง
"มาเก็บกวางน้อยที่หลงเข้ามาในเขตหวงห้ามมั้งครับ" คาร์ลอสหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่สั่นสะเทือนความรู้สึกของคนฟังจนปั่นป่วน ก่อนที่มือหนาและทรงพลังจะเอื้อมมากระชากเปิดประตูรถของเธอออกอย่างง่ายดายราวกับมันไม่ได้ถูกล็อคไว้ตั้งแต่แรก
"กรี๊ด! คุณจะทำอะไร..." อลิสาอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อความเย็นเยียบของสายฝนสาดซัดเข้ามาพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างอุกอาจ
คาร์ลอสไม่ฟังเสียงทททักท้วง เขาโน้มตัวเข้ามาประชิดจนกลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์—กลิ่นบุหรี่ราคาแพงผสมกับความเย็นชื้นของสายฝน—โอบล้อมร่างของเธอไว้ทั้งหมด ความร้อนจากกายของเขาแผดเผาเข้ามาจนอลิสารู้สึกราวกับผิวเนื้อกำลังจะละลาย มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของเธอ ออกแรงบีบเพียงเล็กน้อยแต่หนักแน่นจนเธอไม่สามารถขัดขืนได้
"ลงมา" คำสั่งสั้นๆ ห้วนๆ แต่เด็ดขาดราวกับประกาศิตที่ไม่อาจปฏิเสธได้
"ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น! ปล่อยนะ!" อลิสาพยายามยื้อข้อมือกลับและผลักแผงอกกว้างของเขา แต่มันช่างไร้ความหมาย เธอก็เหมือนลูกนกตัวน้อยที่ติดอยู่ในอุ้งมือของพญาอินทรีที่พร้อมจะขย้ำให้แหลกคาอุ้งมือ
"ถ้าคุณไม่อยากนั่งหนาวตายอยู่ในซากเหล็กคันนี้ หรือไม่อยากตกเป็นเหยื่อของพวกหมาป่าข้างถนนที่วนเวียนอยู่แถวนี้... ก็เลือกเอาว่าจะเดินไปขึ้นรถของผมดีๆ หรือจะให้ผมอุ้มคุณพาดบ่าแล้วแบกไป" คาร์ลอสโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากใบหูของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้อลิ ขนลุกชันไปทั้งร่าง
ความดุดันและเร่าร้อนในแววตานั้นบอกชัดเจนว่าเขาไม่ได้ขู่... เขากล้าทำอย่างที่พูดจริงๆ
อลิสาขบฟันแน่นจนกรามขึ้นสัน เธอกวาดสายตามองไปรอบตัวที่มืดมิดและมีเพียงสายฝนโปรยปราย ไม่มีทางเลือกอื่นเหลือให้อีกแล้ว ศักดิ์ศรีค้ำคอถูกบดขยี้ด้วยสถานการณ์ที่บีบคั้น ร่างบางจำต้องพยักหน้ารับอย่างจำยอม
มุมปากของคาร์ลอสกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นความพ่ายแพ้ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่สวยนั้น เขาไม่รอช้า ใช้มือข้างหนึ่งโอบกระชับเอวบางคอดกิ่วของเธอไว้แน่นแนบชิดกับลำตัว ขณะที่มืออีกข้างกางเสื้อแจ็คเก็ตกันฝนคลุมร่างของเธอไว้เพื่อปกป้องจากสายฝน ก่อนจะพาเธอก้าวเดินฝ่าสายพายุไปขึ้นรถหรูคันสีดำสนิทที่จอดรออยู่ไม่ไกล
ทันทีที่ประตูกรูกปิดลง ตัดขาดจากโลกภายนอกที่หนาเหน็บและเปียกปอน บรรยากาศภายในรถกลับยิ่งร้อนระอุและตึงเครียดเสียยิ่งกว่าเดิม กลิ่นอายอันตรายจากตัวมาเฟียหนุ่มอบอวลไปทั่วพื้นที่แคบๆ
คาร์ลอสไม่ยอมขับรถออกไปทันที เขาหันมาหาเธอ ร่างกายกำยำขยับเข้ามาเบียดชิดจนอลิสาต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนติดกับประตูรถ ฝ่ามือใหญ่เอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่เปียกชุ่มลู่แนบแก้มเนียนออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วหยาบกร้านลากไล้ผ่านผิวแก้มร้อนผ่าวทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกะทันหัน
"คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม... ต้องการอะไรจากฉันกันแน่ คาร์ลอส" อลิสาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดื้อรั้นฉายชัดความหวาดหวั่นแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความท้าทาย
คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ชิดจนริมฝีปากของเขาสัมผัสกับใบหูของเธอแผ่วเบา ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินลาดไหล่เนียนที่เปียกชื้น ก่อนที่เสียงกระซิบแหบพร่าจะดังขึ้น ทำเอาหัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ ดิ่งลึกลงสู่ห้วงเหวแห่งเสน่หาที่ไร้ทางหนี
"ก็พาไป... 'ลงทัณฑ์' ในที่ส่วนตัวของผมยังไงล่ะครับ... คนสวย"
ดวงตาคมกราบของมาเฟียหนุ่มลุกโชนด้วยไฟปรารถนาที่ยากจะดับลง ขณะที่รถหรูเคลื่อนตัวฝ่าสายฝนออกไปสู่คฤหาสน์ส่วนตัวที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางหุบเขา—สถานที่ซึ่งประตูแห่งกรงทองได้ปิดตายลง และไม่มีวันยอมให้เธอกลับออกไปอย่างเด็ดขาดอีกต่อไป
(ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในห้วงเสน่หาอันอันตรายนี้กับกุหลาบอาบแสงจันทร์นะคะ)
เจ้าพ่อคาสิโนเถื่อนกับผู้ตรวจสอบบัญชีมือสะอาด•ตอนที่ 9
คืนที่ฝนตกหนักในอาณาจักรเถื่อน
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้าพ่อคาสิโนเถื่อนกับผู้ตรวจสอบบัญชีมือสะอาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!