เสียงกระแทกของแก้ววิสกี้ราคาแพงที่ถูกวางลงบนโต๊ะหินอ่อนอย่างแรง จนของเหลวสีอำพันกระเซ็นเปรอะเปื้อนขอบโต๊ะ คือสัญญาณเตือนภัยที่ลูกน้องทุกคนในคฤหาสน์ตระกูลคีรินต่างรู้ดีว่า... นรกกำลังจะมาเยือน
คีรินยืนนิ่งอยู่หน้าบานหน้าต่างกระจกบานใหญ่ในห้องทำงานส่วนตัว แผ่นหลังกว้างไหวระริกด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์จ้องมองออกไปในความมืดมิดยามวิกาลอย่างไร้จุดหมาย ทว่าภายในอกกลับร้อนรุ่มราวกับมีกองเพลิงสุมอยู่เป็นร้อยๆ ตัน
ไม่มีรินรดา
ไม่มีแม้แต่เงาร่างระหงที่เคยนั่งเงียบๆ อยู่มุมห้องหนังสือ ไม่มีเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่คอยย้ำเตือนเขาว่า โลกอันโหดร้ายใบนี้ยังมีมุมที่อ่อนโยนเหลืออยู่
เตียงนอนในห้องใหญ่ว่างเปล่า... กลิ่นกายหอมกรุ่นของเธอยังคงจางเจืออยู่บนหมอน ทว่าเจ้าของกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับอากาศธาตุ
"มันเกิดอะไรขึ้น... ใครเป็นคนปล่อยให้เธอออกไป"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความดุร้าย จนบอดี้การ์ดคนสนิทอย่างศราวุธถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก เขายืนก้มหน้ารับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของเจ้านายหนุ่ม
"จากกล้องวงจรปิดรอบคฤหาสน์... นายหญิงไม่ได้เดินออกไปทางประตูหลักครับท่าน" ศราวุธรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "แต่สัญญาณจีพีเอสจากสร้อยข้อมือที่ท่านเคยให้เธอสวมไว้... มันถูกตัดขาดตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา บริเวณจุดอับสัญญาณแถบชายหาดทิศตะวันตกครับ"
เพล้ง!
แก้ววิสกี้ในมือหนาถูกบีบจนแตกละเอียด คราบเลือดสีแดงสดผสมกับของเหลวสีอำพันหยดลงสู่พื้นพรมราคาแพงทีละหยดสองหยด แต่คีรินกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกเคว้งคว้างและบ้าคลั่งที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจของเขาในยามนี้
รินรดา... กล้าดียังไงถึงหนีเขาไป กล้าดียังไงถึงกล้าท้าทายอำนาจมืดที่คอยปกป้องคุ้มครองเธออยู่
"เตรียมรถ... แล้วเรียกคนทั้งหมดออกตามหาให้พลิกแผ่นดิน" คีรินหันขวับมามองลูกน้องด้วยแววตาดิบเถื่อนที่ไร้ซึ่งความปราณีใดๆ อีกต่อไป "ถ้าหาตัวเธอไม่เจอ... พวกแกทุกคนเตรียมตัวฝังลงหลุมพร้อมกันได้เลย!"
รถยนต์สีดำสนิทนับสิบคันพุ่งทะยานออกจากคฤหาสน์ราวกับฝูงมัจจุราชที่กระหายเลือด บรรยากาศภายในรถคันกลางอวลไปด้วยความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก คีรินนั่งไขว่ห้างอยู่เบาะหลัง ดวงตาสสีนิลจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงตำแหน่งสุดท้ายของสัญญาณจีพีเอสอย่างไร้ความรู้สึก มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
เขาไม่ได้โกรธที่เธอกล้าหนี... แต่เขากลัว กลัวว่าโลกใบนี้จะกลกลืนเธอกลับไป กลัวว่ารอยยิ้มและสัมผัสอุ่นๆ ของเธอจะหายไปจากชีวิตของเขาตลอดกาล
รถเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทบริเวณบ้านพักตากอากาศร้างริมหน้าผา ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่สัญญาณถูกตัดขาด คีรินก้าวลงจากรถเป็นคนแรก ลมทะเลสาบพัดตีปะทะใบหน้าหล่อเหลาที่บึ้งตึงจนน่ากลัว เขากวาดสายตามองรอบกายอย่างละเอียด ก่อนจะพบเศษผ้าลูกไม้สีขาวชิ้นเล็กๆ ตกอยู่บนพื้นหญ้าใกล้โขดหิน
ร่างสูงก้าวเข้าไปหยิบมันขึ้นมาอย่างทะนุถนอม สัมผัสคุ้นเคยทำให้หัวใจที่กำลังบ้าคลั่งยิ่งกระหน่ำรัวแรงขึ้นไปอีก กลิ่นกายของเธอ... ยังติดอยู่บนเนื้อผ้าชิ้นนี้
"ท่านครับ! เจอรถคันที่น่าสงสัยจอดทิ้งไว้ห่างออกไปสองกิโลเมตรครับ" ศราวุธวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาายงาน
คีรินไม่รอช้า เขาสืบเท้าก้าวสาวเร็วจนกลายเป็นวิ่งไปยังจุดที่ลูกน้องพบเบาะแส หัวใจของมาเฟียผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครกำลังสั่นไหวด้วยความหวาดหวั่นเป็นครั้งแรกในชีวิต
ภายในบ้านพักตากอากาศร้าง มืดสลัวและมีกลิ่นอับชื้น ลมทะเลพัดหวีดหวิวผ่านหน้าต่างที่แตกเสียหาย คีรินพังประตูไม้เก่าๆ เข้าไปด้วยการถีบเพียงครั้งเดียว ฝุ่นละอองตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ที่กลางห้อง... ร่างระหงของรินรดานั่งคุดคู้ผูกติดอยู่กับเก้าอี้ไม้เก่าๆ สภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยเผยให้เห็นหัวไหล่เนียนนุ่มและร่องรอยการต่อสู้ เส้นผมยาวสลวยยุ่งเหยิงปรקיบใบหน้าหวานที่ซีดเซียว ดวงตาคู่สวยบวมช้ำจากการร้องไห้ แต่ประกายความเด็ดเดี่ยวยังคงฉายชัดอยู่ในนั้น
เมื่อเงยหน้าขึ้นมาสบตากับร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าประตู หยาดน้ำตาก็เอ่อล้นทะลักออกมาอีกครั้งอย่างกลั้นไม่อยู่
"คีริน..." เสียงหวานแหบพร่าเอמהชื่อเขาเบาหวิว
หัวใจที่เกือบจะหยุดเต้นของคีรินกระชากกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ความโกรธเกรี้ยว ความหวาดกลัว และความปรารถนาอันดิบเถื่อนหลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นแรงระเบิดที่ควบคุมไม่ได้
เขาก้าวเข้าไปหาร่างบางด้วยฝีเท้าหนักหน่วงราวกับปีศาจที่กำลังจะกลืนกินเหยื่อ รินรดาผวาถอยหลังเล็กน้อยตามสัญชาตญาณเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งและหิวกระหายของชายหนุ่มตรงหน้า
"กล้ามากนะ..." คีรินโน้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่สั่นเทา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มเนียน น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ "คิดจะหนีไปจากฉัน... งั้นเหรอ"
"ฉันไม่ได้..." รินรดายังไม่ทันได้เอื้อnเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ เรียวปากอุ่นจัดก็ถูกบดขยี้ลงมาอย่างไร้ความปราณี
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน... แต่มันคือการลงทัณฑ์ คือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างป่าเถื่อน คีรินขบเม้มริมฝีปากนุ่มจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ มือหนาข้างหนึ่งกระชากเชือกที่มัดข้อมือเธอออกอย่างไร้ความปราณี ก่อนจะรวบข้อมือบางทั้งสองข้างไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างบีบเค้นเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบชิด
รินรดาครางอือในลำคอด้วยความเจ็บปวดและวาบหวาม ร่างกายอ่อนปวกเปียกแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น หากไม่มีอ้อมแขนแข็งแกร่งของเขาที่โอบรัดเอวเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
"จำเอาไว้... ว่าเธอไม่มีวันหนีฉันพ้น รินรดา" คีรินผละริมฝีปากออกเล็กน้อย หน้าผากแนบชิดกับหน้าผากของหญิงสาว ดวงตาคมกริบเปล่งประกายความคลั่งไคล้จนน่ากลัว "ต่อให้เธอหนีไปสุดขอบโลก... ฉันก็จะลากตัวเธอกลับมาลงโทษบนเตียงของฉันให้สาสม"
ริมฝีปากหนาก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนอย่างกระหายหิว ขบเม้มสร้างรอยรักสีแดงช้ำไปทั่วลำคอระหง ท่ามกลางเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดที่ประสานกันกับเสียงคลื่นซัดสาดด้านนอก
ทว่า ในวินาทีที่คีรินกำลังจะประทับรอยจูบลงบนเรียวปากอิ่มอีกครั้ง... แสงไฟสีแดงฉานสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบ้านพัก พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังรายล้อมตัวอาคารแห่งนี้ไว้
ศราวุธวิ่งหน้าตาตื่นพุ่งเข้ามาในห้อง พร้อมกับตะโกนเสียงดังลั่น "ท่านครับ! พวกมันมากันเป็นร้อย... และคนที่นำทีมมาไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็น 'คุณภาคิน' พี่ชายต่างมารดาของท่านเองครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้นะครับ
เดทลับฉบับมาเฟียร้าย•ตอนที่ 32
ความบ้าคลั่งเริ่มต้นขึ้น
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดทลับฉบับมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!