“ทุบมันเดี๋ยวนี้ กรณ์! อย่ามองหน้าจอนั่น!”
เสียงหวีดร้องของมินแหลมสูงจนแก้วหูแทบฉีกขาด เธอไม่ได้ถอยหนี แต่ทรุดเข่าลงกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบของห้องเซิร์ฟเวอร์ร้าง มือทั้งสองข้างที่สั่นระริกพยายามกดคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊กที่หน้าจอกำลังกะพริบถี่เป็นเส้นริ้วสีเลือด
กรณ์ไม่ได้ตอบ เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สองมือกำท่อเหล็กขึ้นสนิมแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด หยาดเหงื่อเย็นเฉียบไหลซึมจากขมับผ่านสันกราม หยดลงบนหน้าจอมือถือเครื่องสีดำสนิทที่วางนิ่งอยู่บนพื้นปูนห่างออกไปไม่ถึงสองก้าว
หน้าจอนั้นไม่ได้มืดดับ... แต่มันกำลัง ‘หายใจ’
แสงสว่างวาบเป็นจังหวะเชื่องช้า สีม่วงคล้ำปนแดงก่ำเหมือนรอยช้ำที่เน่าเปื่อย อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนไอความเย็นพวยพุ่งออกจากปากของเขาทุกครั้งที่หายใจเข้า กลิ่นไหม้ของแผงวงจรผสมปนเปกับกลิ่นคาวสนิมและไออับชื้นรุนแรงจนชวนคลื่นเหียน ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาของกรณ์ไว้ไม่ใช่ความตายที่คืบคลานอยู่รอบห้อง หากแต่เป็นข้อความที่กำลังไหลทะลักขึ้นมาบนหน้าต่างแชทมรณะอย่างบ้าคลั่ง
*ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคย—เสียงที่พรากชีวิตเพื่อนสนิทของเขาไปเมื่อหนึ่งปีก่อน เสียงที่ดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในความฝันหลอนหลอก—บัดนี้มันดังก้องสะท้อนผนังคอนกรีต สั่นสะเทือนลึกเข้าไปถึงกระดูกแก้วหู
**[00:00: ผู้ดูแลระบบ]:** *สมาชิก ‘ภพ’ กำลังพิมพ์...*
**[ภพ]:** *กรณ์... หนาวมากเลยว่ะ... ในนี้มันมืดไปหมด...*
**[ภพ]:** *แกสัญญาว่าจะช่วยฉันไม่ใช่เหรอ? แกจะไม่ทิ้งฉันไว้คนเดียวใช่ไหม?*
“อย่านะกรณ์! นั่นไม่ใช่ภพ!” มินตะโกนสุดเสียง น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเอ่อคลอเบ้าตา “มันเป็นแค่เศษเสี้ยวความทรงจำที่อัลกอริทึมของห้องแชทดูดกลืนไป! มันใช้หน้าของภพมาล่อแก! ดูเวลาสิ... ดูเวลา!”
กรณ์เหลือบมองมุมขวาบนของหน้าจอโทรศัพท์
**23:58 น.**
อีกสองนาที... เส้นตายของคืนนี้
ตลอดสามสิบแปดวันที่ผ่านมา กรณ์ใช้ตรรกะและเหตุผลของนักศึกษาปีสามในการเอาชีวิตรอด เขาแกะรอย ถอดรหัส ตามหาที่มาของสัญญาณเซิร์ฟเวอร์จนมาถึงห้องใต้ดินแห่งนี้ เขาเชื่อมาตลอดว่าทุกสิ่งบนโลกใบนี้ล้วนมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ แม้กระทั่งคำสาปก็ต้องมีตัวกลางในการส่งผ่านข้อมูล และตัวกลางของมัน... ก็คือสมาร์ตโฟนเครื่องนี้—โฮสต์หลักที่ปล่อยสัญญาณมรณะแพร่กระจายไปตามโครงข่ายสัญญาณของมหาวิทยาลัย
หลักการง่ายนิดเดียว... ทำลายตัวส่งสัญญาณ ปล่อยให้วงจรไฟฟ้าขาดสะบั้น และปลดปล่อยทุกคน
แต่ทำไม... ท่อเหล็กในมือเขามันถึงหนักอึ้งขนาดนี้?
**[ภพ]:** *ถ้าแกทุบโทรศัพท์... วิญญาณของพวกเราทุกคนที่ติดอยู่ในคลาวด์นี้จะถูกลบถาวรนะกรณ์*
**[ภพ]:** *พวกเราจะไม่ได้ไปเกิด... เราจะแหลกสลายไปพร้อมกับชิปประมวลผลนั่น...*
**[ภพ]:** *แกอยากฆ่าฉันซ้ำสองเหรอ?*
“มิน...” กรณ์เอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและแตกสลาย “ข้อมูลที่แกกู้มาได้... มันบอกว่าไงนะ? ถ้าทลายคอร์เซิร์ฟเวอร์ตรงนี้... ข้อมูลทั้งหมดจะหายไปใช่ไหม?”
มินหยุดรัวนิ้ว เธอเงยหน้าขึ้นมองกรณ์ แววตาของหญิงสาวที่เคยเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในฐานะอัจฉริยะด้านไอที บัดนี้เหลือเพียงความสิ้นหวังอันไร้ก้นบึ้ง ริมฝีปากของเธอสั่นเทาจนแทบเปล่งเสียงไม่ได้
“ฉัน... ฉันเจอรหัสชั้นในสุดแล้ว กรณ์...” เธอพูดพลางกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ “แต่สิ่งที่อยู่ในนั้น... มันไม่ใช่แค่โปรแกรมผีสิงธรรมดา มันคือ ‘หลุมดำ’ ทางจิตสำนึก ห้องแชทนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อฆ่าคน... แต่มันสร้างขึ้นเพื่อ ‘สะสม’ ดวงวิญญาณมาเป็นพลังงานในการเปิดประตูมิติโครงข่าย ถ้าแกทุบมันตอนนี้ วงจรจะตัด... ทุกคนที่ตายไป รวมถึงภพ... จะถูกบดขยี้หายไปจากวัฏสงสารตลอดกาล...”
“แล้วถ้าฉันไม่ทุบล่ะ?” กรณ์ถาม ดวงตาจ้องเขม็งไปยังหน้าจอที่ตัวเลขนับถอยหลังกำลังเดินหน้าอย่างไม่ปรานี
**23:59:12**
มินก้มหน้าลง กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อตัวเองจนเลือดซิบ “ถ้าแกไม่ทุบ... เมื่อเข็มนาฬิกาแตะเลขศูนย์ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกอัปโหลดขึ้นดาวเทียมหลัก... สัญญาณของห้องแชท 00:00 น. จะถูกส่งเข้าสมาร์ตโฟนทุกเครื่องในรัศมีห้าสิบกิโลเมตร... คนนับแสนจะถูกดึงเข้าห้องแชทนี้... และคำสาปจะกลืนกินทั้งเมือง”
ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวโรยตัวลงปกคลุมห้อง มีเพียงเสียงฮัมต่ำของพัดลมระบายความร้อนที่ใกล้จะหยุดหมุน และเสียงหายใจหอบถี่ของทั้งสองคน
กรณ์มองดูเงาสะท้อนของตัวเองบนหน้าจอมือถือเปื้อนรอยนิ้วมือ ใบหน้าของเขาดูซูบตอบ ขอบตาดำคล้ำ แววตาเต็มไปด้วยบาดแผลจากความผิดบาปในอดีต ภาพในวันที่ภพพลัดตกลงมาจากดาดฟ้าตึกคณะยังคงตามหลอกหลอนเขาทุกค่ำคืน ในวันนั้น... เขาคว้ามือเพื่อนไว้ไม่ทัน แต่ในวันนี้ หน้าจอนี้กำลังยื่นมือคู่นั้นกลับมาหาเขาอีกครั้ง
*ทุบมัน... เพื่อช่วยคนนับแสนที่เขาไม่เคยรู้จัก*
*หรือเก็บมันไว้... เพื่อรักษาวิญญาณของเพื่อนคนเดียวที่เขารักที่สุด*
**[ภพ]:** *กรณ์... ฉันขอโทษเรื่องวันนั้น...*
**[ภพ]:** *อย่าปล่อยมือฉันอีกเลยนะ... ได้โปรด...*
ข้อความใหม่ปรากฏขึ้น พร้อมกับไฟล์เสียงสั้นๆ เสียงสะอื้นที่คุ้นเคยดังเล็ดลอดออกมาจากลำโพงที่แตกพร่า เสียงของเพื่อนที่เคยหัวเราะด้วยกัน เสียงของคนที่เคยบอกว่าจะจบการศึกษาไปด้วยกัน
หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนหน้าจอ สัมผัสกับปุ่มคำสั่ง ‘ยืนยันการเชื่อมต่อระบบ’ ที่ปรากฏขึ้นมาแทนที่
“กรณ์! อย่าให้มันครอบงำ!” มินกรีดร้อง ลุกพรวดขึ้นมาจะกระชากแขนเขา แต่กลับถูกคลื่นความเย็นที่แผ่ออกมาจากโทรศัพท์ผลักจนหงายหลังกระแทกกับแร็กเซิร์ฟเวอร์อย่างแรง “อั่ก!”
**23:59:45**
เงามืดตามมุมห้องเริ่มบิดเบี้ยว มันไม่ได้เป็นเพียงความมืดอีกต่อไป แต่มันเริ่มรวมตัวกันเป็นรูปร่างของมนุษย์นับสิบ... ยืนล้อมรอบพวกเขาไว้ แขนขาลีบยาว ใบหน้าบิดเบี้ยวไร้ดวงตา มีเพียงรอยยิ้มฉีกกว้างสีดำมะเมื่อม ทุกสายตากำลังจดจ้องมาที่กรณ์ รอคอยการปลดปล่อยครั้งใหญ่ที่จะเปลี่ยนเมืองนี้ให้กลายเป็นนรกบนดิน
กลิ่นความตายเข้มข้นจนแทบสำลัก
กรณ์สูดหายใจเข้าลึก หลับตาลงชั่ววินาทีหนึ่ง ท่ามกลางความทรงจำนับพันที่วิ่งผ่านสมอง คำพูดสุดท้ายของภพในวันที่ยังมีชีวิตอยู่ผุดขึ้นมาในมโนสำนึก...
*‘ถ้าวันหนึ่งฉันทำอะไรบ้าๆ ลงไป แกต้องเป็นคนหยุดฉันนะเว้ย กรณ์’*
ดวงตาของกรณ์เบิกโพลง แววตาแห่งความลังเลเลือนหายไป แทนที่ด้วยประกายไฟแห่งความเด็ดเดี่ยวที่ลุกโชน
“ภพ...” กรณ์กระซิบผ่านริมฝีปากที่แห้งผาก “ถ้าแกคือภพจริงๆ... แกจะไม่มีวันขอให้ฉันทำลายชีวิตคนอื่นเพื่อแลกกับแก”
เขายกท่อเหล็กขึ้นเหนือศีรษะ กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
**23:59:55**
หน้าจอมือถือเปล่งแสงสีแดงฉาน กรีดเสียงหวีดแหลมแสบแก้วหูราวกับเสียงร้องของปีศาจร้ายที่รู้ชะตากรรม ข้อความจาก ‘ภพ’ เปลี่ยนเป็นตัวอักษรขยะที่อ่านไม่เป็นภาษา ใบหน้าของเพื่อนรักบนหน้าจอบิดเบี้ยวกลายเป็นใบหน้าเน่าเปื่อยน่าเกลียดน่ากลัว
**[00:00: ผู้ดูแลระบบ]:** *แก... กล้า... ดี... ยัง... ไง...*
“ลาก่อนนะ... เพื่อนรัก”
กรณ์คำรามลั่น ฟาดท่อเหล็กลงไปด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีในชีวิต!
*เพล้งงงงงงง!*
กระจกหน้าจอแตกละเอียดเป็นเศษเล็กเศษน้อยสะท้อนประกายไฟ ประกายไฟแลบแปลบปลาบพร้อมกับเสียงระเบิดของแบตเตอรี่ คลื่นความร้อนและกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของเขา แรงกระแทกส่งผลให้ความมืดมิดรอบตัวกรีดร้องโหยหวน ร่างเงาของวิญญาณนับสิบค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นละอองธุลีจางหายไปในอากาศ
ความเงียบสงัดเข้าแทนที่ในทันที
เหลือเพียงเสียงหอบหายใจอย่างเอาเป็นเอาตายของกรณ์ เขาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่า ท่อเหล็กหลุดออกจากมือ หน้าอกกระเพื่อมไหวด้วยความโล่งอกอย่างมหาศาล เขาหันไปสบตากับมินที่พยุงตัวลุกขึ้นมา ทั้งสองมองซากมือถือที่แหลกเหลวและดับสนิทลงแล้ว...
พวกเขารอดแล้ว... คำสาปถูกทำลายแล้ว...
แต่อนิจจา... ความโล่งใจนั้นดำรงอยู่ได้ไม่ถึงห้าวินาที
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความที่ดังขึ้นไม่ได้มาจากซากปรักหักพังตรงหน้า
แต่มันดังมาจาก... *กระเป๋ากางเกงของมิน*
มินตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป เธอค่อยๆ ล้วงมือลงไปหยิบสมาร์ตโฟนส่วนตัวของเธอขึ้นมา หน้าจอของเธอที่ควรจะล็อกอยู่ บัดนี้สว่างวาบเป็นสีม่วงคล้ำปนเลือด
พร้อมกับข้อความจากระบบที่เด้งขึ้นมาตรงกลางจอ:
**[00:00: ผู้ดูแลระบบ]:** *การย้ายโฮสต์เสร็จสมบูรณ์... ขอบคุณสำหรับการเสียสละอุปกรณ์เครื่องเก่า*
**[00:00: ผู้ดูแลระบบ]:** *ยินดีต้อนรับ ‘แอดมินคนใหม่’ ... มิน.*
มินเบิกตากว้างด้วยความสะพรึงกลัวขั้นสุด ก่อนที่ม่านตาของเธอจะเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ไร้ซึ่งแววตาของมนุษย์คนเดิมที่กรณ์เคยรู้จัก...
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งสู่จุดเปลี่ยนที่ไม่มีวันหวนกลับในบทนี้นะคะ — แมวดำใต้แสงจันทร์
ห้องแชทมรณะ 00:00 น.•ตอนที่ 39
การตัดสินใจครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องแชทมรณะ 00:00 น. นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!