ห้องแชทมรณะ 00:00 น.•ตอนที่ 47

สิ่งตกค้าง

ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
ความมืดมิดไม่ได้ให้ความรู้สึกว่างเปล่า แต่มันมีน้ำหนัก... น้ำหนักที่กดทับลงมาบนเปลวตา ราวกับแผ่นเหล็กหนากำลังทาบทับอยู่บนใบหน้าของกรณ์ ลมหายใจที่ถูกสูดเข้าไปเจือกลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงและกลิ่นฉุนคล้ายสนิมเหล็กเก่าเก็บ ความเย็นยะเยือกไต่ระเรื่อจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นมาถึงข้อศอก เหมือนมีเรียวนิ้วที่ไร้ชีวิตนับร้อยกำลังลูบไล้ผิวเนื้อภายใต้ความเงียบงัน *ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ* เสียงกระซิบนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงที่ดัง แต่เป็นความสั่นสะเทือนที่วิ่งผ่านกระดูกสันหลังโดยตรงกรณ์สะดุ้งสุดตัว ร่างกายที่เคยไร้เรี่ยวแรงดีดผึ่งขึ้นราวกับสปริงที่ถูกปล่อย ดวงตาเบิกโพงท่ามกลางความมืดสนิทที่ไร้ซึ่งแสงดาวหรือแสงจันทร์ลอดผ่าน แม้แต่เงาสะท้อนของตัวเองบนผนังก็ยังมองไม่เห็น "แฮก... แฮก..." เสียงหอบหายใจของตัวเองดังสะท้อนก้องอยู่ในพื้นที่ปิดทึบ กรณ์ยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ชุ่มโชกหน้าผาก ฝ่ามือสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ ความหวาดกลัวไม่ได้เกิดจากความมืดรอบตัว หากแต่เป็นความจริงที่ว่า เขายังมีชีวิตอยู่... เขายังหายใจอยู่ ทั้งที่เส้นตายของ "ห้องแชทมรณะ 00:00 น." ได้สิ้นสุดลงแล้ว และเขาก็กดเข้าไปดูเลขศูนย์บนหน้าจอนั้นด้วยตาตัวเอง นิ้วมือของกรณ์ปัดป่ายไปตามพื้นไม้เย็นเฉียบ ความรู้สึกคุ้นเคยบอกเขาว่าตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่บนพื้นห้องนอนของตนเอง ห้องที่ควรจะมีข้าวของเครื่องใช้ครบถ้วน แต่บรรยากาศกลับแปลกแยก ราวกับว่าสิ่งของทุกชิ้นในห้องนี้ถูกแทนที่ด้วยสำเนาที่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ "มิน..." กรณ์พึมพำเรียกชื่อเพื่อนร่วมชะตากรรมด้วยเสียงแหบพร่า คอของเขาแห้งผากราวกับไม่ได้ดื่มน้ำมาแรมปี "มิน อยู่แถวนี้หรือเปล่า" ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ นอกจากเสียงลมหายใจของเขาเองที่สะท้อนกลับมา หัวใจของกรณ์เต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความตื่นตระหนกตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก เขารู้ดีว่าความเงียบในยามนี้ไม่ใช่สัญญาณที่ดี มันคือความเงียบก่อนที่พายุคลั่งจะโหมกระหน่ำ สายตาสีดำสนิทเริ่มปรับโฟกัสได้ทีละน้อย เงาสลัวของตู้เสื้อผ้า โต๊ะหนังสือ และเตียงนอนค่อยๆ ปรากฏขึ้นเป็นรูปร่างรางเลือน และที่กลางห้องนั้น มีแสงไฟสีฟ้าสลัวกะพริบถี่ๆ ราวกับดวงตาของสัตว์ร้ายที่กำลังหายใจรวยริน *ติ๊ง...* เสียงแจ้งเตือนข้อความแชทดังขึ้นแผ่วเบา แต่กลับดังสะท้อนก้องกังวานในความรู้สึกของกรณ์จนหน้าชา มันไม่ใช่เสียงเตือนธรรมดา แต่มันคือเสียงเดียวกับที่เคยคร่าชีวิตเพื่อนสนิทของเขาไปทีละคน... ทีละคน กรณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องสั่งให้เขาวิณีหนีออกไปจากที่นี่ แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูเรือนร่าง เขายันกายลุกขึ้นยืนด้วยความทุลักทุเล ปลายเท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า มุ่งตรงไปยังจุดกำเนิดแสงสีฟ้าจางๆ นั้น บนพื้นพรมเบื้องหน้า มีวัตถุชิ้นหนึ่งนอนนิ่งอยู่ มันคือโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่า เครื่องที่เขาเคยคิดว่าถูกทำลายไปพร้อมกับเหตุการณ์ในคืนก่อนหน้า หน้าจอกระจกร้าวเป็นรอยย่นใยแมงมุม แต่ทว่ามันยังคงเรืองแสงวาบขึ้นเป็นจังหวะตามสัญญาณชีพที่ใกล้ดับสูญ กรณ์ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้ามัน มือที่สั่นเทายื่นออกไปอย่างลังเล ปลายนิ้วสัมผัสโดนกรอบโลหะเย็นเฉียบ ความเย็นนั้นแทรกซึมเข้าสู่ผิวเนื้อราวกับเข็มพิษ เขาค่อยๆ ช้อนมันขึ้นมาไว้ในอุ้งมืออย่างทะนุถนอม ราวกับกำลังถือสิ่งของที่เปราะบางที่สุดในโลก "ได้โปรดเถอะ..." กรณ์พึมพำกับความว่างเปล่า วิงวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เขาไม่เคยเชื่อถือ "ขอให้มันจบแค่นี้เถอะ..." นิ้วโป้งของเขาแตะลงบนหน้าจอที่แตกละเอียด หวังจะปัดเพื่อตรวจสอบสถานะของแอปพลิเคชันมรณะนั้น แต่ทว่า... ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบสนอง หน้าจอยังคงมืดสนิท มีเพียงแสงไฟกระพริบอ่อนๆ ที่มุมขวาบนเท่านั้น กรณ์ขมวดคิ้วแน่น พยายามกดปุ่มเปิดเครื่องด้านข้างซ้ำแล้วซ้ำเล่า แรงกดที่เพิ่มมากขึ้นทำให้กระจกที่ร้าวอยู่แล้วแตกละเอียดเป็นผุยผงบาดปลายนิ้วจนมีหยดเลือดสีแดงสดซึมออกมา หยดลงบนหน้าจอสีดำสนิท ไม่มีเสียงบูทเครื่อง ไม่มีโลโก้บริษัท ไม่มีแม้แต่แสงไฟแบ็คไลท์ กรณ์พลิกเครื่องมือถือดูด้านหลัง แผ่นฝาหลังพลาสติกบิดเบี้ยวผิดรูป แบตเตอรี่ภายในบวมเป่งจนดันตัวเครื่องอ้าออก กลิ่นฉุนของสารเคมีและกลิ่นไหม้อ่อนๆ ลอยแตะจมูก โทรศัพท์เครื่องนี้ไม่ได้แค่แบตหมด แต่มันพังสนิท... แผงวงจรภายในไหม้เกรียมจนกลายเป็นสีดำสนิทจากความร้อนมหาศาลที่ถูกอัดฉีดเข้ามาในระบบเมื่อวินาทีที่เลขศูนย์ปรากฏขึ้น มันพังสนิท... ใช้งานไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ความจริงข้อนั้นควรจะทำให้เขารู้สึกโล่งใจ ควรจะทำให้เขาคิดว่าเกมบ้าๆ นี้ได้จบลงแล้ว และเขาเป็นผู้รอดชีวิตที่ได้รับอิสรภาพกลับคืนมา แต่ทำไม... ทำไมความหนาแน่นของบรรยากาศรอบตัวจึงเพิ่มสูงขึ้นจนหายใจไม่ออก? *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอกห้องนอน เสียงนั้นช้า หนักหน่วง และจงใจเว้นจังหวะราวกับกำลังส่งสัญญาณรหัสลับ กรณ์สะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองไปที่ประตูไม้สีขาวที่ปิดสนิท มือที่ถือโทรศัพท์พังๆ ไว้กำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ไม่มีใครอยู่บ้านคูหาในยามวิกาลนี้ พ่อแม่ของเขาเดินทางไปต่างจังหวัดตั้งแต่สัปดาห์ก่อน และมิน... มินก็ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้ "ใคร..." กรณ์เค้นเสียงถามออกไป แต่เสียงที่หลุดจากลำคอกลับแหบพร่าและเบาหวิวเสียจนแทบไม่ได้ยิน *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้มันขยับเข้ามาใกล้ขึ้น ประตูห้องนอนที่ควรจะล็อคกลอนจากด้านใน ค่อยๆ แง้มเปิดออกเองอย่างช้าๆ บานพับส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู ราวกับเสียงกรีดร้องของคนเจ็บปวด สายตาของกรณ์ถูกบังคับให้มองลอดผ่านช่องว่างของประตูที่ค่อยๆ กว้างขึ้น ความมืดมิดนอกห้องโถงไม่ได้ว่างเปล่า แต่มีเงาร่างหนึ่งกำลังยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น... ร่างของใครบางคนที่มีสัดส่วนคุ้นตาอย่างประหลาด ร่างที่สวมเสื้อฮู้ดสีดำตัวโปรด และถือโทรศัพท์มือถือที่กำลังเรืองแสงสีแดงฉานในมือ เงาร่างนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่ซีดเซียวไร้สีเลือด และรอยยิ้มกว้างที่ฉีกไปถึงใบหู ดวงตาทั้งสองข้างกลกลวงโบ๋ว่างเปล่า แต่กลับจ้องตรงมาที่กรณ์อย่างแม่นยำ ริมฝีปากที่แห้งแตกของร่างนั้นขยับเคลื่อนไหว แม้จะไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา แต่กรณ์ก็อ่านริมฝีปากนั้นออกได้อย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ *“ตา... นาย... แล้วนะ”* ดวงตาสีดำของกรณ์หดแคบลง ลลมหายใจติดขัดอยู่ที่ลำคอ เมื่อหน้าจอโทรศัพท์ที่พังสนิทในมือของเขา จู่ๆ ก็สว่างวาบขึ้นมาเอง พร้อมกับข้อความใหม่หนึ่งเดียวที่ปรากฏหราอยู่บนเศษซากกระจกที่แตกละเอียด... **"คุณถูกเพิ่มเข้าสู่กลุ่ม: นิรันดร์"** ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในความมืดด้วยกันเสมอนะคะ แมวดำใต้แสงจันทร์
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องแชทมรณะ 00:00 น. นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%