"ถ้าคิดว่าการส่งข้อความสกปรกพวกนั้นมา แล้วฉันจะวิ่งแจ้นไปหาแกตามสั่ง... แกคงประเมินสมองของตัวเองสูงเกินไปหน่อยแล้วล่ะมั้ง บอริส"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยกระแสความเหี้ยมเกร็งดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดของห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดทึบ แสงไฟนีออนสลัวจากตึกระฟ้าภายนอกสาดส่องลอดผ่านมู่ลี่สีเข้ม ตกกระทบลงบนใบหน้าหล่อเหลาที่ฉาบไปด้วยความเย็นชาจนน่ากลัวของคีริน นิ้วเรียวหนากำสมาร์ทโฟนราคาแพงในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ข้อความบนหน้าจอยังคงเรืองแสงวาบ เป็นภาพถ่ายของรินรดาในยามวิกาล—ภาพที่ถูกแอบถ่ายขณะเธอกำลังก้าวเท้าออกจากห้องพักเพื่อไปซื้อกาแฟเมื่อช่วงหัวค่ำ
และนั่นคือสัญญาณเตือนภัยที่ดังลั่นอยู่ในโสตประสาทของมาเฟียหนุ่ม
ศัตรูเก่าที่เขาคิดว่ากำจัดซากฝังดินไปตั้งแต่ปีมะรอมมะรั้นอย่าง 'บอริส' กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาเป็นหนามยอกอกอีกครั้ง เป้าหมายของมันไม่ใช่แค่การทวงคืนอาณาจักรสีเทาที่เคยสูญเสีย แต่มันต้องการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาผ่านจุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวที่มีอยู่บนโลกใบนี้... รินรดา
"นายครับ ลูกน้องรายงานเข้ามาว่า ทางฝั่งตึกใหญ่ของฝั่งนั้นเริ่มเคลื่อนไหวแล้วครับ มันส่งคนกระจายกำลังไปยังจุดที่มาของคุณรินรดาพักอยู่ คาดว่าพวกมันจงใจใช้กลยุทธ์เบี่ยงเบนความสนใจ เพื่อล่อให้คุณคีรินผละออกจากที่นี่" เสียงทุ้มของบอดี้เนื้อมือขวาเอ่ยรายงานด้วยความร้อนรน
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยไอสังหารที่แผ่พุ่งออกมาจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
"หึ... คิดตื้นเขินสิ้นดี" ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีทอประกายวับวับ "พวกมันคิดว่าฉันจะวิ่งตามเกมที่มันขีดเส้นไว้สินะ แยกกันเป็นสองทาง เพื่อให้ฉันต้องเลือกระหว่างธุรกิจกับผู้หญิงคนนั้น"
แต่บอริสคงลืมไปว่า... สำหรับคีรินแล้ว รินรดามิใช่แค่ "ผู้หญิงคนหนึ่ง" ที่ผ่านมาแล้วผ่านไป เธอกลืนกินทุกลมหายใจ เป็นความคลั่งไคล้ที่เขาเต็มใจยอมจำนน และไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนแตะต้องแม้แต่ปลายเส้นผม
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องพักหรูใจกลางเมืองซึ่งถูกจัดเตรียมไว้เป็นเซฟเฮาส์ชั่วคราว รินรดากำลังนั่งอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ เธอกอดอกแน่นเพื่อขับไล่ความหนาวเหน็บที่เกาะกุมหัวใจ ลางสังหรณ์ประหลาดบางอย่างกำลังร้องเตือนว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น ความเงียบสงบในยามดึกสงัดคืนนี้ช่างน่าหวาดหวั่น เสียงฝีเท้าที่ดังแว่วมาจากทางเดินด้านนอกทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*
เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ ไร้ซึ่งการระเบิดทำลายแบบพวกมือปืนรับจ้าง แต่มันกลับสร้างความกดดันให้หญิงสาวได้มากกว่าเสียอีก รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้บานประตูช้าๆ สัญชาตญาณบอกให้เธอถอยห่าง แต่ความอยากรู้และบางสิ่งบางอย่างดึงรั้งเธอไว้
"ใครคะ?" เธอเอ่ยถาม เสียงสั่นพร่าเล็กน้อย
"คุณรินรดาครับ... คุณคีรินส่งผมมารับครับ เกิดเรื่องด่วนที่สำนักงานใหญ่ ท่านบอกให้คุณรีบเก็บของแล้วตามผมมาทันที" เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายแปลกหน้าดังลอดเข้ามา
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย หากเป็นคำสั่งของคีรินจริง ทำไมเขาถึงไม่โทรหาเธอด้วยตัวเอง? ความไม่ชอบมาพากลทำให้รินรดาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว
ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยปฏิเสธ เสียงโลหะกระทบกันดัง *คลิก* เบาๆ ที่รูกุญแจ ประตูบานหนาก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท!
ร่างสูงใหญ่ของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีดำสนิทก้าวล้ำเข้ามาในห้อง รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของมัน แววตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความกระหายใคร่และชัยชนะ รินรดารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่คนของคีริน... แต่เธอตกหลุมพรางเสียแล้ว!
"จะ... จะทำอะไร ออกไปนะ!" เธอร้องเสียงหลง ถอยกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
"เจ้านายผมฝากความคิดถึงมาให้... และอยากเชิญคุณไปเป็นแขกคนสำคัญสักหน่อย" ชายคนนั้นสาวเท้าเข้ามาประชิดด้วยความเร็ว รินรดาคว้าแจกันดอกไม้บนโต๊ะข้างเตียงปาใส่เต็มแรง แต่มันถูกปัดร่วงแตกกระจายไม่มีชิ้นดี
มือหนาหยาบกร้านคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธอ ออกแรงบีบจนรินรดานิ้วหน้าด้วยความเจ็บปวด เธอพยายามดิ้นรนสุดชีวิต กรีดร้องขอความช่วยเหลือ แต่ริมฝีปากถูกมือหนาตะครุบปิดไว้แน่นจนไร้เสียงเล็ดลอด
ในเสี้ยววินาทีที่ความสิ้นหวังเข้ากัดกินหัวใจ ประตูห้องที่ถูกเปิดอ้าไว้ก็ระเบิดออกด้วยแรงถีบมหาศาล!
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มที่คุ้นเคยปรากฏตัวขึ้นที่กรอบประตู นัยน์ตาดุดันคู่นั้นแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ รัศมีแห่งความอำมหิตแผ่กระจายไปทั่วห้องจนแทบหายใจไม่ออก คีรินกวาดสายตามองภาพตรงหน้า—ภาพที่คนของศัตรูบังอาจแตะต้องเรือนร่างของคนที่เขาหวงแหนยิ่งกว่าชีวิต
"ปล่อยมือสกปรก1ของแกออกจากตัวเธอ..."
เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของมาเฟียหนุ่มดังขึ้น พร้อมกับที่กระบอกปืนเก็บเสียงในมือถูกยกขึ้นเล็งตรงระหว่างคิ้วของชายแปลกหน้าอย่างไร้ความลังเล รินรดาสบตากับเขาผ่านม่านน้ำตา หัวใจที่เคยหวาดกลัวกลับอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด ทว่า... ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น เสียงหัวเราะเยาะของชายแปลกหน้าก็ดังขึ้น พร้อมกับสมาร์ทโฟนในมือของมันที่กดหน้าจอแสดงภาพบางอย่าง
"สายไปแล้วล่ะ... ท่านประธานคีริน ดูให้ดีสิว่าตอนนี้ใครกันแน่ที่กำลังจะสูญเสียทุกอย่าง"
ภาพบนหน้าจอคือห้องนิรภัยใต้ดินของตึกใหญ่—สถานที่เก็บความลับและเอกสารทั้งหมดของคีริน ที่บัดนี้... กำลังถูกระเบิดทำลายจนมอดไหม้เป็นจุลไปต่อหน้าต่อตา!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ภาคินทร์เที่ยงคืน
เดทลับฉบับมาเฟียร้าย•ตอนที่ 29
แผนการทำลาย
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดทลับฉบับมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!