“ถ้าแกตัดสัญญาณเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้ มิน... เราทุกคนในตึกนี้จะไม่รอดถึงตีหนึ่ง”
กรณ์กดข้อนิ้วลงบนโต๊ะไม้อัดจนกระดูกลั่นเปรี๊ยะ นัยน์ตาคมกริบใต้กรอบแว่นจ้องเขม็งไปยังเส้นกราฟข้อมูลบนหน้าจอมอนิเตอร์ที่กำลังเต้นเร่าราวกับคลื่นหัวใจของคนใกล้ตาย เงาสะท้อนจากหน้าจออาบใบหน้าซูบตอบของเขาให้ดูซีดเซียว ยิ่งบรรยากาศในห้องทำงานชมรมคอมพิวเตอร์ชั้นสี่ของอาคารร้างปราศจากแสงไฟหลัก มีเพียงประกายวาบไหวของฮาร์ดดิสก์เก่าๆ ยิ่งขับให้ความเงียบรอบตัววังเวงจนได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดของคนทั้งคู่
“ฉันพยายามแล้วกรณ์! แต่มันไม่ใช่สคริปต์ปกติ... แกดูนี่สิ โค้ดพวกนี้มันไม่ได้รันบนระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ” มินสบถรัว ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบรัวแป้นพิมพ์แมคคานิคอลจนเกิดเสียงกระทบกันถี่กระชั้นราวกับเสียงเคาะฟันของคนหนาวสั่น หยาดเหงื่อเม็ดโป้งผุดซึมตามไรผมสั้นระต้นคอ “ไอพีแอดเดรสของแอดมินห้องแชท... มันสะท้อนกลับมาที่แมคแอดเดรสของเครื่องพวกเราทุกคน เหมือนกับว่า... ปลายสายไม่ได้ส่งสัญญาณมาจากข้างนอก แต่มันแฝงตัวอยู่ในโทรศัพท์ของเราตั้งแต่แรก”
“ไม่มีทาง” กรณ์พยายามเค้นตรรกะทั้งหมดที่เขายึดถือขึ้นมาคัดค้าน น้ำเสียงแหบพร่าพยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก “ทุกอย่างต้องมีต้นตอ มีเซิร์ฟเวอร์ มีคนบงการ การตายของไอ้ภัทรเมื่อวานก็เหมือนกัน มันไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ ใครบางคนกำลังใช้จิตวิทยากับความกลัวมาบีบให้พวกเราฆ่าตัวตายเองต่างหาก”
“แล้วแกจะอธิบายเรื่องข้อความเสียงของภัทรที่ส่งมาตอนตีสามหลังจากที่มันกระโดดตึกไปแล้วสิบชั่วโมงยังไง!”
มินตวาดสวนกลับมา ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความหวาดระแวง เส้นเลือดฝอยในตาแดงก่ำ ริมฝีปากแห้งผากสั่นระริก เธอหยุดมือที่เคาะแป้นพิมพ์กระทันหัน ทิ้งให้ห้องทั้งห้องจมสู่ความเงียบอันหนักอึ้งชั่วขณะ ความเงียบชนิดที่ทำให้ได้ยินเสียงเลือดสูบฉีดอยู่ที่ข้างขมับ
กรณ์นิ่งงันไป คำถามนั้นกรีดลึกลงไปในแผลเป็นเก่าในจิตใจ ภาพศพของภัทรที่บิดเบี้ยวบนลานคอนกรีตยังคงติดตา กลิ่นคาวสนิมเหล็กคล้ายกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในความทรงจำยังไม่เคยจางหายไปไหนตลอดสามปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันที่เขาเสียเพื่อนรักคนแรกไปในลักษณะเดียวกัน
และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดออกมาอีก...
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณแจ้งเตือนสั้นๆ ดังขึ้นจากสมาร์ตโฟนของกรณ์ที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะ มันเป็นเสียงสังเคราะห์ธรรมดาที่ควรจะคุ้นหู ทว่าในวินาทีนี้ มันกลับบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทราวกับคมมีดผ่าตัด
*ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!*
ตามมาด้วยเครื่องของมิน และเสียงสะท้อนที่แว่วมาจากห้องข้างๆ แม้กระทั่งจากกระเป๋าเป้ของนักศึกษาคนอื่นที่แอบซ่อนตัวอยู่ตามมุมมืดของอาคารเรียนร้างแห่งนี้
*ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนไม่ได้ดังเป็นจังหวะอีกต่อไป แต่มันกระหน่ำรัวขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเสียงหวีดแหลมที่ซ้อนทับกันนับร้อยนับพันครั้ง เสียงสังเคราะห์บิดเบี้ยวจนฟังดูคล้ายเสียงกรีดร้องโหยหวนของฝูงแมลง หรือเสียงเล็บมือที่ตะกุยลงบนแผ่นกระจกอย่างบ้าคลั่ง มินผงะถอยหลังจนเก้าอี้ล้อเลื่อนไถลไปชนตู้เอกสารเหล็กเสียงดังโครม กรณ์รีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยสัญชาตญาณ
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความร้อนลวกผิดปกติแล่นผ่านฝาหลังโลหะเข้าสู่ผิวหนังจนแทบจะสะบัดทิ้ง
แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับตรึงสายตาของเขาไว้จนไม่อาจขยับเขยื้อน
หน้าจอสัมผัสที่เคยดับมืด สว่างวาบขึ้นมาด้วยสีแดงฉาน... มันไม่ใช่สีแดงของภาพกราฟิกหรือธีมแอปพลิเคชันทั่วไป แต่มันเป็นสีแดงก่ำ ข้นคลั่ก คล้ายกับมีของเหลวหนืดเหนียวไหลเอ่อท้นอยู่ใต้กระจกหน้าจอ แสงสีเลือดนั้นสาดกระทบใบหน้าของกรณ์และมินจนเงาร่างที่ทาบบนผนังห้องดูบิดเบี้ยวผิดรูป
ตัวอักษรสีขาวซีดผุดพรายขึ้นมากลางมวลสีแดงนั้นอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงแจ้งเตือนที่ยังคงกรีดร้องไม่หยุดหย่อน
**[ ผู้ดูแลระบบ : ยินดีต้อนรับสู่ช่วงเวลาแห่งการชำระบาป ]**
**[ สมาชิกที่รอดชีวิต : 7 / 13 ]**
“กรณ์... ดูหน้าจอมอนิเตอร์สิ...” มินชี้นิ้วที่สั่นเทาไปยังจอคอมพิวเตอร์ เสียงของเธอแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของคนใกล้หมดลม
กรณ์หันขวับไปมอง หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดยี่สิบสี่นิ้วทั้งสามจอที่มินใช้ถอดรหัส พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงโลหิตแบบเดียวกัน ทว่าบนจอนั้นไม่ได้มีเพียงข้อความ แต่มันกำลังแสดงภาพถ่ายทอดสดจากกล้องหน้าของโทรศัพท์มือถือสมาชิกแต่ละคนที่ยังมีชีวิตอยู่
ภาพแรกคือ ‘เป้’ ที่กำลังนั่งขดตัวร้องไห้อยู่ในห้องน้ำชั้นสาม
ภาพที่สองคือ ‘ดาว’ ที่เอามืออุดหู กรีดร้องไร้เสียงอยู่ใต้โต๊ะบรรยาย
และภาพช่องสุดท้าย... คือภาพมุมสูงที่กำลังจับจ้องลงมาจากเพดานมืดมิดของห้องทำงานชมรมแห่งนี้ ส่องตรงมายังแผ่นหลังของกรณ์และมินพอดิบพอดี
มีบางสิ่งกำลังเฝ้ามองพวกเขาจากมุมมืดเหนือศีรษะ
ความเย็นเยียบแล่นวาบจากกระดูกสันหลังขึ้นสู่ต้นคอ กรณ์พยายามรวบรวมสติที่กำลังจะแตกกระจาย เขาสาวเท้าเข้าไปดึงสายไฟหลักของคอมพิวเตอร์ออกจากเต้ารับอย่างแรงด้วยหวังจะตัดวงจรทั้งหมด
*พรึ่บ!*
ปลั๊กหลุดออกจากผนัง ทว่าหน้าจอมอนิเตอร์กลับไม่ดับลง แสงสีแดงยังคงสว่างโร่ และข้อความใหม่ก็เด้งแทรกขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ของกรณ์พร้อมแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจนข้อมือชาหนึบ
**[ ผู้ดูแลระบบ : กฎข้อที่ 17 ของค่ำคืนนี้... จงอย่าหันหลังกลับไปมองสิ่งที่เกาะอยู่บนบ่า ]**
เสียงแจ้งเตือนที่เคยดังระงมพลันเงียบกริบลงพร้อมกันในเสี้ยววินาที ความเงียบสงัดเข้าแทนที่อย่างกะทันหันจนหูอื้ออึง เหลือเพียงเสียงหยดน้ำที่ตกลงกระทบพื้นไม้ด้านหลัง... *แหมะ... แหมะ...*
กรณ์สัมผัสได้ถึงไอร้อนชื้นและกลิ่นเน่าเปื่อยของซากศพที่รินรดลงบนซอกคออย่างช้าๆ พร้อมกับข้อความสุดท้ายที่พิมพ์ขึ้นมาเองบนหน้าจอโทรศัพท์ในมือเขา โดยที่นิ้วของเขาไม่ได้แตะต้องมันแม้แต่น้อย
**[ นนท์ : กูยืนอยู่ข้างหลังมึงมาสามปีแล้วนะกรณ์... ทำไมมึงถึงไม่ยอมทักกูสักที? ]**
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่ห้วงมรณะไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปค่ะ
ห้องแชทมรณะ 00:00 น.•ตอนที่ 17
แชทสีเลือด
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องแชทมรณะ 00:00 น. นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!