ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุด ไม่ได้แปลว่าความปลอดภัยกำลังโอบล้อมพวกเขาอยู่ ตรงกันข้าม... มันคือความกดดันระดับสูงสุดที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ คีรินยืนหันหลังให้ร่างบางที่เพิ่งก้าวเข้ามา เงามืดทอดตัวยาวทับถมแผ่นหลังกว้างที่ปกติจะตั้งตรงอย่างองอาจ ทว่าในยามนี้ มันกลับโค้งงอเล็กน้อยราวกับกำลังแบกรับน้ำหนักของโลกทั้งใบไว้
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นอายของบุหรี่ราคาแพงและคราบเลือดจางๆ ที่ติดอยู่บนเสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขา เป็นเครื่องยืนยันว่าค่ำคืนนี้ผ่านสมรภูมิอันโหดร้ายมามากเพียงใด เธอไม่เคยเห็นเขาในสภาพนี้... ผู้ชายที่เคยหยิ่งผยองและควบคุมทุกสิ่งในโลกใต้ดินด้วยปลายเล็บ กำลังสั่นเทาอย่างเงียบเชียบ
"คุณคีริน..." เสียงหวานเอ่ยเรียกแผ่วเบา ราวกับเกรงว่าเสียงของเธอจะไปทำลายเกราะป้องกันสุดท้ายที่เหลืออยู่ของเขา
ร่างสูงหันกลับมาอย่างช้าๆ แววตาคมกริบที่เคยดุดันและสร้างความหวาดผวาให้ใครต่อใคร ในยามนี้กลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยร่องรอยของความแตกสลาย มันเป็นสายตาของคนที่สูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไป และไม่อาจย้อนเวลากลับมาแก้ไขได้อีกแล้ว คีรินไม่ได้พูดอะไร เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยฝีเท้าที่มั่นคงแต่ไร้เรี่ยวแรง ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมตรงหน้าเธอ
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ เธอย่อตัวลงตามโดยอัตโนมัติ สองมือเรียวสั่นเทายื่นไปประคองใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า ปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวแก้วที่เย็นเฉียบและเปียกชื้น... เขาไม่ได้กำลังร้องไห้ฟูมฟาย แต่น้ำตาของผู้ชายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้ กำลังรินไหลอย่างไร้เสียง เป็นหยาดหยดที่หนักหน่วงและกรีดแทงหัวใจเธอยิ่งกว่าคมมีด
"ผมเหนื่อย... รินรดา" เสียงทุ้มแหบพร่าหลุดลอดริมฝีปากที่สั่นระริก มันไม่ใช่คำสั่ง ไม่ใช่การคาดคั้น และไม่ใช่การใช้อำนาจกดขี่ แต่มันคือเสียงกระซิบของมนุษย์คนหนึ่งที่ยอมจำนนต่อความเปราะบางของตนเอง
หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบลึกลงไปในความรู้สึกที่ซับซ้อน ความโกรธเคือง ความหวาดกลัว และความแค้นเคืองที่มีต่อเขาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ราตรีกาลนี้ราวกับถูกชะล้างด้วยหยาดน้ำตาของผู้ชายตรงหน้า เธอดึงร่างสูงเข้าหาตัวอย่างไม่ลังเล สวมกอดแผ่นอกกว้างที่กำลังสะท้อนขึ้นลงรุนแรง ใบหน้าแนบชิดกับลาดไหล่หนา ปล่อยให้ความอบอุ่นจากร่างกายของเธอโอบอุ้มความมืดมนในตัวเขาเอาไว้
คีรินซบใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อจนเกิดความสั่นสะท้าน มือหนาที่เคยสังหารคนมานับไม่ถ้วน กลับยกขึ้นโอบกอดเอวบางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่หลุดลอยหายไปจากความมืดมิด แรงบีบรัดที่เอวหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนถึงความโหยหาและความหวาดกลัวที่จะสูญเสียอย่างชัดเจน
"ฉันอยู่นี่..." รินรดากระซิบปลอบโยน เสียงของเธอนุ่มนวลและมั่น
ริมฝีปากร้อนจัดของคีรินกดจູບลงบนต้นคอระหงอย่างเนิบนาบ สัมผัสที่เปลี่ยนจากความดุดันดิบเถื่อน กลายเป็นการเรียกร้องและการโหยหาอย่างสิ้นเชิง รสจูบไล้ขึ้นมาตามแนวคางก่อนจะครอบครองริมฝีปากนุ่มของเธอ ความอ่อนโยนที่เจือปนด้วยความเร่าร้อนอันลึกซึ้ง ทำให้รวดร้าวไปทั้งร่าง ความยินยอมพร้อมใจหลอมรวมพวกเขาเข้าด้วยกันในพื้นที่ส่วนตัวแห่งนี้ ไร้ซึ่งเกราะป้องกัน ไร้ซึ่งสถานะทางสังคม มีเพียงความปรารถนาอันบริสุทธิ์ที่จะเยียวยารอยแผลในใจของกันและกัน
มือหนาเลิกชายเสื้อผ้าของเธอขึ้นอย่างช้าๆ สัมผัสหยาบกร้านแต่ทว่านุ่มนวลในเวลาเดียวกันลูบไล้ไปตามผิวเนื้อเนียนละเอียด ทุกตารางนิ้วที่ปลายนิ้วของเขาผ่านไป สร้างแรงสั่นสะเทือนทางอารมณ์จนรินรดาต้องแอ่นกายเข้าหาโดยสัญชาตญาณ เสียงครางแผ่วเบาดังเล็ดลอดริมฝีปาก เมื่อริมฝีปากร้อนของเขาครอบครองยอดอกผ่านเนื้อผ้า ก่อนจะปลดเปลื้องอุปสรรคชิ้นสุดท้ายออกไปในความสลัวของห้อง
สมรภูมิแห่งราคะถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้ง มิใช่ด้วยอำนาจหรือการบังคับขู่เข็ญ แต่ด้วยความเปราะบางที่เรียกร้องหาการเติมเต็ม คีรินเคลื่อนกายเข้าหาเธอด้วยจังหวะที่เนิบช้าแต่ลึกซึ้ง ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความหมายของการยึดครองและการโอบอุ้ม ร่างกายแนบชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ลลมหายใจหอบกระชั้นประสานเสียงกับเสียงครางหวานที่ดังคลอไปกับความเงียบยามเที่ยงคืน แรงกระแทกกระทั้นที่เพิ่มระดับความเร่าร้อนขึ้นทีละน้อย ดึงพาทั้งคู่ดำดิ่งลงไปในห้วงแห่งความสุขสมที่ไร้ซึ่งทางหนีทีไล่ รินรดาจิกมือลงบนแผ่นหลังกว้าง ฝากรอยเล็บระบายความเสียวซ่านที่โถมกระหน่ำเข้ามาไม่ยั้ง ขณะที่คีรินฝังใบหน้าลงที่ลาดไหล่ของเธอ ปลดปล่อยหยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้นสุดท้ายให้ซึมซับไปกับผิวเนื้อของหญิงสาวผู้เป็นที่รัก
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่
ร่างทั้งสองนอนแนบชิดกันอยู่บนเตียงกว้าง ท่ามกลางความเงียบสงบที่เริ่มกลับคืนมา คีรินใช้แขนแกร่งโอบรัดร่างของรินรดาไว้แนบอก ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอขึ้น รอยแผลในใจดูเหมือนจะทุเลาลงภายใต้สัมผัสและอุณหภูมิจากร่างกายของเธอ หญิงสาวซุกตัวอยู่ใต้ร่มเงาของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล รู้สึกได้ถึงหัวใจของเขาที่เต้นเป็นจังหวะมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ
ทว่า... ความเงียบสงบนั้นกลับถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูห้องทำงานชั้นบน เสียงกระแทกประตูดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงปืนเก็บเสียงที่ดังขึ้นหนึ่งนัดทะลุกระจกเข้ามา รินรดาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ขณะที่ดวงตาคู่คมของคีรินที่เพิ่งจะสงบลง กลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความเหี้ยมเกรียมในชั่วพริบตา มือหนาคว้าปืนพกใต้หมอนขึ้นมาขึ้นลำอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงร่างเธอกดลงไปใต้ผ้าห่มหนาโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
"ซ่อนอยู่ตรงนี้... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด" คีรินกระซิบสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดเยือกเย็น ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนโดยสวมเพียงกางเกงขายาว เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างที่มีรอยแผลเป็นจากการต่อสู้ เขากำลังจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกยามวิกาล
แต่ทว่า... ประตูห้องนอนกลับถูกถีบพังกระเด็นเข้ามาพร้อมกับร่างของลูกน้องคนสนิทที่ล้มฟุบลงจมกองเลือด และเงาร่างของใครบางคนก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามา... บุคคลที่คีรินคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงมืดแห่งเสน่หาไปด้วยกันนะครับ
เดทลับฉบับมาเฟียร้าย•ตอนที่ 25
น้ำตามาเฟีย
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดทลับฉบับมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!