จดหมายเหตุข้างทาง: รอยเท้าที่หายไปในทวีปที่ไม่มีชื่อ•ตอนที่ 15

บาดแผลที่ได้รับ

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
“อย่าขยับ... กานต์ ถ้าคุณไม่อยากให้แผลนั่นฉีกไปมากกว่านี้” เสียงของเอเลน่าราบเรียบ ทว่าสั่นพร่าเล็กน้อย เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากบาดแผลบริเวณหัวไหล่ของผม นิ้วเรียวยาวของเธอกำลังบรรจงใช้เข็มที่ลนไฟจนร้อนจัดเย็บรอยฉีกขาดของเนื้อหนังอย่างใจเย็น กลิ่นไอของสมุนไพรป่าผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ อบอวลอยู่ในกระท่อมไม้ซุงที่สั่นไหวตามแรงพายุข้างนอก ผมขบฟันแน่น ความเจ็บปวดแล่นริ้วราวกับไฟช็อตทุกครั้งที่ปลายเข็มแทงทะลุผิวหนัง แต่นั่นยังไม่ทรมานเท่าการต้องมองเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดของหญิงสาวตรงหน้า ผมเอื้อมมืออีกข้างที่ยังใช้การได้ดีไปแตะที่ข้อมือเธอเบาๆ เป็นเชิงบอกว่า ‘ผมไม่เป็นไร’ แม้ในใจจะรู้ดีว่าเราทั้งคู่กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ออกเดินทางมา “คุณไม่ควรต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย เอเลน่า” ผมเค้นเสียงออกมา “เราน่าจะแยกทางกันที่ทางแยกนั่น ผมบอกแล้วว่าผมรับมือไหว” เอเลน่าหยุดมือทันที เธอเงยหน้าขึ้นมองผม ดวงตาสีฟ้าครามของเธอที่เคยฉายแววสดใสเสมอในทุกทริป บัดนี้กลับหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่ได้ตอบโต้ด้วยคำพูด แต่ใช้อีกมือหนึ่งกุมหลังมือผมไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านความรู้สึกที่ผมไม่อาจนิยามได้—มันไม่ใช่แค่ความเห็นใจ แต่มันคือความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางดินแดนที่ไม่มีชื่อแห่งนี้ “คุณคิดว่าการทิ้งให้เพื่อนร่วมทางตายเพราะพิษบาดแผลคือวิถีของนักเดินทางเหรอครับ กานต์?” เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท “เราไม่ได้แค่เดินทางร่วมกันเพื่อหาจุดหมาย แต่เราเดินทางเพื่อรักษาความหมายของการเป็นมนุษย์ไว้ด้วย” ผมเงียบไป ความเงียบครอบงำห้องแคบๆ มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวลอดผ่านช่องไม้ซุง แผลที่ไหล่ไม่ใช่แค่รอยขีดข่วนจากคมหิน แต่มันคือหลักฐานของความประมาทที่เกือบพรากชีวิตผมไปขณะที่เราสำรวจหุบเขาไร้ชื่อเมื่อบ่ายนี้ ความเจ็บปวดทางกายเริ่มจางลง แต่ความว่างเปล่าในใจที่ผมนึกถึงภาพของพ่อ—คนที่ผมพยายามวิ่งหนีเงาของเขามาตลอด—กลับแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ในยามที่ความตายเข้าใกล้ “ถ้าผมเป็นอะไรไป...” ผมเริ่มพูด แต่เธอขัดขึ้นทันที “ห้ามพูดแบบนั้น” เธอวางเครื่องมือลง แล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ “คุณไม่มีสิทธิ์ทิ้งผมไว้กลางทางแบบนั้นเด็ดขาด กานต์ ผมยังไม่รู้เลยว่ารอยเท้าที่คุณพยายามตามหาในบันทึกของคุณนั่นน่ะ มันเป็นของใครกันแน่ คุณยังเล่าให้ผมฟังไม่จบเลยนะ” ผมยิ้มแห้งๆ แม้จะเจ็บจนน้ำตาเล็ด “นั่นสินะครับ” เอเลน่าเริ่มพันแผลด้วยผ้าลินินสะอาดอย่างชำนาญ มือของเธอเบาหวิวราวกับขนนก ความละเอียดอ่อนนั้นช่างขัดกับความแข็งแกร่งของนักเดินทางที่ผมรู้จัก เธอจัดแจงให้ผมนอนลงบนกองฟางที่ปูด้วยผ้าห่มหนา ก่อนจะเดินไปที่เตาผิงเล็กๆ เพื่อชงชาสมุนไพร กลิ่นหอมจางๆ เริ่มทำให้อาการมึนหัวจากพิษไข้ของผมดีขึ้น “คุณรู้ไหมกานต์” เธอเอ่ยขึ้นขณะมองเปลวไฟ “ตอนที่ผมเห็นคุณตกลงไป ผมไม่ได้คิดถึงความกลัวเลย ผมคิดแค่ว่า... โลกนี้จะใจร้ายเกินไปไหม ถ้าต้องพรากคนที่เพิ่งเรียนรู้ที่จะมองเห็นความงามของโลกไปในตอนที่เขากำลังจะเริ่มเข้าใจชีวิต” ประโยคนั้นของเธอทำให้ผมต้องหันไปมอง เธอไม่ได้มองผม แต่สายตาของเธอทอดมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด ผมรู้ว่าภายใต้ความเข้มแข็งนั้น เธอเองก็แบกรับความเหงาไว้ไม่ต่างจากผม เราต่างเป็นคนแปลกหน้าที่มาเจอกันในดินแดนที่แผนที่ทั่วโลกไม่มีวันระบุถึง และในความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกนี้ เรากลับค้นพบ ‘บ้าน’ ในตัวของกันและกัน ผมขยับตัวเล็กน้อย พยายามนั่งพิงผนังไม้ ความเจ็บที่ไหล่เตือนสติว่าผมยังต้องมีชีวิตอยู่เพื่อตามหาคำตอบที่ค้างคาใจ “พรุ่งนี้... ถ้าผมดีขึ้น เราจะไปต่อ” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น เอเลน่าหันมาส่งยิ้มบางๆ ให้ “แน่นอนครับ แต่ก่อนหน้านั้น คุณต้องพัก” เธอเดินกลับมานั่งข้างๆ แล้ววางมือลงบนไหล่ที่ไม่ได้บาดเจ็บของผม เรานั่งอยู่ด้วยกันในความเงียบที่ไม่ได้อึดอัดอีกต่อไป มันเป็นความเงียบที่สื่อสารความเข้าใจและความไว้วางใจ ผมหลับตาลงเตรียมจะเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่แล้วเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านนอกกระท่อม—ไม่ใช่เสียงของสัตว์ป่า ไม่ใช่เสียงลม แต่มันคือเสียงรองเท้าบูทที่กระทบกับพื้นดินอย่างเป็นจังหวะจะโคน เอเลน่าตัวแข็งทื่อทันที เธอหันมามองผมด้วยสายตาที่เบิกกว้างด้วยความตระหนก มือของเธอเอื้อมไปคว้ามีดเดินป่าที่วางอยู่ข้างตัวโดยสัญชาตญาณ เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นช้าๆ ทรงพลัง และน่าเกรงขาม ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของชายแปลกหน้าจะดังทะลุบานไม้เข้ามา “ผมรู้ว่าคุณอยู่ในนั้น... ทั้งสองคน” “และผมก็รู้ด้วยว่าคุณกำลังตามหา ‘รอยเท้า’ ที่ไม่มีวันพบ ถ้าหากยังไม่ยอมส่งจดหมายฉบับนั้นออกมาให้ผม” ผมลืมตาขึ้นทันที ความง่วงงันหายเป็นปลิดทิ้ง ความรู้สึกถึงภัยคุกคามที่รุนแรงกว่าการตกเขาเมื่อตอนบ่ายกำลังคืบคลานเข้ามา เอเลน่าจ้องมองไปที่ประตูด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ราวกับเธอรู้จักเจ้าของเสียงนี้... หรืออย่างน้อยเธอก็รู้ดีว่าเหตุใดเขาถึงมาที่นี่ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอดทนรอคอยจดหมายฉบับนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - แบกเป้ท่องโลก
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จดหมายเหตุข้างทาง: รอยเท้าที่หายไปในทวีปที่ไม่มีชื่อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%