เสียงล็อกกลอนประตูห้องนอนเพนท์เฮาส์หรูชั้นบนสุดดังคลิก... เป็นเสียงที่หนักแน่นและเด็ดขาด ราวกับเสียงตัดขาดเธออกจากโลกภายนอกทั้งหมด
รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเต้นกระหน่ำจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เธอยืนนิ่งอยู่กลางห้องกว้าง แผ่นหลังบางแนบชิดกับความเย็นเยียบของกระจกหน้าต่างบานยักษ์ที่มองเห็นวิวกรุงยามค่ำคืนระยิบระยับ ทว่าเบื้องหน้าของเธอกลับมืดมนและน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าความมืดใดๆ คีรินก้าวเข้ามาทีละก้าว ย่างก้าวของเขาเชื่องช้า ทรงพลัง และคุกคามราวกับราชสีห์ที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม ปล่อยกระแสกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ
"คิดจะหนีไปไหน รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมา ชายหนุ่มถอดสูทสีดำสนิทโยนลงบนโซฟาอย่างไม่ไยดี ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยสักเลือนรางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เนื้อผ้า รอยยิ้มที่มุมปากของเขาไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เป็นความเหี้ยมเกรียมที่ซ่อนประกายไฟปรารถนาเอาไว้จนน่ากลัว
"ฉันไม่ได้หนี..." เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามตรึงเสียงของตัวเองให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าเรียวขาจะสั่นเทาจนแทบยืนไม่ไหว "ฉันแค่... ต้องการความเป็นส่วนตัวบ้าง คุณไม่มีสิทธิ์มาขังฉันไว้แบบนี้"
"ไม่มีสิทธิ์?" คีรินทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาต่ำพร่า ทันใดนั้น ร่างสูงใหญ่ก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วที่เธอไม่ทันตั้งตัว ฝ่ามือหนากระชากต้นแขนเรียวบางของเธอเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังของเธอแนบติดกับแผ่นอกแข็งกร้าวของเขา "จำใส่สมองเอาไว้ ริน... ทุกตารางนิ้วของเธอ ลมหายใจทุกเฮือก หรือแม้แต่หัวใจดวงนี้ มันเป็นของฉัน ตั้งแต่วินาทีที่เธอเลือกเดินเข้ามาในเกมของฉันแล้ว"
แรงบีบที่ต้นแขนไม่ได้เจ็บปวดจนทนไม่ไหว แต่มันหนักหน่วงจนทำให้เธอรู้ว่าการต่อรองใดๆ ในตอนนี้เป็นเรื่องไร้สาระ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นอายบุหรี่จางๆ ล้อมรอบตัวเธอไว้จนแทบขาดอากาศหายใจ
"ปล่อยนะ... อื้อ!"
คำพูดท้วงติงถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี จูบครั้งนี้ไม่ใช่การโล้สำเภาทางอารมณ์ที่อ่อนหวาน แต่มันคือการลงทัณฑ์... การประกาศสิทธิ์ขาดและการครอบครองที่ดุดัน คีรินขบเม้มริมฝีปากอิ่มของเธอจนรับรู้ได้ถึงรสคาวเลือดจางๆ บังคับให้เธอน้อมรับสัมผัสที่ป่าเถื่อนแต่เร่าร้อนนี้ มือหนาข้างหนึ่งสอดเข้าไปขยุ่มกลุ่มผมยาวสลวย บังคับมุมองศาใบหน้าของเธอให้แหงนรับรสจูบที่ลึกล้ำและดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ จนรินรดาต้องเผยริมฝีปากออกด้วยความอึดอัด เปิดทางให้ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ
รสชาติของความดื้อรั้นถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด รินรดารู้สึกราวกับร่างกายกำลังละลายกลายเป็นขี้ผึ้งลนไฟ เรียวขาหมดแรงจนต้องไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยว ฝ่ามือเล็กกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น ระบายความอึดอัดและวาบหวามที่ตีรวนขึ้นมาในอก เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังประสานกันท่ามกลางความเงียบงัน
เมื่อเขาผละริมฝีปากออกหยادหนึ่งเพื่อให้อากาศเข้าสู่ปอด รินรดาก็หอบหายใจตัวโยน ดวงตาคู่สวยคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับ
แค้นใจและแรงปรารถนาที่เขาเป็นคนจุดชนวนขึ้นมาเอง
"ดื้อนักนะ..." คีรินกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนรดรดแก้มเนียน น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงจนยากจะควบคุม "เธอทำให้ฉันต้องลงโทษเธอให้หนัก... รินรดา"
ร่างบางถูกอุ้มลอยขึ้นจากพื้นด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ มือเรียวรีบคล้องคอเขาไว้โดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ตัวเองร่วงหล่น ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกวางลงบนเตียงนอนคิงไซส์กว้างขวางใจกลางห้องอย่างทะนุถนอมในความรุนแรง แต่ทว่า... รวดเร็วและเด็ดขาด
คีรินตามทาบทับลงมาทันที น้ำหนักตัวของเขาตรึงเธอไว้ใต้ร่าง ร่างกายแนบชิดกันทุกสัดส่วนจนไร้ช่องว่าง แววตาดุจดั่งนักล่าของมาเฟียหนุ่มจ้องมองเรือนร่างใต้ร่างของเขาด้วยความเร่าร้อนราวกับจะกลืนกิน เธอพยายามจะเบือนหน้าหนี แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งกลับเชยคางเธอให้กลับมาสบตา ประสานสายตากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"มองหน้าฉัน... ริน" เสียงสั่งทุ้มต่ำราวกับมนต์สะกด "จดจำความรู้สึกนี้ไว้ ว่าเธอไม่มีวันหนีพ้นมือฉันไปได้"
เสื้อผ้าเนื้อดีถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นด้วยความชำนาญและความรีบร้อนที่สะสมมาจากการยั่วเย้าของความดื้อรั้นตลอดทั้งวัน
สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ไปตามผิวเนียนละเอียด ทุกจุดที่เขาแตะต้องราวกับมีเปลวไฟแผดเผาตามรอยสัมผัส รินรดาสั่นสะท้าน ผิวเนื้อขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอายและแรงปรารถนาที่ตีรวนขึ้นมาต่อต้านจิตสำนึกของตนเอง เธอพยายามเม้มริมฝีปากสะกดกลั้นเสียงครางประหลาดที่จ่ออยู่ริมฝีปาก แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกินเมื่อเขาจงใจใช้ปลายนิ้วและริมฝีปากปรนเปรอจุดอ่อนไหวอย่างรู้จุด
"อย่า... อ๊าส์... คีริน..."
เสียงหวานหลุดครางออกมาอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ เมื่อแรงอารมณ์พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ความเย็นชาและทิฐิที่มีก่อนหน้านี้พังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความรุ่มร้อนที่เรียกร้องหาการเติมเต็ม คีรินสอดประสานร่างกายเข้าหาเธออย่างลึกล้ำ หนักหน่วง และเต็มไปด้วยจังหวะจะโคน เร่าร้อนและดิบเถื่อนราวกับพายุที่โหมกระหน่ำในยามค่ำคืน
ทุกแรงปะทะคือบทเรียน... ทุกสัมผัสคือการลงทัณฑ์ที่หวานล้ำจนแทบขาดใจ รินรดาจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขา ระบายความเสียวซ่านและแรงอารมณ์ที่เอ่อล้นจนทะลัก ความเจ็บปวดแปลบปลาบในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นความสุขสมที่ซัดสาดเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่าจนสติปัญญาพร่าเลือน ลมหายใจหอบกระชั้นประสานเสียงกันก้องห้องนอนมืดมิด ท่ามกลางบทเพลงแห่งเสน่หาที่ไม่มีใครยอมใคร
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ หยาดเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผมและเรือนร่างของคนทั้งคู่ รินรดานอนหอบหายใจโรยรินอยู่บนเตียงนอนที่ยับยู่ยี่ ดวงตากลมโตปิดสนิทด้วยความอ่อนเพลีย ร่างกายระทมระทวยแทบขยับเขើบไม่ได้
คีรินโน้มตัวลงมา กอดกระหวัดร่างเปลือยเปล่าของเธอเข้าหาอกแกร่ง ริมฝีปากหยักจูบซับที่ขมับชื้นเหงื่ออย่างอ่อนโยนผิดกับความป่าเถื่อนเมื่อครู่ ความเงียบงันปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่เขาจะกระซิบถ้อยคำชิดใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบ
"นี่แค่เริ่มต้นบทเรียนแรกเท่านั้นนะ รินรดา..." เขายิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ "พรุ่งนี้เช้า... เรายังมีเรื่องต้องสะสางกันอีกยาว"
รินรดาลืมตาขึ้นอย่างตกใจ หัวใจกระหน่ำเต้นด้วยความหวาดหวั่น ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากถามอะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังสนั่นจากด้านนอกก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน—*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*—และตามด้วยเสียงรายงานร้อนรนของลูกน้องคนสนิทที่หน้าห้อง
"นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... สายของเราที่ส่งไปสืบเรื่อง 'มัน' ส่งข่าวมาบอกว่า ของสำคัญหายไปจากตู้เซฟลับ และตอนนี้มันกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ครับ!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงมืดแห่งเสน่หาไปด้วยกันนะครับ
เดทลับฉบับมาเฟียร้าย•ตอนที่ 19
บทเรียนของผู้ดื้อรั้น
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดทลับฉบับมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!