เศษกระจกแหลมคมบาดผ่านอากาศเฉียดพวงแก้มของผมไปเพียงมิลลิเมตรเดียว!
เสียงเพล้งดังกึกก้องแสบแก้วหูไม่ใช่เพราะกระจกแตกจากด้านนอก หากแต่เป็นแรงกระแทกจาก ‘บางสิ่ง’ ภายในเนื้อกระจกที่พุ่งกระแทกมิติออกมา ปลายเท้าซีดเผือดที่ไร้รอยเลือดเหยียบลงบนพื้นกระเบื้องยางเย็นเฉียบ สัมผัสไอเย็นเยือกจับขั้วหัวใจแผ่ซ่านจนขนทั่วร่างลุกชัน สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดสั่งให้ผมทิ้งน้ำหนักตัวถอยหลังกรูด สองมือคว้าเก้าอี้เลคเชอร์เหล็กตัวหนาที่อยู่ใกล้มือที่สุด เหวี่ยงฟาดเข้าใส่เงาร่างทมิฬนั้นสุดแรงเกิด!
*โครม!*
ไม่มีเสียงเนื้อกระทบเหล็ก มีเพียงแรงต้านหนืดเหนียวราวกับฟาดใส่โคลนตม ก่อนที่ร่างลวงตานั้นจะแตกสลายกลายเป็นละอองไอสีดำ ม้วนตัวกลับเข้าไปในรอยร้าวของกระจกเงาบานใหญ่ แล้วมลายหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบงันชวนอาเจียนและเศษกระจกที่เกลื่อนกลาด
“กรณ์! ได้ยินฉันไหม กรณ์!”
เสียงหอบเหนื่อยที่กรีดผ่านลำโพงโทรศัพท์ซึ่งตกอยู่บนพื้นดึงสติผมกลับมา มินนั่นเอง... หน้าจอมือถือสว่างวาบเป็นจังหวะ แสงสีฟ้าอมเทาสะท้อนคราบเหงื่อที่ไหลซึมตามขมับของผม
ผมทิ้งตัวนั่งพิงผนังห้อง ลมหายใจขาดห้วง มือข้างขวาสั่นระริกจนไม่อาจควบคุม “มิน... ฉันยังไม่ตาย แต่มัน... เมื่อกี้มันเกือบจะลากฉันเข้าไปได้แล้ว”
“กระจกนั่นไม่ใช่ภาพหลอนธรรมดาแล้วนะ” ปลายสายรัวแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดอย่างบ้าคลั่ง เสียงเคาะแป๊กๆ ดังถี่รัวราวกับห่ากระสุน “ฉันเพิ่งเจาะเข้าไปในระบบควบคุมไฟอาคารเก่าได้เมื่อนาทีที่แล้ว สัญญาณบลูทูธและคลื่นความถี่สูงในห้องที่นายอยู่มันผิดปกติ มีใครบางคนติดตั้งตัวปล่อยคลื่นรบกวนประสาทควบคู่กับเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว... มันไม่ได้มีแค่เรื่องผีสางหรอกกรณ์ มี ‘คนเป็นๆ’ คอยควบคุมสถานการณ์อยู่ในเงามืดด้วย!”
คำพูดของมินจุดประกายวาบขึ้นในสมองที่เคยมืดแปดด้าน ตรรกะของผมเริ่มกลับมาทำงานหลังจากความกลัวเกือบกลืนกินวิญญาณ
ทุกความตายใน ‘ห้องแชทมรณะ 00:00 น.’ ที่เกิดขึ้นรายชั่วโมง... เพื่อนร่วมรุ่นที่ดิ่งตึกลงมา รุ่นพี่ที่ถูกพบเป็นศพจมน้ำในสระ ทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจากได้รับข้อความคำสั่ง และทุกครั้ง สภาพแวดล้อมจะถูกจัดฉากให้ดูเหมือนปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ แต่แท้จริงแล้ว เบื้องหลังภาพหลอนชวนขวัญผวาเหล่านั้น มีมือที่มองไม่เห็นคอยชักใย
“แอดมินไม่ได้แค่นั่งพิมพ์แชทอยู่หลังคีย์บอร์ดที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้” ผมสูดหายใจลึก กัดฟันยันตัวลุกขึ้นยืน หลบเลี่ยงเศษกระจกบนพื้น “มันอยู่ในตึกนี้... มันอยู่ในระยะที่มองเห็นเหยื่อ มันชอบเสพติดความกลัวแบบสดๆ”
“และมันกำลังรอเวลาเที่ยงคืนเพื่อเชือดนายเป็นรายต่อไป” มินเอ่ยเสียงเครียด น้ำหนักในน้ำเสียงของเธอบ่งบอกว่าความอดทนกำลังจะถึงขีดจำกัด “เราเหลือเวลาไม่ถึงสิบห้านาที จะหนีออกไปตอนนี้ ประตูทางออกหลักก็ถูกล็อกอัตโนมัติจากเซิร์ฟเวอร์กลางแล้ว”
“ถ้าหนีไม่ได้... ก็ไม่ต้องหนี” แววตาของผมเปลี่ยนไป ความทรงจำในวันที่เพื่อนสนิทต้องกระโดดตึกตายต่อหน้าต่อตาเพราะห้องแชทนรกนี้ผุดขึ้นมาตอกย้ำความแค้น “เราจะล่อเสือออกจากถ้ำ”
“นายจะบ้าเหรอกรณ์! นายคนเดียวจะเอาอะไรไปสู้กับมัน”
“ฉันไม่ได้บอกว่าจะสู้ด้วยกำลัง ฉันจะใช้สิ่งที่มันภูมิใจที่สุดนั่นแหละ ล่อให้มันเดินเข้ามาติดกับ” ผมก้มลงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา สายตาจ้องเขม็งไปที่หน้าจอแอปพลิเคชันมรณะ พื้นหลังสีดำสนิท ตัวเลขนับถอยหลังสีแดงเลือดกะพริบอย่างเงียบเชียบ
*23:48:12*
“มิน ฟังแผนฉันให้ดี” ผมพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด “แอดมินมันคิดว่ามันคุมเกมทั้งหมด มันส่งคลื่นประสาท ส่งภาพหลอนผ่านกระจกเพื่อบีบให้ฉันสติแตกและฆ่าตัวตายเหมือนเหยื่อรายก่อนๆ ถ้างั้น... เราก็แค่แสดงให้มันเห็นในสิ่งที่มันอยากเห็น”
“นายจะแกล้งทำเป็นยอมแพ้?”
“ใช่... ฉันจะเปิดไมค์และกล้องหน้า แกล้งทำเป็นว่าเศษกระจกบาดเส้นเลือดใหญ่ที่แขน สติหลุด ร้องไห้ขอความเมตตา และกำลังจะหมดสติอยู่ในห้องมืดท้ายทางเดิน ส่วนเธอ... หน้าที่ของเธอสำคัญที่สุด มิน”
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงสูดหายใจยาวของมินจะดังขึ้น “ให้ฉันปล่อยมัลแวร์ย้อนรอยสัญญาณตอนที่มันเปิดดูไลฟ์สตรีมใช่ไหม?”
“ยิ่งกว่านั้น” มุมปากของผมกระตุกขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันอยากให้เธอแฮ็กระบบสปริงเกอร์ดับเพลิงและระบบไฟฉุกเฉินของชั้นสี่ทั้งหมด ทันทีที่โทรศัพท์ของฉันตรวจจับสัญญาณสมาร์ตโฟนอีกเครื่องเข้ามาในระยะห้าเมตร ให้ตัดไฟทันที แล้วเปิดระบบล็อกประตูด้านนอก ขังมันไว้กับฉันในห้องนี้”
“กรณ์... แต่นั่นหมายความว่านายต้องเผชิญหน้ากับฆาตกรตัวต่อตัวในความมืดนะ ถ้ามันพกอาวุธมา...”
“ฉันยอมเสี่ยง ดีกว่านั่งรอความตายตอนเที่ยงคืนเหมือนเศษขยะ” ผมตัดบทอย่างไม่ลังเล “เริ่มแผนได้เลยมิน ปล่อยสัญญาณหลอก”
*23:51:40*
ผมเริ่มลงมือทันที เลือดจริงๆ จากบาดแผลตื้นๆ ที่แก้มถูกป้ายลงบนหน้าจอโทรศัพท์และปกเสื้อเพื่อความสมจริง ผมลากเก้าอี้ไปล้มระเนระนาด กรีดร้องโหยหวนอย่างบ้าคลั่ง แสร้งทำเสียงสะอื้นไห้ที่แฝงความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนขดข้างโต๊ะอาจารย์ แกล้งปล่อยให้มือถือตกอยู่ห่างออกไปสองก้าวในมุมที่กล้องหน้าจับภาพใบหน้าซีกหนึ่งของผมที่เปื้อนคราบเลือดได้อย่างพอดิบพอดี
ในหน้าจอห้องแชทมรณะ กรอบข้อความสีแดงเด้งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
**Admin_00:00:** [เศษสวะที่คิดจะต่อต้าน... สุดท้ายก็ทำได้แค่นอนรอความตาย]
**Admin_00:00:** [การลงทัณฑ์ใกล้เสร็จสมบูรณ์ เหลือเวลาอีก 5 นาที]
ผมแกล้งหลับตาลงข้างหนึ่ง เหลืออีกข้างไว้ลอบมองความมืดสลัวตรงบานประตูห้องที่แง้มอยู่เล็กน้อย ลมหายใจถูกผ่อนให้ช้าและแผ่วเบาที่สุด หัวใจเต้นกระหน่ำรัวจนแทบจะทะลุซี่โครง แต่กล้ามเนื้อทุกส่วนต้องเกร็งนิ่งเพื่อไม่ให้ศัตรูจับพิรุธได้
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมตึกร้างอีกครั้ง วังเวงจนได้ยินเสียงหยดน้ำจากก๊อกในห้องน้ำไกลๆ อากาศรอบตัวเย็นยะเยือก กลิ่นสนิมและกลิ่นอับของพรมเก่าคละคลุ้ง
*ตึก... ตึก... ตึก...*
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังมาจากทางเดินด้านนอก จังหวะก้าวเดินเชื่องช้า มั่นคง และไร้ซึ่งความรีบร้อน มันคือย่างก้าวของผู้ล่าที่กำลังเดินมาชื่นชมผลงานศิลปะอันบิดเบี้ยวของตัวเอง
*ใกล้เข้ามาแล้ว...*
เสียงรองเท้าบดลงบนเศษผงฝุ่นหน้าประตูหยุดลง เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำทาบทับเข้ามาในห้อง แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างเผยให้เห็นเพียงโครงร่างอันมืดมิด ชายคนนั้นถือโทรศัพท์มือถือไว้ในมือข้างหนึ่ง แสงไฟจากหน้าจอสะท้อนให้เห็นรอยยิ้มเหยียดตรงมุมปาก
มันก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา หยุดยืนอยู่เหนือร่างของผมที่แกล้งนอนหมดสติ
*ตอนนี้แหละ!*
ผมส่งสัญญาณเคาะนิ้วลงบนพื้นสามครั้งตามที่นัดแนะกับมินผ่านหูฟังบลูทูธขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ในรูหู
*พรึ่บ!*
ระบบไฟฉุกเฉินและสปริงเกอร์ดับเพลิงทำงานพร้อมกันโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า! น้ำเย็นเฉียบพวยพุ่งลงมาราวกับสายฝนห่าใหญ่ ไฟสีแดงกะพริบวาบสลับมืดมิด เสียงสัญญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่น ชายปริศนาผงะถอยหลังด้วยความตกใจ สัญชาตญาณทำให้มันเสียหลักก้าวถอย
ผมดีดตัวขึ้นจากพื้นทันที พุ่งเข้าชาร์จกระแทกเอวของมันจนล้มกลิ้งไปด้วยกันบนพื้นเปียกแฉะ มือของผมตะปบคว้าเข้าที่ข้อมือข้างที่ถือโทรศัพท์ บิดสุดแรงจนเครื่องสมาร์ตโฟนของมันกระเด็นหลุดมือ ไถลไปหยุดอยู่ใต้แสงไฟฉุกเฉินสีแดง
“จบกันที ไอ้ฆาตกร!” ผมตวาดลั่น กดเข่าลงบนแผ่นอกของร่างใต้พันธนาการอย่างแน่นหนา มืออีกข้างกระชากฮู้ดสีดำคลุมศีรษะของมันออกอย่างแรงเพื่อเปิดเผยโฉมหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้เงามืดมาตลอด
ทว่า... เมื่อใบหน้านั้นปรากฏชัดต่อสายตาท่ามกลางแสงสีแดงฉาน ร่างกายของผมพลันแข็งค้างราวกับถูกสาป เลือดในกายเย็นเฉียบยิ่งกว่าน้ำจากสปริงเกอร์
ดวงตาคู่นั้น... รอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่หางคิ้วซ้าย... และสร้อยคอเชือกถักเส้นเก่าที่คุ้นตา
มันเป็นไปไม่ได้... คนที่นอนอยู่ใต้ร่างของผม... คือ ‘ภัทร’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของผม... คนที่ผมเห็นร่างแหลกเหลวของเขากับตาตัวเองเมื่อหนึ่งปีก่อน!
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคอยส่งกำลังใจให้กันเสมอมานะคะ แล้วพบกันในตอนต่อไปค่ะ
ห้องแชทมรณะ 00:00 น.•ตอนที่ 26
แผนล่อเสือออกจากถ้ำ
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องแชทมรณะ 00:00 น. นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!