เสียงคำรามกึกก้องของฟ้าผ่าด้านนอกประจวบเหมาะกับเสียงถอนหายใจยาวนานด้วยความอัดอั้นของรินรดา สายฝนกระหน่ำซัดเข้าใส่กระจกหน้าต่างห้องพักนิรภัยชั้นบนสุดของเพนต์เฮาส์หรูราวกับโกรธเกลียดโลกใบนี้ แต่มันยังเทียบไม่ได้เลยกับความเดือดดาลที่กำลังแผดเผาอยู่ในนัยน์ตาคมกริบของคีริน มาเฟียหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของคนครึ่งเมือง
"ดื้อด้านนักนะรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาอย่างน่ากลัว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่เปียกชื้นบางส่วนก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอากาศรอบตัวแทบจะเบาบางลง หญิงสาวถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับกระจกใสเย็นเฉียบ ด้านนอกคือพายุฝนโหมกระหน่ำ ด้านในคือเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล
เหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงติดตรึงอยู่ในโสตประสาท กระสุนนัดนั้นเฉียดผ่านหัวไหล่ของคีรินไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร และนั่นทำให้ความหึงหวง ผสมปนเปกับความหวาดกลัวที่จะสูญเสีย ระเบิดออกมาเป็นความดิบเถื่อนที่เขาพยายามกดมันเอาไว้ตลอดหลายสัปดาห์
"ฉันบอกให้คุณอยู่แต่ข้างล่าง ทำไมถึงรั้นขึ้นมาหาฉันที่ระเบียงห้องทำงาน!" คีรินตวาดลั่น มือหนาข้างหนึ่งกระชากต้นแขนเรียวของเธอเข้ามาประชิด แรงบีบหนักหน่วงจนรินรดานิ้วหน้าด้วยความเจ็บ แต่เธอกลับเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายไม่แพ้กัน
"ถ้าฉันไม่ขึ้นไป... คุณคงโดนกระสุนนัดที่สองเจาะอกไปแล้วคีริน!" เธอสวนกลับเสียงสั่นระรื้นแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาหน้ารถที่จะต้องคอยหลบอยู่หลังคุณนะ!"
คำพูดนั้นยิ่งราดน้ำมันลงบนกองเพลิง คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และโกรธเกลียดในเวลาเดียวกัน เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก "เธอคิดว่าตัวเองกล้าหาญมากสินะ... รินรดา กล้าดียังไงเอาชีวิตเข้ามารับกระสุนแทนฉัน ถ้าเธอเป็นอะไรไป ฉันจะเผาทุกอย่างให้ราบคาบแม้แต่เถ้าถ่าน!"
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี เป็นจูบที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความนุ่มนวล แต่เป็นการลงทัณฑ์ รุกราน และบดขยี้ความดื้อรั้นของเธอให้แหลกสลาย รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามทุบตีอกกว้างเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงอันน้อยนิดของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยกับกำแพงมนุษย์ตรงหน้า ลมหายใจอุ่นร้อนถูกกลืนหายไปกับรสจูบที่ดุดันและเรียกร้อง มือหนาเลื่อนลงมาโอบรั้งเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิท ไม่มีช่องว่างระหว่างกันแม้แต่นารีเดียว
ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความหวาดกลัว ความโกรธ และความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนานถูกหลอมรวมกันในจูบนี้ รินรดารู้สึกราวกับสติสตอลังกำลังหลุดลอย ร่างกายอ่อนยวบยาบลงไปครึ่งหนึ่งจนต้องใช้มือเรียวเกาะไหล่กว้างของเขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว
เมื่อเขาผละริมฝีปากออกหยาดน้ำใสก็เยิ้มย้อยอยู่ที่มุมปากของเธอ รินรดากอบโกยอากาศเข้าปอดอย่างหิวกระหาย หน้าอกกระเพื่อมไหวขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่รุนแรง นัยน์ตาคู่สวยฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับ
คีรินจ้องมองเรือนร่างอรชรที่สั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปไล้กรอบหน้าเนียนนุ่มอย่างทะนุถนอมในขณะที่แววตายังคงดุดัน "เธอทำให้ฉันคลั่ง... รินรดา เธอทำให้ฉันกลายเป็นคนบ้าที่พร้อมจะทำลายล้างทุกอย่างได้จริงๆ"
ชุดเดรสผ้าไหมสีเขียวมรกตที่เธอสวมใส่ถูกกระชากด้วยมือเพียงข้างเดียวจนกระดุมเม็ดบนหลุดกระเด็น เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดราวน้ำนมและเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ รินรดาสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ มือเล็กเอื้อมไปกุมข้อมือหนาไว้ตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว
"คีริน... เดี๋ยว..."
"ไม่มีเดี๋ยวนี้แล้วครับ" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดใบหูร้อนผ่าว ลมหายใจร้อนๆ ของเขารดรดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ "ในเมื่อเธอไม่ยอมเชื่อฟัง... ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนลงโทษเธอเอง"
ร่างบางถูกอุ้มลอยขึ้นจากพื้นด้วยแขนแกร่งเพียงข้างเดียวอย่างไร้ความปราณี รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ รีบเกาะเกี่ยวลำคอหนาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ ขาทั้งสองข้างตวัดโอบรอบเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ คีรินสาวเท้าก้าวตรงไปยังเตียงนอนขนาดคิงไซส์กลางห้องนอนใหญ่ ท่ามกลางเสียงฟ้าคะนองที่คำรามกึกก้องอยู่เบื้องนอก
เขาวางเธอลงบนฟูกนุ่มอย่างไม่เบามือนัก ร่างสูงทาบทับลงมาทันทีราวกับเงาปีศาจที่พร้อมจะกลืนกินเหยื่อ รินรดานอนแผ่หลาอยู่ใต้ร่างหนา แววตาของเธอไหวระริกด้วยความหวาดหวั่นผสมปนเปกับไฟปรารถนาที่ถูกเขาจุดขึ้นอย่างง่ายดาย
มือหนาทำหน้าที่ปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนเองออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่มีรอยแผลเป็นจากสนามรบประปราย กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ที่เต็มไปด้วยพละกำลังและอำนาจ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรัวระทึกราวกับกลองศึก
"มองฉันสิ... มองแค่ฉันคนเดียว" คีรินก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม ก่อนจะประกบจูบลงมาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่การลงทัณฑ์ แต่เป็นจูบที่ลึกซึ้ง เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความโหยหา
เรียวลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานอย่างไร้ความปรานี มือใหญ่ลูบไล้ไปตามเรือนร่างบอบบางปลุกเร้าทุกอณูผิวให้ตื่นตัว รินรดาสส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอเมื่อสัมผัสวาบหวามแล่นริ้วไปทั่วสันหลัง ความโกรธขึงก่อนหน้ามลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความซาบซ่านที่แผดเผาจนร่างแทบหลอมละลาย
สัมผัสของเขาหนักหน่วง ดิบเถื่อน แต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนที่ทำให้เธอแทบคลั่ง มือหนาลูบไล้ไปตามสะโพกกลมกลึงก่อนจะแทรกตัวเข้าสู่ใจกลางความอ่อนนุ่ม ความรู้สึกอุ่นวาบและแน่นขนัดทำให้รินรดาสะอื้นฮัก สองมือจิกทึ้งลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาจนเกิดรอยเล็บแดงเป็นทางยาวเพื่อระบายความเสียวซ่าน
"อื้อ... คีริน... เบา..." คำททททททททททททททานถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อเขาขยับกายเข้าหาด้วยจังหวะที่ลึกซึ้งและหนักหน่วงยิ่งขึ้น เสียงครางกระstนผสมผสานไปกับเสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดด้านนอก หน้าต่างกระจกสะท้อนเงาของร่างทั้งสองที่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในสมรภูมิแห่งความเสน่หา
ทุกแรงกระแทกกระทั้นคือการประกาศความเป็นเจ้าของ ทุกหยาดเหงื่อที่ไหลรินคือเครื่องยืนยันว่าเธอไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือของมาเฟียร้ายคนนี้ไปได้ รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่บนปลายยอดคลื่นแห่งความสุขสม สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกนอกจากเสียงทุ้มต่ำที่คอยพร่ำเรียกชื่อเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าท่ามกลางความมืดมิดของราตรี
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งพายุข้างนอกเริ่มสงบลง เหลือเพียงหยาดฝนที่โปรยปรายเบาบาง รินรดานอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนอกกว้างของเขา ร่างกายเปลือยเปล่าแนบชิดกันภายใต้ผ้าห่มผืนหนา คีรินกอดกระชับร่างบางไว้ในอ้อมแขนอย่างหวงแหน ปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่กับกลุ่มผมนุ่มสลวย
แต่ทว่า... ความเงียบสงบในห้องนอนกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินดัง "ติ๊ด... ติ๊ด..." ลั่นมาจากจอคอมพิวเตอร์นิรภัยข้างหัวเตียง
คีรินขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุดันในพริบตา เขาดันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว คว้าเสื้อคลุมมาสวมใส่อย่างลวกๆ ขณะที่สายตาจ้องมองไปยังหน้าจอที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณชั้นล่างของเพนต์เฮาส์
รินรดาลุกขึ้นตามด้วยความตกใจ ใบหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นภาพบนจอ
กลุ่มชายชุดดำไม่ต่ำกว่าสิบนายกำลังพังประตูเหล็กกล้าเข้ามาด้านล่าง และคนเดินนำหน้าสุดในชุดสูทสีขาวสะอาดตาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่เธอจำได้ไม่มีวันลืม... คือ "คาร์לו" ศัตรูตัวฉกาจของคีรินที่ควรจะนอนอยู่ในคุกมืดสัตวแพทย์
"มันมาเร็วกว่าที่คิด..." คีรินพึมพำเสียงต่ำ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร ก่อนจะหันมามองรินรดาที่กำลังตัวสั่นเทา "อยู่แต่ในนี้ ล็อคประตูให้ดี... ไม่ว่าใครหน้าไหนเคาะก็ห้ามเปิดเด็ดขาด"
พูดจบ มาเฟียหนุ่มก็หยิบปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ 9 มม. ออกมาจากลิ้นชักหัวเตียง ตรวจสอบกระสุนด้วยความรวดเร็ว แล้วเดินหายออกไปจากห้องนอน ปิดประตูเหล็กนิรภัยลงกลอนแน่นหนาจากด้านนอก ทิ้งให้รินรดาเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน... และเสียงฝฝีเท้าปริศนาที่กำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ที่หน้าประตูนั่นเอง!
.
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงมืดแห่งเสน่หาไปด้วยกันนะครับ
เดทลับฉบับมาเฟียร้าย•ตอนที่ 15
คืนเร่าร้อนในพายุ
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดทลับฉบับมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!