เสียงกัมปนาทของบานประตูไม้สักทองที่ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ เป็นดั่งสัญญาณเตือนภัยที่สั่นคลอนบรรยากาศอันตึงเครียดภายในห้องสวีทหรูหราให้ดิ่งลึกลงสู่ความมืดมนยิ่งกว่าเดิม รินรดาหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยความตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเมื่อพบว่าเป็นลูกน้องคนสนิทของมาเฟียหนุ่มที่หน้าตาตื่นตระหนก ขณะที่คีรินสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ดวงตาสีนิลกาฬวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญอย่างไม่น่าให้อภัย
"นายครับ... ทางฝั่งเขตตะวันตกเริ่มเคลื่อนไหวแล้วครับ มันส่งคนเข้ามาสอดส่องพื้นที่ของเรา" เสียงรายงานที่ขาดๆ หายๆ หยุดชะงักลงทันที เมื่อคีรินยกมือขึ้นปัดอากาศเป็นเชิงสั่งหยุด พร้อมกับส่งสายตาดิบเถื่อนที่คมกริบดั่งใบมีดอาบยาพิษไปให้ลูกน้องตัวดี
"ไสหัวออกไปซะ..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างน่ากลัว "ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ถ้ามันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย... แกไม่มีสิทธิ์เหยียบเข้ามาในห้องนี้จนกว่าฉันจะสั่ง ออกไป!"
ลูกน้องหนุ่มหน้าซีดเผือด รีบก้มหัวรับคำสั่งแล้วถอยรوتออกจากห้อง ปิดประตูลงกลอนอย่างเงียบเชียบราวกับกลัวว่าลมหายใจของตนเองจะไปกระตุ้นอารมณ์ดุร้ายของเจ้าพ่อหนุ่มเข้า ประตูบานใหญ่ปิดสนิทลงอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่หนาแน่นจนแทบได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร่งของคนทั้งคู่
คีรินหันกลับมาหารินรดาที่ยังคงยืนพิงขอบโต๊ะทำงาน แผ่นหลังบางแนบชิดกับเนื้อไม้เย็นเฉียบ ทว่าอุณหภูมิในกายของเธอกลับร้อนรุ่มดั่งถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิง ดวงตาสีนิลที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความกระหายและความดุดันที่ถูกขัดจังหวะจนพุ่งทะยานถึงขีดสุด
"เราค้างกันอยู่ตรงไหนนะ... รินรดา"
เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมใบหู ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะก้าวเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็วจนเธอไม่มีโอกาสแม้แต่จะขยับหนี ไออุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาห่อหุ้มเรือนร่างเธอดั่งกรงขังไร้ซี่กรง ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นตรึงกรอบหน้าสลักเสลาของเธอไว้บังคับให้เงยขึ้นรับสัมผัส ขณะที่มืออีกข้างโอบกอดเอวคอดกิ่วไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก หลอมรวมร่างกายของทั้งสองให้แนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่างสำหรับอากาศ
รินรดาพยายามผือนกายถอยหนี แต่แรงกดดันจากอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นหนักหน่วงเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ จะต้านทานไหว หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความกลัวผสมผสานกับความวับวามแปลกประหลาดที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดทำให้ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น
"ปล่อยฉัน... คุณคีริน" เธอเอ่ยเสียงสั่น พยายามซ่อนความหวั่นไหวไว้ใต้ความเยือกเย็นที่เหลืออยู่
"ปล่อยงั้นหรือ?" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาพินิจพิเคราะห์เรือนร่างอรชรราวกับเสือร้ายที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ "ในเมื่อเธอเป็นคนก้าวเข้ามาในอาณาจักรของฉันเอง... ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้เดินออกไปโดยที่ไม่มีร่องรอยของความเป็นเจ้าของติดตัวกลับไป!"
สิ้นคำประกาศิต ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาอย่างไร้ความปราณี รสจูบในครานี้ไม่ได้นุ่มนวลหรือหยั่งเชิงเช่นคราแรก หากแต่ดุดัน เร่าร้อน และป่าเถื่อนราวกับการลงทัณฑ์ ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาที่ตรึงสะโพกและเอวคอดเริ่มลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้เนื้อผ้าอย่างจงใจปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายสาวให้ตื่นขึ้น
รินรดาสะท้านเฮือก เปลือกตาปิดพริ้มลงด้วยความรู้สึกวับหวามที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว ความโกรธขึงในคราแรกมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความร้อนรุ่มที่แผดเผาสติสัมปชัญญะให้หลุดลอย ร่างกายของเธออ่อนปวกเปียกจนต้องใช้ไหล่กว้างของเขาเป็นที่ยึดเหนี่ยว มือเรียวเล็กยกขึ้นกำเสื้อเชิ้ตเนื้อดีของเขาแน่น ขยุ้มจนเนื้อผ้าพับยับยู่ยี่เพื่อระบายความเสียวซ่านที่กัดกินหัวใจ
คีรินผละริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หญิงสาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ทว่าดวงตาคมกลาฬกลับจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อและแดงก่ำของเธอด้วยความพึงพอใจ นิ้วโป้งหยาบกร้านลูบไล้ริมฝีปากนั้นเบาๆ ก่อนจะเคลื่อนต่ำลงมาที่ลำคอระหง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้อจนเกิดอาการขนลุกชันไปทั่วร่าง
"เธอเป็นของฉัน... รินรดา" เขาพกระซิบเสียงพร่าข้างกกหู น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ายวนและคำขาดที่ไม่อาจปฏิเสธ "จำใส่ใจไว้ให้ดีว่าร่างชีวีนี้... เป็นของคีรินคนนี้แต่เพียงผู้เดียว"
คมเขี้ยวคมกริบของซาตานร้ายขบเม้มลงบนผิวเนื้อเนียนละเอียดบริเวณลาดไหล่เนียนอย่างจงใจ ไม่รุนแรงจนถึงขั้นเจ็บปวด แต่หนักหน่วงพอที่จะฝังรอยประทับสีุ่กุหลาบเข้มไว้บนเรือนร่างของเธออย่างถาวร ความเจ็บแปลบปลาบผสานกับกระแสความวาบหวามที่วิ่งพล่านไปตามเส้นประสาท ทำให้รินรดากรีดร้องครางแผ่วเบาออกมาด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ร่างกายสั่นสะท้านภายใต้การครอบครองอันยิ่งใหญ่ของมาเฟียหนุ่ม
เขายกย่องร่างบางขึ้นวางประทับบนขอบโต๊ะทำงาน แขนแกร่งทั้งสองข้างกักขังเธอไว้ตรงกลาง โน้มใบหน้าลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นกายหอมหวานที่มอมเมาสติสัมปชัญญะของเขาให้ลุ่มหลงจนโงหัวไม่ขึ้น สัมผัสจากเรียวลิ้นร้อนลากผ่านผิวเนื้อลงมาถึงไหปลาร้า ตอกย้ำความเป็นเจ้าของในทุกตารางนิ้ว ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดสนิทแนบจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยไฟปรารถนาอันเร่าร้อนและยากจะดับลง
ทว่า... ในขณะที่อารมณ์เสน่หาพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดจนไร้ซึ่งช่องว่างให้ความคิดอื่นใด ร่างกายของรินรดากลับเกร็งกระตุกขึ้นอย่างกะทันหัน เมื่อปลายนิ้วเรียวของเธอที่ปัดป่ายไปโดนแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานเกิดปัดมันตกลงสู่พื้น เสียงกระดาษหนาปึกกระทบพื้นดังสนั่น พร้อมกับแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ปลิวคว่ำหน้าลง เปิดเผยภาพถ่ายลับใบหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้แฟ้มนั้น... ภาพถ่ายใบที่แสดงให้เห็นใบหน้าของบุคคลปริศนา ผู้ซึ่งกุมความลับอันดำมืดในอดีตที่คีรินพยายามปกปิดมาตลอดชีวิต!
คีรินชะงักกึกทันที ลมหายใจที่หอบกระชั้นหยุดชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาสีนิลกาฬละจากการซุกไซ้เรือนร่างนุ่มมือ หันขวับไปมองภาพถ่ายบนพื้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความเร่าร้อนเป็นความเย็นยะเยือกถึงขั้วหัวใจ บรรยากาศรอบตัวพลิกผันจากสวรรค์แห่งความปรารถนากลายเป็นหุบเหวแห่งความตายในพริบตาเดียว!
"เธอ..." คีรินเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความเหี้ยมเกรียม มือแกร่งบีบเข้าที่คางสลักเสลาของรินรดาแน่นขึ้นจนเธอรู้สึกเจ็บ "แอบค้นโต๊ะทำงานฉันงั้นเหรัอ... รินรดา! เธอเป็นใครกันแน่?!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งสู่ห้วงปรารถนาอันดำมืดนี้ไปกับผมนะครับ
เดทลับฉบับมาเฟียร้าย•ตอนที่ 2
รอยประทับแห่งเจ้าของ
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดทลับฉบับมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!