“ถ้าคุณคิดว่าความเงียบจะช่วยให้คำตอบมันกระจ่างขึ้น คุณกำลังหลอกตัวเองอยู่ครับกานต์”
เสียงของเอเลน่าดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวภายในเพิงพักชั่วคราว เธอไม่ได้หันมามองผม ดวงตาของเธอจับจ้องอยู่ที่เปลวไฟที่กำลังเต้นระบำอยู่ในกองหิน รอยไหม้บนฟืนไม้สนส่งเสียงปะทุเหมือนคนกำลังขัดแย้งในใจตัวเอง
ผมวางปากกาลงในสมุดบันทึกที่เปิดค้างไว้ หมึกสีน้ำเงินซึมลงบนกระดาษจนเกิดรอยด่างพร้อย ราวกับความรู้สึกที่ผมกำลังเผชิญอยู่ มันขยายวงกว้างจนยากจะควบคุม “บางครั้ง... ผมแค่ต้องการพื้นที่ให้ความทรงจำมันได้หายใจบ้างครับ เอเลน่า”
“ความทรงจำที่ไม่มีที่วางให้คนปัจจุบัน มันก็แค่หลุมศพทางความคิด” เธอหันกลับมา แสงไฟสะท้อนในดวงตาสีฟ้าคู่นั้นของเธอ มันเย็นชาแต่ก็อบอุ่นในเวลาเดียวกัน “ตั้งแต่วันที่คุณบอกผมเรื่องคุณพ่อ... คุณก็ไม่เคยเดินทางไปพร้อมกับผมจริงๆ อีกเลย ร่างกายคุณอยู่ที่นี่ แต่ใจคุณเหมือนถูกฝังไว้ใต้หิมะที่ไม่มีชื่อนั่นแล้ว”
คำพูดของเธอกรีดผ่านความรู้สึกผมราวกับใบมีด กานต์ในวัย 28 ปี ผู้ที่เคยเชื่อว่าการแบกเป้ออกเดินทางคือการปลดปล่อย แต่ในวินาทีนี้ ผมกลับรู้สึกเหมือนเป็นนักโทษที่ติดอยู่ในกรงขังที่ชื่อว่า ‘ความโดดเดี่ยว’ ยิ่งผมเดินทางไกลเท่าไหร่ ผมยิ่งพบว่าตัวเองไม่ได้หนีพ้นจากเงาของพ่อ แต่มันกลับยาวขึ้นและชัดเจนขึ้นทุกครั้งที่ผมหยุดพัก
ผมหยิบขวดน้ำขึ้นมาจิบเพื่อกลบเกลื่อนอาการสั่นที่ปลายนิ้ว “คุณไม่เข้าใจหรอกครับ... การที่มีคนเดินเคียงข้าง แต่มองเห็นความว่างเปล่าเป็นเพื่อนสนิท มันทรมานแค่ไหน”
เอเลน่าถอนหายใจยาว เธอขยับตัวเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากเสื้อขนสัตว์ของเธอ “ผมไม่ได้ต้องการให้คุณเลิกคิดถึงเขาครับกานต์ แต่ผมต้องการให้คุณรู้ว่า ต่อให้โลกใบนี้จะไม่มีชื่อเรียก ต่อให้รอยเท้าของเราจะถูกพายุลบหายไปจนหมดสิ้น แต่ที่นี่... ตรงหน้าคุณ... ยังมีคนที่มีตัวตนอยู่จริง”
เธอยื่นมือมาแตะที่หน้าอกซ้ายของผมเบาๆ จังหวะการเต้นของหัวใจที่นั่นมันหนักหน่วงและสับสน ผมมองมือของเธอ แล้วมองหน้าเธอ สิ่งที่ผมเห็นไม่ใช่แค่ความเห็นใจ แต่มันคือความผูกพันที่ผมพยายามปฏิเสธมาตลอด เพราะการยอมรับว่ามีใครสักคนเข้ามาแทนที่พื้นที่ว่างเปล่าในใจ คือการยอมรับว่าพ่อของผมได้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับจริงๆ
“ขอบคุณครับ” ผมตอบเสียงแผ่ว พลางเบือนหน้าหนี เพราะไม่อยากให้เธอเห็นความอ่อนแอที่กำลังเอ่อล้นในดวงตา
คืนนั้น ความเงียบไม่ได้เป็นมิตรเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา มันกลายเป็นกระจกที่สะท้อนความเห็นแก่ตัวของผม ผมนั่งมองเปลวไฟที่ค่อยๆ มอดดับลง พลางนึกถึงบทสนทนาสุดท้ายก่อนที่พ่อจะจากไป ท่านเคยบอกว่า ‘การเดินทางที่แท้จริง ไม่ใช่การหาที่ไป แต่คือการหาทางกลับมาเจอตัวเองให้พบ’ แต่ตอนนี้ผมหลงทาง... ไม่ใช่เพราะแผนที่ขาดหรือทิศทางที่ผิด แต่มันคือเข็มทิศในใจที่หมุนคว้างไม่หยุด
ผมตัดสินใจเดินออกไปนอกเพิงพัก ลมหนาวปะทะใบหน้าจนชาดิก ท้องฟ้าเบื้องบนไร้ซึ่งแสงดาว เป็นเพียงผืนผ้าใบสีดำสนิทที่ไร้จุดหมาย ผมก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไร้ทิศทาง ขาของผมพาร่างกายไปจนถึงริมหน้าผาที่ทอดยาวลงสู่หุบเหวเบื้องล่าง ที่นี่คือจุดที่ผมและเอเลน่าเคยปักหมุดไว้ว่าจะข้ามผ่านในวันพรุ่งนี้
ทันใดนั้น แสงไฟวาบขึ้นจากฝั่งตรงข้ามของหุบเหว มันไม่ใช่แสงจากธรรมชาติ ไม่ใช่แสงจากกองไฟ แต่มันเป็นแสงสีฟ้าที่นิ่งสนิทและเป็นระเบียบ... ราวกับเป็นรหัสสัญญาณบางอย่าง
หัวใจผมกระตุกวูบ เมื่อเงาสีดำสายหนึ่งก้าวออกมาจากหลังโขดหินฝั่งนั้น เขาคนนั้นสวมเสื้อกันหนาวตัวเก่าที่ขาดวิ่นตรงไหล่ข้างซ้าย ซึ่งเป็นภาพเดียวกับที่ผมเห็นในรูปถ่ายใบสุดท้ายของพ่อก่อนท่านหายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน ชายคนนั้นหยุดยืนอยู่ตรงขอบหน้าผา แล้วหันมามองทางผม... เขาไม่ได้กวักมือเรียก แต่เขาวางเป้ใบเก่าลงบนพื้น แล้วหยิบสมุดบันทึกที่คุ้นตาที่สุดขึ้นมาเปิดออก
ก่อนที่ผมจะทันได้ตะโกนเรียก หรือแม้แต่จะก้าวขาออกไป แรงดึงจากด้านหลังก็รั้งต้นแขนผมไว้อย่างแรง ผมหันกลับไปพบเอเลน่าที่ใบหน้าซีดเผือด เธอไม่ได้มองชายคนนั้น แต่มองมาที่ผมด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
“อย่าก้าวไปข้างหน้าอีกแม้แต่ก้าวเดียวครับกานต์” เธอเอ่ยเสียงสั่น “นั่นไม่ใช่พ่อของคุณ... ดูที่พื้นดินสิ”
ผมก้มมองตามคำพูดของเธอ และสิ่งที่เห็นทำให้ลมหายใจของผมหยุดชะงัก รอยเท้าที่ทอดนำไปหาชายคนนั้นบนพื้นหิมะ... มันไม่ได้มีแค่รอยเท้าเดียว แต่มันมีรอยเท้าซ้อนทับกันเป็นพันๆ รอย จนกลายเป็นทางเดินที่ลึกโบ๋ราวกับมีกองทัพอะไรบางอย่างกำลังเดินวนเวียนอยู่ในพื้นที่นั้นมานานนับร้อยปี และสิ่งที่แย่ที่สุดคือ... รอยเท้าเหล่านั้นกำลังขยับเข้ามาหาเรา ในขณะที่ร่างของชายคนนั้นเริ่มเลือนหายไปเหมือนหมอกควัน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและไขปริศนานี้ไปพร้อมกับผมในตอนถัดไปนะครับ - แบกเป้ท่องโลก
จดหมายเหตุข้างทาง: รอยเท้าที่หายไปในทวีปที่ไม่มีชื่อ•ตอนที่ 22
หลงทางในความคิดตนเอง
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จดหมายเหตุข้างทาง: รอยเท้าที่หายไปในทวีปที่ไม่มีชื่อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!