เสียงโลหะหนักอึ้งกระทบกันดังสนั่น ก้องกังวานไปทั่วโถงทางเดินอับชื้นของอาคารร้าง เป็นเสียงที่พวกเราไม่อยากได้ยินที่สุดในวินาทีนี้
"ล็อกสนิท... ทุกบานเลยค่ะ"
มินทรุดตัวลงพิงบานประตูเหล็กหนาทึบ หน้าจอสมาร์ทโฟนในมือเธอสั่นระรัว แสงสีฟ้าสะท้อนใบซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ปลายนิ้วที่เคยรัวแป้นพิมพ์ได้อย่างคล่องแคล่วบัดนี้สั่นเทาจนแทบ
hold เครื่องไว้ไม่อยู่ ในห้องแชทสีดำสนิทไร้ซึ่งความปรานี ตัวเลขเคาน์เตอร์ถอยหลังยังคงเดินหน้าอย่างไร้ความปรานี: *00:14:59... 00:14:58...*
กรณ์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ดวงตาคมกวาดมองไปรอบตัวด้วยความตื่นตัว เขาพยายามสูดอากาศเข้าปอดเพื่อเรียกสติ แม้กลิ่นอับชื้นปนกลิ่นคาวสนิมจะทำให้คลื่นไส้ก็ตาม ประตูหนีไฟทิศใต้ถูกเชื่อมตายด้วยคานเหล็กหนา หน้าต่างทุกบานถูกตอกปิดด้วยแผ่นไม้กระดานตอกตะปูยาวเหยียด ราวกับว่าสถานที่แห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น ‘กรง’ สำหรับล่าเหยื่อโดยเฉพาะ ไม่ใช่สถานที่ให้พวกเราหลบหนี
"เราติดกับดักแล้ว มิน" กรณ์เอ่ยเสียงแหบพร่า พยายามดึงสติกลับมาที่สถานการณ์ตรงหน้า "มันไม่ได้ไล่ต้อนเรามาส่งเดช... มันต้อนเรามาที่นี่ตั้งแต่แรกต่างหาก"
ปึ้ง! เสียงทุบประตูดังมาจากชั้นบน ตามมาด้วยเสียงลากวัตถุหนักอึ้งครูดไปกับพื้นปูน เสียงนั้นฟังดูช้า ทว่าคุกคามและทรงพลังจนแผ่นหลังของพวกเราเย็นวาบ ขนลุกชันไปทั่วร่างราวกับมีเข็มนับพันเล่มมากดทุบ
"แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะคะกรณ์? ในแชทมัน... มันแจ้งเตือนเงื่อนไขใหม่ออกมาแล้วนะ!" มินส่งเสียงสะอื้นเบาๆ ก่อนจะยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้เขาดู
บนหน้าจอแชทสีดำสนิท ปรากฏข้อความตัวอักษรสีแดงสดที่เพิ่งเด้งขึ้นมาใหม่:
*[ระบบประกาศ: เส้นทางหลบหนีทั้งหมดถูกปิดตายตามกฎของเกม]*
*[เงื่อนไขพิเศษเพื่อความอยู่รอด (สละสิทธิ์ 1 ชีวิต เพื่อเปิดทางให้ผู้เล่นที่เหลือ):]*
*[1. จงเลือกผู้ร่วมชะตากรรม 1 คนเพื่อเดินเข้าสู่ "ห้องทดลองใต้ดิน" ลำพัง]*
*[2. ภายในเวลา 10 นาที หากไม่มีใครเสนอตัว ระบบจะทำการสุ่มและปลิดชีพอัตโนมัติทั้งหมด]*
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ความกดอากาศในพื้นที่แคบๆ นี้ดูเหมือนจะลดต่ำลงจนหายใจไม่ออก กรณ์จ้องมองข้อความนั้นนิ่งนาน สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็วภายใต้ความกดดันมหาศาล นี่ไม่ใช่แค่เกมจิตวิทยาธรรมดา แต่มันคือการบีบให้มนุษย์หันมาฆ่ากันเองทางอ้อม
มินเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา ริมฝีปากสั่นระริกจนแทบพูดไม่ออก บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจของพวกเขาทีละน้อย
"กรณ์..." มินเอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับคนหมดแรง "นายจำตอนที่พวกเราติดอยู่ในห้องสมุดเก่าเมื่อปีที่แล้วได้ไหมคะ? ตอนนั้น... นายเป็นคนบอกเองว่าเราจะไม่ทิ้งกัน"
กรณ์หันไปมองเพื่อนร่วมชั้นที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมาตลอดทาง แววตาของมินเต็มไปด้วยความหวาดกลัวระคนกับความคาดหวัง ลึกๆ แล้ว เธอกำลังกลัวว่าเขาจะตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ง่ายที่สุด—เส้นทางที่จะโยนภาระความตายให้คนอื่นเพื่อแลกกับลมหายใจของตนเอง
"ฉันจำได้ดี, มิน" กรณ์ตอบเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ทว่าในใจเขากลับสั่นไหวอย่างรุนแรง เขารู้ดีว่าตรรกะและเหตุผลใช้ไม่ได้ผลกับ ‘มัน’ ตัวตนที่อยู่เบื้องหลังห้องแชทนี้ต้องการทดสอบขีดจำกัดของความเป็นมนุษย์
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากบันไดเวียนเบื้องบน มันไม่ใช่เสียงวิ่ง แต่เป็นเสียงเดินที่มั่นคงและเยือกเย็นราวกับผู้ล่าที่รู้ว่าเหยื่อไม่มีทางหนีรอดไปไหนได้
"เวลาเหลืออีกไม่มากแล้วนะคะ..." มินกระซิบ เสียงของเธอขาดห้วงเพราะก้อนสะอื้น "ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง... เราจะตายกันหมดตรงนี้"
"ฉันไม่เลือกใครทั้งนั้น" กรณ์พูดขึ้น น้ำเสียงหนักแน่นเด็ดเดี่ยว ดวงตาคู่คมจ้องมองไปที่ประตูห้องเก็บของเก่าแก่ที่อยู่สุดทางเดิน ซึ่งเป็นจุดเดียวที่พวกเขายังไม่ได้สำรวจ "และฉันก็ไม่ยอมให้ใครต้องตายแทนใครด้วย"
"แต่มันไม่มีทางอื่นแล้วนะกรณ์! ทางตัน! เราเจอทางตันแล้ว!" มินโพล่งออกมาอย่างหมดความอดทน น้ำตาไหลอาบสองแก้ม
"ทางตันไม่ได้แปลว่าไม่มีทางออก" กรณ์หันไปมองเธอ แววตาฉายประกายความมุ่งมั่นที่แม้แต่ตัวเขาเองก็แปลกใจ "จำที่เธอบอกได้ไหม ว่าเซิร์ฟเวอร์หลักของห้องแชทนี้ไม่ได้อยู่บนคลาวด์ทั่วไป แต่มันเชื่อมต่อกับระบบไฟสำรองของตึกนี้?"
มินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความตระหนักรู้บางอย่างวาบขึ้นในหัวสมองอันชาญฉลาดของเธอ "หมายความว่า..."
"ใช่ ห้องเก็บของนั่นไม่ใช่ทางตัน แต่มันคือห้องควบคุมระบบไฟฟ้าหลักของอาคารนี้" กรณ์พูดพร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าท่อนเหล็กผุๆ ที่ตกอยู่ใกล้ๆ มาถือไว้กระชับมือ "ถ้าเราตัดระบบไฟทั้งหมด... ห้องแชทบ้าๆ นี่ก็จะล่ม และสัญญาณที่มันใช้ควบคุมประตูเหล็กก็จะหายไป"
มินสูดหายใจเข้าลึก พยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว ความกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหวังอันริบหรี่ "ตกลงค่ะ! เราจะไปทางนั้นกัน!"
ทั้งคู่ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน กรณ์เดินนำหน้าด้วยความระแวดระวัง ท่อนเหล็กในมือถูกกำแน่นจนข้อต่องอขาว ขณะที่มินเดินตามหลังติดๆ สายตาคอยกวาดมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ตัวเลขถอยหลังยังคงเดินหน้าอย่างกระชั้นชิด: *00:10:00...*
พวกเขาก้าวฝ่าความมืดและกลิ่นอับเข้าสู่โถงทางเดินแคบๆ ที่นำไปสู่ห้องเก็บของ ประตูไม้เก่าแก่ขึ้นสนิมเปิดแง้มอยู่เล็กน้อย ราวกับมีใครหรือ ‘อะไรบางอย่าง’ จงใจเปิดต้อนรับพวกเขาล่วงหน้าแล้ว
กรณ์เอื้อมมือไปผลักบานประตูไม้ให้เปิดออก เสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดห้วงดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงัน กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นเคมีแปลกประหลาดพัดปะทะใบหน้าทันทีที่ประตูเปิดกว้าง
ภายในห้องนั้นมืดสนิท มีเพียงแสงไฟกระบี่ริบหรี่จากหน้าจอโทรศัพท์ของมินที่สาดส่องเข้าไป ทว่า... สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของพวกเขากลับไม่ใช่ตู้ควบคุมไฟอย่างที่คาดคิด
กลางห้องโล่งกว้าง มีเก้าอี้ไม้ตัวเก่าตั้งอยู่โดดเดี่ยว บนเก้าอี้มีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางอยู่ และข้างๆ นั้น... คือร่างของใครบางคนกำลังนั่งหันหลังให้พวกเขาร่างนั้นสวมเสื้อฮู้ดสีดำสนิทคุ้นตา ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยราวกับกำลังรอคอยการมาเยือนของพวกเขาอยู่แล้ว
กรณ์ชะงักฝีเท้าทันที หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขารู้จักเสื้อฮู้ดตัวนั้นดี... มันคือเสื้อตัวเดียวกับที่เพื่อนสนิทของเขาเคยใส่ในวันก่อนที่เขาจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อปีก่อน
ร่างบนเก้าอี้ค่อยๆ หันกลับมาอย่างช้าๆ ราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกควบคุมด้วยกลไกบางอย่าง...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่ห้วงมรณะไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปค่ะ
ห้องแชทมรณะ 00:00 น.•ตอนที่ 18
ทางตัน
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องแชทมรณะ 00:00 น. นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!