เสียงหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอกคือเสียงเดียวที่ดังสะท้อนอยู่ในความเงียบงันของห้องพักเก่าๆ หลังนี้ รินรดานั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่เธอขยับตัว กลิ่นอับชื้นของฝนที่เพิ่งผ่านพ้นไปผสมกับกลิ่นสาบของเฟอร์นิเจอร์เก่าคร่ำคร่าตลบอบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันกลับเป็นกลิ่นที่เธอโหยหา เพราะมันคือ ‘ความว่างเปล่า’ ที่คีรินไม่มีวันเอื้อมมือมาถึง
เธอซ่อนตัวอยู่ที่นี่... เมืองเล็กๆ ปลายแผนที่ที่ไม่มีใครรู้จัก ไม่มีชื่อของเธอในสารบบ ไม่มีร่องรอยการเงินที่ตรวจสอบได้ เธอทิ้งทุกอย่าง ทิ้งศักดิ์ศรีที่เคยมี ทิ้งความรักที่เปรียบเสมือนโซ่ตรวนทองคำเส้นหนาที่คอยรัดรึงให้เธอต้องจมดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งความปรารถนาของเขา
“หนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ รินรดา... เพราะถ้าเขารู้ว่าเธออยู่ที่ไหน โลกทั้งใบของเธอจะมอดไหม้เป็นจุณ”
เสียงเตือนในใจของเธอดังขึ้นซ้ำๆ หญิงสาวหลับตาลง ภาพของคีรินในชุดสูทสีเข้มแสนเนี้ยบ ใบหน้าที่เรียบเฉยแต่ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีดที่พร้อมจะกรีดลึกถึงจิตวิญญาณยังคงติดตา ทุกครั้งที่เขาสัมผัส ทุกรอยจูบที่เขาประทับลงบนผิวกาย มันไม่ใช่แค่ความรัก แต่มันคือการประกาศอาณาเขตว่าเธอเป็นของเขา... ของเขาเพียงผู้เดียว
ทว่าในความมืดมิดนั้น เธอกลับสัมผัสได้ถึงความสั่นสะเทือนบางอย่าง แสงไฟจากรถยนต์คันหนึ่งที่แล่นผ่านถนนลูกรังด้านล่างสาดส่องเข้ามาในห้องพักเพียงชั่วครู่ ก่อนที่เครื่องยนต์จะดับลง ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมอีกครั้ง
รินรดาตัวแข็งทื่อ เธอไม่ได้ตาฝาด เธอเห็นเงาตะคุ่มของชายร่างสูงใหญ่ก้าวลงจากรถ ความสง่างามที่ผิดแผกไปจากสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมนี้คือเครื่องหมายการค้าของเขาเพียงคนเดียว
คีริน... เขามาแล้ว
เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวขึ้นบันไดไม้ดังก้องกังวานทุกจังหวะ หัวใจของเธอเหมือนถูกกระชากให้ร่วงลงสู่พื้น เสียงฝีเท้าหยุดลงที่หน้าห้องของเธอพอดี รินรดากลั้นหายใจ มือบางสั่นเทาขณะคว้าแจกันเซรามิกใบเล็กข้างตัวขึ้นมาถือไว้ เธอไม่ได้จะสู้ แต่มันคือเกราะป้องกันสุดท้ายของความเป็นคน
แกร๊ก...
กลอนประตูที่ไม่ได้มีความแข็งแรงอะไรถูกผลักออกอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องพยายาม กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อเฉพาะตัวที่เย็นเยือกแต่แฝงไว้ด้วยความดุดันของยาสูบจางๆ ลอยมาแตะจมูกก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา
คีรินยืนอยู่ตรงนั้น ในความมืดสลัว แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเผยให้เห็นแววตาที่เรียบนิ่งจนน่าใจหาย เขาสวมชุดดำทั้งตัว ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกเงาบดบัง แต่ทว่ารอยยิ้มมุมปากที่เหยียดขึ้นเล็กน้อยนั้นกลับเป็นสิ่งที่เธอหวาดกลัวที่สุด
“เธอคิดจริงๆ หรือรินรดา... ว่าโลกใบนี้จะมีที่ที่ไม่มีใครหาเธอเจอ?”
น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ แหบพร่า และเปี่ยมไปด้วยอำนาจ เขาไม่ได้รีบร้อน เขาเพียงแค่ก้าวเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ ท่วงท่าประหนึ่งเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุมในกรงขัง
“ออกไป...” รินรดาเค้นเสียงตอบ มือที่ถือแจกันสั่นสะท้าน “คุณไม่มีสิทธิ์มาที่นี่!”
“สิทธิ์?” คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนขอบเตียงที่สั่นไหว เขาไม่ได้ใช้กำลัง แต่แรงกดทับจากร่างกายที่ใหญ่โตกว่าส่งผลให้เตียงเอียงวูบจนเธอกระเถิบถอยหลังไปชิดผนัง “สิทธิ์ของฉันคือการที่เธอเป็นของฉันตั้งแต่วินาทีแรกที่ฉันตัดสินใจจะเก็บเธอไว้ในชีวิต”
เขาขยับเข้าไปใกล้ ระยะห่างระหว่างเราลดน้อยลงจนเธอสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของเขา มือหนาที่เปี่ยมไปด้วยพลังจับเข้าที่ข้อมือของเธออย่างเบามือ แต่แน่นหนาราวกับโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ก่อนจะดึงเธอกลับเข้ามาปะทะกับแผงอกกว้าง
“ปล่อยนะ!”
“ไม่” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะก้มลงกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้เธอขนลุกชัน “เธอหนีไปไกลแค่ไหน ฉันก็ตามไปเอาคืนได้ไกลเท่านั้น รินรดา... เธอรู้ดีว่าฉันไม่ชอบเล่นซ่อนหา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ฉันไม่ชอบให้ของของฉันไปซ่อนอยู่ในที่สกปรกแบบนี้”
สัมผัสจากฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล้ขึ้นมาตามลำคอระหง ความร้อนจากผิวหนังของเขาแผ่ซ่านผ่านเสื้อผ้าของเธอไปจนถึงหัวใจ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีพังทลายลงในพริบตาเมื่อเขาโน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอ กลิ่นกายของเขาที่เธอเคยพยายามลบออกจากความทรงจำกลับเข้ามามีอิทธิพลเหนือสติสัมปชัญญะอีกครั้ง
“อย่าทำแบบนี้...” เธออ้อนวอน แต่ทว่าน้ำเสียงกลับแผ่วเบาจนแทบจะเป็นการเชิญชวน
“ทำแบบไหน?” คีรินเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกล้าจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ มันเต็มไปด้วยความต้องการที่ดิบเถื่อนและหิวโหย “แบบที่ทำให้เธอรู้ว่าต่อให้หนีไปถึงสุดขอบโลก เธอก็ไม่มีวันหนีพ้นเงื้อมมือของฉันไปได้?”
เขาไม่รอคำตอบ ริมฝีปากร้อนผ่าวประทับลงมาอย่างหนักหน่วงและเร่าร้อน มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน แต่มันคือการตีตราจอง คือการบดขยี้ความตั้งใจของเธอให้แหลกคามือ ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปกวาดต้อนความหวานที่เขาโหยหา รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยรสชาติของความแค้นและความรักที่ปนเปกันยุ่งเหยิง รินรดาพยายามขัดขืนด้วยการผลักไส แต่มันกลับยิ่งทำให้เขาต้อนเธอให้จมลงไปในกองฟูกที่เน่าเปื่อย
มือข้างหนึ่งของเขาปลดกระดุมเสื้อของเธอออกอย่างเชี่ยวชาญ สัมผัสจากนิ้วมือที่สากระคายของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลบดขยี้ลงบนผิวเนียนละเอียด ทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว ความวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความเย็นเยียบของห้องถูกแทนที่ด้วยเปลวไฟที่เขากำลังจุดขึ้นในตัวเธอ
“คีริน...” เธอครางชื่อเขาออกมาอย่างสิ้นหวัง
“ใช่... ฉันเอง” เขาผละริมฝีปากออกเล็กน้อย ใบหน้าอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว “จำไว้ให้ขึ้นใจ ว่าเธอไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อหนี... แต่อยู่ที่นี่เพื่อรอให้ฉันกลับมาตอกย้ำว่าเธอเป็นของใคร”
เขากดร่างของเธอลงไปกับเตียง ก่อนจะใช้สายตาจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกิน มือหนาเลื่อนไปล็อกข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างก็เริ่มสำรวจส่วนเว้าโค้งที่เขาหลงใหลอย่างไม่มีใครเกิน
ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะยอมจำนนต่อแรงอารมณ์นั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องอย่างรุนแรงจากภายนอกก็ดังขึ้นแทรกความเงียบงัน พร้อมกับเสียงตะโกนที่ทำเอาเลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ
“บอสครับ! พวกมันล้อมอาคารนี้ไว้หมดแล้วครับ... ดูเหมือนเราจะโดนซ้อนแผน!”
คีรินชะงัก สายตาที่เคยเร่าร้อนแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบชั่วพริบตา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทให้เข้าที่ก่อนจะหันมามองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
“อยู่ตรงนี้... ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด” เขาหยิบปืนพกกระบอกเข้มขึ้นมาจากเอวแล้วเหน็บไว้ที่ด้านหลัง ก่อนจะหันมาสั่งเสียงเหี้ยม “เพราะถ้าเธอตาย... ฉันจะตามไปเอาคืนจากนรกแน่”
เขาก้าวออกไป ทิ้งให้รินรดานั่งตัวสั่นอยู่บนเตียงเพียงลำพัง ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของชายฉกรรจ์นับสิบที่กำลังโอบล้อมที่ซ่อนลับของเธอไว้ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของเธอกับเขาแล้ว แต่มันคือสงครามที่กำลังจะพรากทุกอย่างไป... รวมทั้งชีวิตของคนที่เธอยอมรับว่ารักสุดหัวใจ
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดและเร่าร้อนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - ภาคินทร์เที่ยงคืน
เดทลับฉบับมาเฟียร้าย•ตอนที่ 34
ในที่ที่ไม่มีใครหาเจอ
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดทลับฉบับมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!