หน้าจอสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำงานสั่นครืดคราดติดต่อกันสามครั้ง ข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทสีดำสนิทปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงเตือนที่เย็นยะเยือกจนสันหลังวาบ กรณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่มินซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังรัวนิ้วลงบนแป้นคีย์บอร์ดแล็ปท็อปด้วยความเร็วสูง แสงสีฟ้าสะท้อนเข้ากับดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกของเธอ
"กรณ์... นายต้องดูนี่" เสียงของมินสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ระบบหลังบ้านของห้องแชทนั้น... มันไม่ได้ถูกส่งมาจากเซิร์ฟเวอร์ในประเทศเลยค่ะ มันถูกส่งสัญญาณมาจากเบอร์โทรศัพท์พื้นฐานที่ถูกยกเลิกใช้งานไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน... และที่สำคัญที่สุดคือ สัญญาณนั้นกำลังเคลื่อนที่"
กรณ์ขมวดคิ้วแน่น ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่มีเพียงแสงไฟส mัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เขายังจำภาพความตายของสมาชิกคนแรกที่เพิ่งจบลงไปเมื่อคืนได้ดี ความสยดสยองที่ยังคงหลอกหลอนอยู่ในโสตประสาททำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะกระพริบตา นัยน์ตาคมกริบมองไปยังหน้าจอแชทที่แสดงข้อความภารกิจใหม่สำหรับคืนนี้
*[ภารกิจคนที่ 2: จงรับสายและตอบคำถามจากผู้โทรเข้ามาในเวลา 00:00 น. ห้ามวางสายจนกว่าเสียงสัญญาณจะตัดไป หากทำไม่สำเร็จ... คุณจะสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุด]*
ติ๊ด...
เสียงนาฬิกาดิจิทัลบนผนังห้องบอกเวลาเที่ยงคืนตรงพอดี ราวกับนัดหมายไว้ ทันใดนั้น เสียงริงโทนโทรศัพท์บ้านยุคโบราณที่ตั้งอยู่มุมห้องก็ดังขึ้นกังวาน "กริ๊งงง... กริ๊งงง..."
เสียงนั้นแหลมสูงและบาดแก้วหู ราวกับกรีดร้องออกมาจากความมืดมิด กรณ์สะดุ้งสุดตัว เขากวาดสายตามองโทรศัพท์เครื่องเก่าที่ไม่มีแม้กระทั่งสายเสียบต่อกับผนัง มันถูกถอดปลั๊กออกตั้งแต่เกิดเรื่องประหลาดในหอพักแห่งนี้ แต่มันกลับส่งเสียงดังขึ้นมาเองได้อย่างไร?
"อย่ารับนะกรณ์!" มินเอื้อมมือมาคว้าแขนเขาไว้แน่น ฝ่ามือของเธอเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง "มันผิดปกติเกินไปแล้ว นายก็รู้ว่าถ้าทำตามเกมของมัน เราอาจจะไม่มีวันได้กลับออกไป"
"ถ้าไม่รับ... แล้วใครจะเป็นคนรับล่ะมิน" กรณ์ถามกลับด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคู่นั้นฉายแววลังเลแต่ก็เด็ดเดี่ยว เขารู้ดีว่าการปฏิเสธคำสั่งของ 'ห้องแชทมรณะ 00:00 น.' มีบทลงโทษที่โหดร้ายเพียงใด บทเรียนจากศพแรกยังคงสดใหม่ในความทรงจำ
ร่างสูงก้าวเดินเข้าไปใกล้โต๊ะไม้เก่าที่มีโทรศัพท์สีดำทรงโบราณตั้งอยู่ เสียงกริ๊งยังคงดังซ้ำๆ เป็นจังหวะที่ราวกับกำลังนับถอยหลังลมหายใจของเขา ทุกย่างก้าวที่ขยับเข้าหาเต็มไปด้วยความอึดอัด บรรยากาศรอบตัวหนาทึบขึ้นจนรู้สึกหายใจไม่สะดวก กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ทั้งที่เมื่อครู่ห้องนี้ยังไม่มีกลิ่นเช่นนี้เลย
กรณ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะตัดสินใจยื่นมืออันสั่นเทาไปยกหูโทรศัพท์ขึ้นแนบหู
ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วอึดอัด มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของเขาเองที่ดังสะท้อนผ่านช่องลำโพง ก่อนที่เสียงหนึ่งจะดังขึ้น... เสียงนั้นแหบแห้ง ยานคาง และฟังดูคล้ายเสียงกระซิบจากหลุมศพ
*(สวัสดี... กรณ์...)*
ดวงตาของกรณ์เบิกโพรง หัวใจของเขาแทบหยุดเต้นเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อของตนเองอย่างชัดเจน มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ทั่วไป แต่มันเหมือนเสียงของคนหลายคนมารวมกันอยู่ในประโยคเดียว ทุ้มต่ำ หวีดหวิว และเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย
"คุณเป็นใคร? ต้องการอะไร?" กรณ์เค้นเสียงถามออกไป แม้ลำคอจะตีบตันจนแทบเปล่งเสียงไม่ออก
*(แกจำเสียงนี้ไม่ได้จริงๆ หรือ... เพื่อนเก่า...)* ปลายสายตอบกลับมาพร้อมเสียงหัวเราะคิกคักชวนขนหัวลุก *(คนที่แกปล่อยให้ตายในคืนนั้น... คนที่ร้องขอความช่วยเหลือจากแก... แต่แกเลือกที่จะวิ่งหนี...)*
ภาพเหตุการณ์ในอดีตเมื่อปีก่อนพรั่งพรูเข้ามาในหัวของกรณ์ราวกับสายน้ำเชี่ยวกราก ภาพของเพื่อนสนิทที่ติดอยู่ในกองเพลิง เสียงทุ้มต่ำที่ร้องเรียกชื่อเขา และความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาตลอดระยะเวลาหลายปี ความลับที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ลึกที่สุด กลับถูกขุดคุ้ยขึ้นมาพูดถึงโดยใครบางคนที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด
"ไม่... ไม่จริง นายเป็นใครกันแน่!" กรณ์ตะโกนใส่โทรศัพท์ มืออีกข้างกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อจนรู้สึกเจ็บ
*(คำถามข้อที่สอง...)* เสียงปลายสายไม่สนใจคำปฏิเสธ น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนเป็นเย็นชาและจริงจังขึ้นทันที *(ถ้าตอนนี้แกย้อนเวลากลับไปได้... แกจะยอมตายแทนฉันไหม?)*
ความกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่สมองของกรณ์ ราวกับมีค้อนขนาดใหญ่ทุบลงกลางกบาล คำถามนี้ไม่ใช่แค่คำถามทั่วไป แต่มันคือกับดักทางจิตวิทยาที่ดึงเอาความรู้สึกผิดบาปที่สุดในชีวิตของเขาออกมาย่ำยี มินที่ยืนมองอยู่ห่างๆ สังเกตเห็นใบหน้าของกรณ์ที่ซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพลายเต็มหน้าผาก ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
"ฉัน... ฉัน..." กรณ์อ้าปากค้าง สมองขาวโพลน คำตอบติดอยู่ที่ริมฝนวน เขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ริมหน้าผาอันสูงชัน หากตอบผิดชีวิตอาจต้องดับสูญ แต่หากตอบตามความจริง ความรู้สึกผิดก็จะแผดเผาเขาให้ตายทั้งเป็น
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าจอแล็ปท็อปของมิน ตัวเลขถอยหลังของภารกิจกำลังกระพริบเป็นสีแดงฉาน: `00:15... 00:14... 00:13...`
"กรณ์! ตอบมันไปสิ! อย่าไปฟังมัน!" มินส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นเงาดำประหลาดเคลื่อนไหวอยู่ด้านหลังของกรณ์ผ่านเงาสะท้อนจากกระจกหน้าต่าง
กรณ์สะดุ้งเฮือก สติสัมปชัญญะกลับคืนมาวูบหนึ่ง เขากำลังจะอ้าปากตอบคำถามนั้น แต่ทว่า... เสียงจากปลายสายกลับเงียบหายไป เหลือเพียงเสียงสัญญาณตื๊ดๆ ยาวนานที่บ่งบอกว่าสายถูกตัดขาดไปแล้ว
หน้าจอสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำงานสั่นขึ้นอีกครั้งพร้อมข้อความใหม่จากห้องแชทมรณะ
*[หมดเวลาภารกิจ: ล้มเหลว]*
*[บทลงโทษกำลังเริ่มต้นขึ้น...]*
"มิน... ระวัง!"
กรณ์ยังไม่ทันได้พูดจบประโยค ไฟหลอดนีออนบนเพดานก็กะพริบติดๆ ดับๆ ก่อนจะดับสนิทลง เหลือเพียงแสงสีฟ้าจากหน้าจอแล็ปท็อปที่ส่องสว่างใบหน้าของมินที่กำลังหวาดกลัวสุดขีด และเมื่อกรณ์หันกลับไปมองเพื่อนสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามเมื่อครู่ เก้าอี้ตัวนั้นกลับว่างเปล่า... ทิ้งไว้เพียงโทรศัพท์มือถือของมินที่ตกอยู่บนพื้น พร้อมข้อความสั้นๆ ที่เพิ่งเด้งขึ้นมาบนหน้าจอของเธอเอง
*“ฉันอยู่ข้างหลังนายแล้วค่ะ... กรณ์”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ
ห้องแชทมรณะ 00:00 น.•ตอนที่ 6
เสียงกระซิบจากสายโทรศัพท์
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องแชทมรณะ 00:00 น. นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!