“อย่าแตะมันนะกรณ์! ถ้าดึงสายเมนบอร์ดเส้นนั้นออก ระบบตัดวงจรฉุกเฉินจะล็อกพวกเราไว้ในนี้ทั้งคู่!”
เสียงกรีดร้องของมินแหลมสูงจนแสบแก้วหู แข่งกับเสียงไซเรนเตือนภัยสีแดงฉานที่สาดกระทบใบหน้าซีดเผือดของพวกเขาทั้งสองคน กลิ่นไหม้ของสายไฟผสมกับกลิ่นสนิมเหล็กและละอองโอโซนฉุนกึกอบอวลไปทั่วห้องควบคุมเซิร์ฟเวอร์ใต้ดิน ผนังคอนกรีตหนาทึบส่งเสียงสั่นสะเทือนครืนๆ ราวกับโครงสร้างตึกทั้งหลังกำลังจะพังทลายลงมาทับร่าง
หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ตรงกลางห้องกะพริบถี่เป็นจังหวะ ทุกวินาทีที่กลืนหายไป ตัวเลขนับถอยหลังสีเลือดบนจอแสดงผลกำลังนับถอยหลังอย่างไม่ปรานี
**[ 23:58:14 ]**
อีกไม่ถึงสองนาที เสียงแจ้งเตือนจากนรกจะดังขึ้น และเมื่อถึงเวลา 00:00 น. ไม่ใช่แค่พวกเขาสองคน... แต่รายชื่อสมาชิกทุกคนที่ถูกดึงเข้าสู่ ‘ห้องแชทมรณะ’ จะถูกลบตัวตนออกจากโลกใบนี้อย่างถาวร
กรณ์กัดฟันจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดโปน มือของเขาสั่นระริกขณะกำค้อนเหล็กดัดแปลงแน่น เลือดสดๆ จากบาดแผลที่ฝ่ามือไหลซึมผ่านง่ามนิ้วหยดลงบนแป้นพิมพ์เปื้อนคราบเขม่าดำ แววตาของเขาจับจ้องไปยังแท่นกระจกนิรภัยทรงกระบอกใจกลางห้อง ที่ซึ่งเซิร์ฟเวอร์หลักรูปร่างคล้ายกรงขังขนาดยักษ์กำลังเต้นตุบๆ ราวกับหัวใจของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ไม่ได้เกิดจากวิทยาศาสตร์
“ถ้าไม่ดึงออก ฉันจะเข้าถึงคอร์เพื่อสั่งฟอร์แมตระบบไม่ได้!” กรณ์ตะโกนลั่น แข่งกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังรัวเร็วขึ้น “เธอเห็นข้อมูลในล็อกไฟล์แล้วไม่ใช่เหรอ มันกำลังดาวน์โหลดจิตสำนึกของทุกคนไปเป็นเชื้อเพลิง! เราไม่มีเวลาคิดหาตรรกะห่าเหวอะไรแล้ว มิน!”
“แต่ถ้านายก้าวเข้าไปในรัศมีวงจรควบคุม แรงดันแม่เหล็กไฟฟ้าจะฉีกร่างนายเป็นชิ้นๆ ก่อนที่นายจะง้างค้อนด้วยซ้ำ!”
มินทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่หน้าแผงควบคุมย่อย มือทั้งสองข้างของเธอพรมลงบนคีย์บอร์ดที่เกือบพังเสียหายด้วยความเร็วบ้าคลั่ง เลือดกำเดาของเธอหยดติ๋งลงบนหน้าจอแท็บเล็ต ดวงตาที่เคยสดใสและเต็มไปด้วยประกายความมั่นใจของเด็กสาวไอทีบัดนี้เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำ ผิวของเธอกลายเป็นสีขาวเผือดราวกับคนตาย แต่สิ่งที่ไม่ตายคือประกายความเด็ดเดี่ยวลึกซึ้งในดวงตาคู่นั้น
บนหน้าจอโทรศัพท์ของกรณ์และมิน ข้อความแชทเด้งรัวเร็วเป็นสายน้ำ
*‘System: แอดมิน [ ??? ] ได้เข้าสู่ห้องสนทนา’*
*‘System: ยินดีต้อนรับเหยื่อหมายเลข 00 และ 01’*
*‘Unknown: วิ่งสิ... วิ่งให้พ้นตรรกะของพวกแกสิ’*
*‘Unknown: เหมือนที่แกเคยทิ้งเพื่อนแกไว้ข้างหลังไงล่ะ กรณ์...’*
“หุบปาก!” กรณ์คำรามใส่หน้าจอ ภาพความทรงจำสีเลือดในอดีต ภาพของเพื่อนสนิทที่ร่วงหล่นลงจากตึกโดยที่เขาคว้ามือไว้ไม่ทันย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจจนเจ็บแปลบ ลมหายใจของเขาติดขัด ความกลัวอันดำมืดเกาะกุมลำคอจนแทบสำลัก “ฉันจะไม่ยอมให้ใครต้องตายเพราะฉันอีกแล้ว... จะไม่มีใครต้องเป็นเหยื่อของแกอีก!”
“กรณ์... ฟังฉันนะ”
เสียงของมินเปลี่ยนไป มันไม่ได้สั่นกลัวอีกต่อไป แต่มันราบเรียบ สงบนิ่ง จนกรณ์รู้สึกเย็นเยียบไปถึงไขสันหลัง
เด็กสาวลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเธอโซเซ แต่ท่วงท่ากลับมั่นคงอย่างประหลาด เธอถอดแหวนแฟลชไดรฟ์ที่คล้องคอไว้ออกมา แล้วเสียบมันเข้ากับพอร์ตส่งสัญญาณหลักของสถานีส่งกำลังสำรอง
“มิน... เธอจะทำอะไร?” สัญชาตญาณร้องเตือน กรณ์ลดค้อนลงก้าวเข้าไปหาเธอ แต่ประตูกระจกนิรภัยแบบเลื่อนอัตโนมัติระหว่างแท่นควบคุมกลางกับแท่นเซิร์ฟเวอร์หลักกลับส่งเสียงดัง *คลิก!* และเลื่อนปิดลงมากั้นพวกเขาทั้งสองออกจากกันอย่างโหดร้าย
“มิน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” กรณ์ทุบกระจกหนาเตอะด้วยกำปั้นอย่างบ้าคลั่ง “เธอเล่นบ้าอะไรของเธอวะ! กดยกเลิกระบบล็อกเดี๋ยวนี้!”
มินยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของกระจกนิรภัย ใบหน้าของเธอถูกฉาบด้วยแสงไฟสีน้ำเงินปนแดงจากแท่นเซิร์ฟเวอร์ เธอมองดูเขาทะลุผ่านแผ่นกระจกใส ริมฝีปากที่แห้งผากขยับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของกรณ์ดิ่งวูบลงสู่ห้วงเหวลึก
“ระบบตัดวงจรฉุกเฉินมันไม่ได้ป้องกันคนนอก กรณ์...” มินเอ่ยผ่านไมโครโฟนอินเตอร์คอม เสียงของเธอสะท้อนผ่านลำโพงตัวเล็กเหนือศีรษะของเขา “แต่มันสร้างขึ้นมาเพื่อ ‘กักขัง’ ตัวตนของไวรัสวิญญาณตัวนี้ไว้ และเงื่อนไขในการทำลายเซิร์ฟเวอร์หลักโดยไม่ทำให้ข้อมูลย้อนกลับไปฆ่าสมาชิกในห้องแชท... คือต้องมีใครสักคนล็อกอินบัญชีที่มีสิทธิ์ระดับแอดมินเข้าไปในระบบ เพื่อล่อให้โค้ดคำสาปทั้งหมดมารวมอยู่ที่จุดเดียว”
“ไม่...” กรณ์ส่ายหน้า ลมหายใจขาดห้วง ดวงตาเบิกกว้าง “ไม่เอาแบบนี้ มิน... เรามีทางอื่น มีวิธีแฮ็กทางอื่นแน่ๆ ให้ฉันคิดก่อน... ขอเวลาฉันคิดแค่สามสิบวินาที—”
“นายไม่มีเวลาแล้ว และนายก็รู้ดีว่าไม่มีวิธีอื่น” มินพูดแทรก น้ำเสียงอ่อนโยนลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “บัญชีของฉันถูกไวรัสแฝงตัวเข้าไปตั้งแต่คืนแรกที่เราเริ่มแกะรอยมัน เซลล์ประสาทของฉันเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์นี้ไปเกือบครึ่งแล้ว กรณ์... ถึงฉันรอดออกไป สภาพจิตใจฉันก็ไม่เหลืออะไรให้กลับไปใช้ชีวิตอีกต่อไปแล้วล่ะ”
เธอยกมือข้างที่ถือสายเคเบิลแรงดันสูงขึ้น ปลายสายเปลือยเปล่าเปล่งประกายไฟแลบแปลบปลาบ
“แต่บัญชีของฉันมีสิทธิ์เข้าถึงรูท... ฉันจะดึงโค้ดวิญญาณทั้งหมดเข้ามาในตัวฉัน บังคับให้เซิร์ฟเวอร์เปิดม่านบาเรียป้องกันออก และในเสี้ยววินาทีนั้น... ประตูด้านในจะปลดล็อก นายต้องใช้ค้อนนั่น ทุบทำลายแกนประมวลผลผลึกแก้วให้แหลกคามือ”
“อย่าทำแบบนี้!” หยดน้ำตาของกรณ์ไหลอาบแก้มที่เปรอะเปื้อน เขายกค้อนขึ้นฟาดเข้าใส่กระจกนิรภัยอย่างสุดแรงเกิด *ตึง! ตึง!* รอยร้าวปรากฏขึ้นเพียงบางเบา กระจกกันกระสุนไม่สะดุ้งสะเทือนต่อความสิ้นหวังของมนุษย์ “ฉันเสียเพื่อนไปคนหนึ่งแล้ว มิน! ฉันจะไม่ยอมดูเธอตายไปต่อหน้าต่อตาอีกคน! ได้ยินไหม! มิน!”
“กรณ์... มองตาฉันสิ”
เสียงของเธอทำให้มือที่กำลังเงื้อค้อนของเขาชะงักงัน
มินทาบฝ่ามือที่เปื้อนคราบเลือดลงบนแผ่นกระจก ตรงกับตำแหน่งมือของกรณ์ที่วางแนบอยู่อีกฝั่ง
“นายไม่ได้ล้มเหลวในการช่วยเพื่อนคนนั้นหรอกนะ... และวันนี้นายก็ไม่ได้ล้มเหลวด้วย” หยาดน้ำตาเม็ดใสกลิ้งร่วงจากดวงตาของเด็กสาว แต่แววตาของเธอกลับสว่างไสวที่สุดเท่าที่กรณ์เคยเห็นมา “การเสียสละของฉัน... จะไม่มีความหมายเลย ถ้านายไม่ยอมรอดชีวิตออกไปเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อแทนทุกคน... แทนฉัน”
**[ 23:59:30 ]**
“มิน... ขอร้องล่ะ...” กรณ์ทรุดลงคุกเข่า หน้าผากแนบชิดกับกระจกเย็นเฉียบ เสียงของเขาแตกพร่ากลายเป็นเสียงสะอื้น
“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะ คู่หู”
มินกระซิบคำนั้นออกมาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับแท่นเซิร์ฟเวอร์ทรงกระบอก เธอเสียบสายเคเบิลแรงดันสูงเข้ากับพอร์ตที่ติดตั้งอยู่บนแผงควบคุมส่วนลึก พร้อมกับกดปุ่มยืนยันสิทธิ์ตัวตนบนหน้าจอโทรศัพท์ของเธอ
*พรึ่บ!*
แสงสว่างจ้าสีฟ้าอมม่วงระเบิดออกมารอบร่างของมิน เสียงกรีดร้องนับพันพันเสียงดังก้องสะท้อนออกมาจากลำโพงและรอยแยกของเครื่องจักร สายเคเบิลนับสิบเส้นดีดตัวขึ้นมาราวกับหนวดของสัตว์ประหลาดจากนรก รัดตรึงแขนขาและลำตัวของเด็กสาวไว้แน่น กระแสไฟฟ้าแรงสูงแล่นผ่านร่างของเธอจนกล้ามเนื้อกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง
*“อ๊ากกกกกกกก!”*
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสของมินบาดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของกรณ์ ทว่าในวินาทีนั้นเอง ม่านบาเรียแสงที่ปกป้องแกนกลางผลึกแก้วก็ดับวูบลง และประตูกระจกนิรภัยก็ปลดสลักออกดัง *คลิก!*
ความโศกเศร้าถูกเผาผลาญกลายเป็นความบ้าคลั่งในชั่วพริบตา
กรณ์พุ่งตัวผ่านประตูที่เปิดอ้า วิ่งฝ่าพายุสะเก็ดไฟและคลื่นความร้อนที่แผ่ออกมา เขากระโดดขึ้นไปบนแท่นเซิร์ฟเวอร์ ยกค้อนเหล็กในมือขึ้นเหนือหัวด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีในชีวิต ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังผลึกแก้วทรงกลมที่กำลังกะพริบแสงสีดำทมิฬ—หัวใจของความชั่วร้ายทั้งหมด
“ไปลงนรกซะ!”
*เพล้งงงงงงง!*
ค้อนเหล็กฟาดเข้าใส่ผลึกแก้วอย่างแม่นยำและรุนแรง รอยแตกแหกกระจายออก เศษแก้วเรืองแสงระเบิดกระจายว่อนไปทั่วห้อง เสียงกรีดร้องของวิญญาณในระบบขาดสะบั้นลงทันที ไฟไซเรนเตือนภัยดับวูบ เสียงเครื่องจักรที่เคยคำรามอย่างบ้าคลั่งหยุดชะงักลง เหลือเพียงความเงียบสงัดอันน่าขนลุก
ร่างของมินหลุดร่วงจากพันธนาการของสายไฟ ร่วงลงสู่พื้นห้องอย่างไร้เรี่ยวแรง
กรณ์ทิ้งค้อนลงกับพื้น เขารีบถลาเข้าไปประคองร่างที่ไหม้เกรียมและไร้สติของเพื่อนสาวขึ้นมาแนบอก มืออันสั่นเทาของเขาลูบใบหน้าที่เปรอะเปื้อนเศษขี้เถ้าของเธอ “มิน... มิน! ได้ยินฉันไหม? มันจบแล้ว... ฉันทำลายมันแล้ว มิน...”
ไม่มีเสียงตอบรับ ชีพจรที่คอของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่รู้สึก แต่เธอยังคงหายใจ... รวยริน แผ่วเบา ราวกับเปลวเทียนที่พร้อมจะดับลงได้ทุกวินาที
กรณ์กอดเธอไว้แน่น ซบหน้าลงกับไหล่ของเธอและปล่อยโฮออกมาท่ามกลางความมืดมิด เสียงหอบหายใจของเขาคือสิ่งเดียวที่ก้องอยู่ในห้องใต้ดินแห่งนี้ เขารอดแล้ว... พวกเขารอดแล้ว และคำสาป 00:00 น. ได้ถูกทำลายลงแล้วด้วยการเสียสละของมิน
ทว่า...
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยและชวนให้ขวัญผวาที่สุดดังขึ้นจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของกรณ์
กรณ์ชะงักค้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป
นาฬิกาดิจิทัลบนข้อมือของเขาขยับเปลี่ยนตัวเลขช้าๆ
**[ 00:00 น. ]**
แสงสว่างวาบจากหน้าจอมือถือส่องสว่างขึ้นในความมืด กรณ์ค่อยๆ ล้วงมันออกมาดูด้วยมือที่เย็นเยียบ หน้าจอแอปพลิเคชันมรณะยังคงเปิดค้างอยู่ และมีข้อความใหม่ถูกส่งเข้ามาในห้องสนทนาที่ว่างเปล่า
มันไม่ใช่ข้อความจากระบบ... ไม่ใช่ข้อความจากวิญญาณนิรนาม
แต่เป็นข้อความจากบัญชีผู้ใช้ที่ชื่อ **[ กรณ์ ]** — บัญชีของตัวเขาเอง
ข้อความนั้นเขียนไว้สั้นๆ เพียงประโยคเดียวว่า:
*‘ขอบใจที่กำจัดตัวถ่วงให้เรียบร้อยนะ... ตอนนี้ ถึงเวลาเริ่มเกมจริงๆ เสียที’*
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมติดตามความสูญเสียและปริศนาอันดำมืดในบทนี้นะคะ — แมวดำใต้แสงจันทร์
ห้องแชทมรณะ 00:00 น.•ตอนที่ 40
เสียสละ
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องแชทมรณะ 00:00 น. นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!