กลิ่นคาวสนิมเหล็กและควันปืนจาง ๆ ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ คราบเลือดสีเข้มบนพื้นพรมราคาแพงคือหลักฐานชัดเจนว่าความตายเพิ่งเฉียดผ่านไปเมื่อไม่กี่นาที
คีรินยืนนิ่งสนิท ร่างสูงใหญ่ภายใต้เสื้อสูทสีเข้มแผ่ไอสังหารรุนแรงจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬจดจ้องร่างของรินรดาที่ยังคงตัวสั่นเทาอยู่บนโซฟา ตัวเธอยังไม่ทันตั้งสติจากเหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อครู่ แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ากระสุนปืนจากศัตรู คือความโกรธเกรี้ยวที่กำลังแผดเผาอยู่ในแววตาของมาเฟียหนุ่ม
"ใครสั่งให้เธอรั้นวิ่งออกไปตรงนั้น"
น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมา มันไม่ใช่คำถาม แต่เป็นการกดทับด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังรู้สึกหายใจไม่ออก คีรินก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอด้วยฝีเท้าที่เงียบเชียบดั่งเสือร้าย ร่างหนาทาบทับลงมาจนรินรดาต้องเอนกายหนีตามสัญชาตญาณ แต่ทว่า... แผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับพนักโซฟาจนไร้ทางหนี
"ฉัน... ฉันแค่อยากช่วย..." รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น พยายามเงยหน้าสบตาเขา แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวก็ตามที
"ช่วย?" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง มือหนายื่นออกไปคว้าคางบางไว้ด้วยแรงที่มากพอจะทำให้เธอเจ็บ แต่กระนั้นเขาก็ยังยั้งมือไว้ไม่ให้รุนแรงเกินกว่าโทสะที่ครอบงำ "เธอคิดว่าชีวิตตัวเองมีค่าเท่าไหร่ ถึงกล้าเอาไปเสี่ยงกับลูกกระสุนพวกนั้น หืม... รินรดา?"
แรงบีบที่คางทำให้เธอต้องเผยริมฝีปากออกเล็กน้อย ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด รินรดารู้ดีว่าความโกรธของคีรินไม่ได้เกิดจากความรำคาญ แต่มันคือความกลัว... ความกลัวที่เกือบจะสูญเสียเธอไป ซึ่งถูกแปลงสภาพมาเป็นความดิบเถื่อนและการควบคุมอันน่าอึดอัด
"ปล่อยฉันนะ..." เธอพยายามเบือนหน้าหนี แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งกลับตรึงใบหน้าของเธอไว้มั่น บังคับให้รับรู้ถึงความเดือดดาลที่ระอุอยู่ในอกเขา
"ปล่อยเหรอ? ฉันเพิ่งเกือบจะต้องเห็นเธอตายต่อหน้าต่อตา แล้วเธอยังกล้าบอกให้ฉันปล่อยเธออีกอย่างนั้นหรือ" คีรินโน้มใบลงมาจนหน้าผากชิดกัน ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ร้อนรุ่ม และเต็มไปด้วยความกระหายที่จะตีตราจอง ลบเลือนความหวาดกลัวทั้งหมดออกจากร่างบางด้วยการลงทัณฑ์ที่เร่าร้อนและรุนแรง
ริมฝีปากหยักประทับจูบลงมาอย่างไร้ความปรานี เป็นการจูบที่ระบายความโกรธเกรี้ยวและความหวาดหวั่นที่เขาเกือบจะเก็บมันไว้ไม่ไหว รินรดาสะดุ้งเฮือก มือเรียวเล็กพยายามดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะต้านทานมหาอำนาจแห่งความปรารถนาของมาเฟียผู้เอาแต่ใจได้
รสจูบดุดัน รุกไล่ และตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันดูดดื่มจนหญิงสาวแทบละลายคาอ้อมแขน ความโกรธที่คุกรุ่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นไฟสวาทที่แผดเผาทั้งสองร่างให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว คีรินกวาดต้อนสติสัมปชัญญะของเธอจนแตกกระเจิง สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง ทำให้ร่างกายของรินรดาสั่นสะท้านด้วยความวาบหวามที่เธอเกลียดนักที่เผลอไผลไปตามมัน
"คุณคีริน..." เธอครางแผ่วเบาเมื่อริมฝีปากหนาเคลื่อนต่ำลงมาซุกไซร้ที่ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มสร้างรอยรักสีจางเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
"จำใส่ใจไว้... รินรดา ว่าเธอเป็นของฉัน เป็นของฉันคนเดียว..." เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ข้างใบหู พร้อมกับฝ่ามือร้อนผ่าวที่สอดล्यลึกเข้าไปใต้ร่มผ้า ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มจนเกิดเสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาว
ในวินาทีที่ไฟเสน่หาโหมกระหน่ำจนความหวาดกลัวทั้งปวงมลายหายไป เหลือเพียงเสียงหอบหายใจและแรงปะทะทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะถอนตัว ทว่า... ก่อนที่สติของรินรดาจะหลุดลอยไปกับสัมผัสวาบหวามนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
"นายครับ! สายรายงานด่วน... คนที่ส่งมือปืนมาไม่ใช่กลุ่มของเปาโล แต่มันคือ..."
เสียงลูกน้องคนสนิทที่ตะโกนแทรกเข้ามาหน้าห้อง ทำให้คีรินชะงักกึก ร่างหนาผละออกจากซอกคอระหงช้า ๆ แววตาดิบเถื่อนแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมในเสี้ยววินาที ขณะที่รินรดานั่งหอบสะท้าน ใบหน้าแดงก่ำด้วยพิษสวาทและตื่นตระหนกกับชื่อที่กำลังจะได้ยิน
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงมืดแห่งเสน่หาไปด้วยกันนะครับ
เดทลับฉบับมาเฟียร้าย•ตอนที่ 14
ปกป้องหรือครอบครอง
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดทลับฉบับมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!