"ถ้าคุณก้าวพลาดเพียงนิ้วเดียว หุบเขานี้จะกลืนกินคุณโดยไม่เหลือแม้แต่เศษกระดูกให้ใครจดจำ"
เสียงแหบพร่าของชายชราเจ้าของหมู่บ้านชายแดนยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของผม ขณะที่รองเท้าเดินป่าคู่เก่าเหยียบลงบนแผ่นหินที่สั่นไหวได้ กานต์... อย่ามองลงไปข้างล่าง ผมเตือนตัวเองในใจ สายลมที่พัดผ่านช่องเขาในยามสายนั้นไม่ได้อ่อนโยน แต่มันกระชากพาร่างกายเราให้เซถลาไปตามแรงเหวี่ยงของโขดหินที่ดูเหมือนจะพร้อมพังทลายลงสู่เหวลึกเบื้องล่างได้ทุกเมื่อ
เอเลน่าที่เดินนำอยู่ข้างหน้าหยุดกะทันหัน เธอไม่ได้หันกลับมามอง แต่ผมสังเกตเห็นแผ่นหลังที่เกร็งแน่นของเธอผ่านเสื้อแจ็คเก็ตกันลมตัวหนา เธอค่อยๆ ขยับเป้ใบใหญ่ให้เข้าที่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความราบเรียบเอาไว้
"กานต์ คุณยังอยู่ดีไหม?" เธอถามโดยไม่หันมา แววตาของเธอคงกำลังจับจ้องอยู่กับช่องว่างระหว่างหินตรงหน้า ที่ซึ่งแผนที่เก่าแก่บอกว่าเป็นเส้นทางเดียวที่จะผ่านเข้าไปสู่หุบเขาที่สาบสูญได้
"ยังไหวครับ" ผมตอบสั้นๆ พยายามควบคุมจังหวะการหายใจที่เริ่มติดขัด ความเจ็บปวดจากการสูญเสียพ่อที่ผมมักจะเก็บไว้ในลิ้นชักที่ปิดตายของหัวใจ คล้ายจะถูกแรงกดดันของหุบเขานี้งัดให้มันเปิดออกอีกครั้ง ภาพใบหน้าสุดท้ายของพ่อที่เปื้อนฝุ่นควันและกลิ่นอายของดินในจดหมายฉบับนั้น... มันกำลังบอกให้ผมหยุด แต่ผมทำไม่ได้
เราข้ามผ่านสันเขาแคบๆ ที่ความกว้างไม่เกินสองช่วงแขน ด้านหนึ่งคือผนังหินแกรนิตที่เย็นเยียบ อีกด้านคือความมืดมิดของหุบเหวที่ไร้จุดสิ้นสุด เอเลน่าหยิบเชือกเส้นเก่าออกมาผูกเข้ากับเอวของเธอและผมด้วยความชำนาญ มือของเธอหยาบกร้านแต่ทว่ามั่นคงอย่างน่าประหลาด
"ฉันไม่เคยชอบคำว่า 'ทางที่ยากที่สุด' เลยนะกานต์" เธอกล่าวพลางหัวเราะแห้งๆ ในลำคอ "แต่น่าแปลกที่คำพูดพวกนี้ มักจะนำไปสู่สิ่งที่มีค่าที่สุดเสมอ คุณว่าไหม?"
"คนท้องถิ่นบอกว่าสิ่งที่รออยู่ในหุบเขานั้นไม่ใช่สมบัติ แต่มันคือคำตอบของคนทำผิดพลาด" ผมเอ่ยขึ้นพลางชะงักฝีเท้า เมื่อเห็นร่องรอยบางอย่างบนโขดหิน มันไม่ใช่รอยกัดเซาะของธรรมชาติ แต่มันคือสัญลักษณ์... สัญลักษณ์เดียวกับที่ผมพบในไดอารี่ของพ่อเมื่อสิบปีก่อน
เอเลน่าหันมามองผม สายตาของเธออ่อนโยนลง "งั้นเราก็มาถูกทางแล้วใช่ไหมครับ?"
เราเดินฝ่ากระแสลมที่เริ่มแปรปรวนขึ้นเรื่อยๆ ทัศนวิสัยข้างหน้าเริ่มพร่าเลือนด้วยไอหมอกที่ไหลทะลักลงมาจากยอดเขาเหมือนสายน้ำสีเทา บรรยากาศรอบตัวกดทับจนแม้แต่เสียงลมก็ดูเหมือนเสียงกระซิบจากใครบางคนที่จ้องมองเราอยู่จากเงามืดของชะง่อนหิน ทุกย่างก้าวคือการต่อสู้กับความหวาดระแวง และทุกจังหวะการเต้นของหัวใจคือการตอกย้ำว่า เราได้ทิ้งโลกที่คุ้นเคยไว้ข้างหลังไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับ
ผมหยุดนิ่งเมื่อเห็นบางอย่างตั้งตระหง่านอยู่สุดปลายหน้าผา มันคือซากปรักหักพังของอาคารหินที่ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นทางเข้าสู่หุบเขาโดยเฉพาะ และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือรอยเท้าสดๆ บนพื้นดินที่เปียกชื้น มันไม่ได้มีแค่รอยเท้าของเรา แต่มันมีรอยเท้าของ 'ใครบางคน' ที่เดินนำหน้าเราไปไม่เกินห้านาที
"เอเลน่า... ดูนั่น" ผมชี้ไปยังรอยเท้านั้น
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ปลดเชือกที่เอวออกแล้วขยับเข้าไปใกล้กำแพงหินนั้น เสียงของเธอเบาหวิวราวกับกลัวว่าจะไปปลุกบางสิ่งให้ตื่นขึ้น "กานต์ ดูที่กำแพงสิครับ... รอยสลักนั่น"
ผมก้าวเข้าไปใกล้ แสงที่ลอดผ่านหมอกจางๆ เผยให้เห็นลวดลายบนกำแพง มันเป็นตัวอักษรภาษาที่ไม่มีใครในโลกยุคปัจจุบันอ่านออก แต่ผมกลับรู้สึกถึงความคุ้นเคยอย่างประหลาด มันเป็นลายมือเดียวกับที่อยู่ในจดหมายฉบับสุดท้ายของพ่อ... จดหมายที่เขียนว่า *'ถ้าลูกอ่านถึงตรงนี้ แสดงว่ารอยเท้าของพ่อได้นำทางลูกมาถึงจุดสิ้นสุดของความลับแล้ว'*
ทว่า ในวินาทีที่ผมเอื้อมมือไปสัมผัสรอยสลักนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ จากด้านหลังกำแพงหินก็ดังขึ้น พร้อมกับลำแสงจากไฟฉายแรงสูงที่พุ่งตรงมาที่ตาของผมจนต้องยกมือขึ้นป้อง
"หยุดอยู่ตรงนั้น!" เสียงทุ้มต่ำและดุดันของชายแปลกหน้าดังขึ้น "ไม่มีใครควรเข้ามาในหุบเขานี้ โดยเฉพาะคนที่พก 'กุญแจ' มาด้วยแบบพวกคุณ"
เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นจากเงามืด เผยให้เห็นชายสวมชุดนักเดินทางในสภาพยับเยิน ใบหน้าของเขามีแผลเป็นยาวพาดผ่านดวงตาข้างหนึ่ง แต่ที่ทำให้ผมแทบหยุดหายใจไม่ใช่รูปลักษณ์ของเขา หากแต่เป็นของในมือที่เขาถืออยู่... มันคือนาฬิกาพกสีเงินที่มีตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลของพ่อผม
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรอยเท้าของท่านจะถักทอเป็นเรื่องราวที่น่าจดจำไปพร้อมกับผมในตอนหน้านะครับ - แบกเป้ท่องโลก
จดหมายเหตุข้างทาง: รอยเท้าที่หายไปในทวีปที่ไม่มีชื่อ•ตอนที่ 7
มุ่งสู่หุบเขาที่สาบสูญ
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จดหมายเหตุข้างทาง: รอยเท้าที่หายไปในทวีปที่ไม่มีชื่อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!