"ถ้าป้ายังกล้าเอาหัวไชเท้าเน่าๆ พวกนี้มายัดใส่ตะกร้าของฉันอีกเป็นครั้งที่สอง ฉันจะเอาเรื่องนี้ไปประกาศให้พ่อค้าทั้งตลาดกลางรู้ว่าตระกูลจางขายของย้อมแมว!"
เสียงตวาดกร้าวด้วยสำเนียงปักกิ่งแท้ๆ ดังแทรกผ่านความจอแจของตลาดเช้าอำเภอหง Shān เรียกสายตาของผู้คนนับสิบให้หันขวับมามองเป็นตาเดียว พรรณรายยืนกอดอกนิ่ง สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับคมกริบดั่งใบมีดผ่าตัด เธอกำลังจ้องมองหญิงวัยกลางคนสวมผ้ากันเปื้อนเปื้อนคราบดิน ที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดจนกลายเป็นสีม่วงคล้ำ
ตรงหน้าของพวกเขามีตะกร้าไม้ไผ่สานบรรจุผักกวางตุ้งป่าอวบอ้วน หัวไชเท้าผิวเนียนเกลี้ยง และเห็ดหอมสดดอกใหญ่ที่เพิ่งเก็บจากมิติพิเศษเมื่อคืนวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่สินค้าของพรรณราย แต่อยู่ที่แม่ค้าแผงข้างๆ ต่างหาก ที่พยายามจะฉวยโอกาสช่วงที่เธอลุกไปเข้าห้องน้ำ ยัดเยือกหัวไชเท้าฝ่อๆ ของตัวเองลงมาปะปนในตะกร้าหวังจะเนียนขายกินกำไรฟรีๆ
"น...นั่นมันความเข้าใจผิดค่ะ... เอ๊ย เข้าใจผิดน่า คุณน้องสะใภ้บ้านตระกูลศิลา..." ป้าอ้วนเจ้าของแผงข้างๆ ละล่ำละลักแก้ตัว มือที่ถือตะกร้าสั่นเทิ้มจนผักแทบหลุดมือ
"น้องสะใภ้ใครไม่ทราบ? และกรุณาเรียกฉันว่า 'คุณพรรณราย' ให้มันถูกต้องด้วย" พรรณรายย้ำชัดทีละคำ น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่กังวานและทรงอำนาจโดยไม่ต้องะเบ็งแข่งกับใคร วิญญาณของอดีตศัลยแพทย์มือหนึ่งที่เคยคุมห้องผ่าตัดใหญ่มานับไม่ถ้วนถูกดึงมาใช้ข่มขวัญคนตรงหน้าโดยอัตโนมัติ "การค้าขายในยุค 80 นี้เขาแข่งขันกันด้วยคุณภาพและความซื่อสัตย์ ไม่ใช่การลักเล็กขโมยน้อยแบบโจรในคราบแม่ค้า หากยังมีครั้งหน้าอีก ฉันจะไม่แค่ประจาน แต่จะลากตัวไปให้เจ้าหน้าที่สหกรณ์การค้าอบรมมารยาทเสียหน่อยเป็นไร"
สิ้นคำพูดนั้น ป้าอ้วนก็รีบถอยกรูด ยกมือไหว้ปะหลกๆ ไม่กล้าสบตาอีกเลย
ร้อยเอกศิลาที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลังในชุดเสื้อเชิร์ตสีทึบพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแขนแน่นตึง ขยับตัวเข้ามาใกล้ภรรยาเล็กน้อยเพื่อแผ่ไออุ่นปกป้อง สายตาคมกริบกวาดมองฝูงชนที่เริ่มส่งเสียงซุบซิบก่อนจะจางหายไป ความนิ่งขรึมและท่าทางองอาจแบบทหารผ่านศึกทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเรื่องคู่สามีภรรยาคู่นี้อีกเลย
"มือไม่เจ็บนะ?" ศิลาเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ มือใหญ่เอื้อมไปรับตะกร้าไม้ไผ่เปล่าจากมือภรรยามาถือไว้เองอย่างรู้หน้าที่ นิ้วมือหนาหยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียมสัมผัสโดนหลังมือเรียวบางเบา ส่งความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในใจพรรณราย
"ฉันไม่ใช่แก้วตาดวงใจนะศิลา แค่จัดการแม่ค้าหน้าเลือดคนเดียว แรงแค่นี้ไม่ทำให้มือฉันสะท้านหรอกค่ะ... เอ๊ย สะท้านหรอกค่ะ" พรรณรายเกือบหลุดสำเนียงติดปาก แต่รีบแก้คำพูดในใจทันทีเมื่อนึกถึงกฎเหล็กของตัวเอง เธอหันไปยิ้มหวานให้สามีจนดวงตาโค้งเป็นรูปเสี้ยวพระจันทร์ "แต่ขอบคุณนะคะที่คอยยืนคุมเชิงให้ ไม่อย่างนั้นป้าคนนั้นคงกล้าเถียงฉันยาวกว่านี้แน่"
ศิลาชะงักไปเล็กน้อยกับรอยยิ้มนั้น หูของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มกระแอมเบาๆ กลบเกลื่อนอาการเขินอาย "ฉันบอกแล้วไง ว่าเรื่องแบบนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเธอก็ได้ แค่เธอยืนสั่งการก็พอ"
บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่พลันมลายหายไปแทนที่ด้วยความอบอุ่นละมุนละไม ทว่านี่เพิ่งเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจสำคัญในวันนี้
เป้าหมายหลักของการเดินทางเข้าเมืองหลวงมณฑลในเช้าวันนี้ ไม่ใช่แค่การมาขายผักป่าและสมุนไพรระดับเกรดเอรอบแรกเพื่อหาเงินทุนก้อนโต แต่เป็นการ "สร้างเครือข่าย"
ตลาดมืดและตลาดเสรีในยุค 1980s ภายใต้นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจช่วงเปลี่ยนผ่าน เต็มไปด้วยโอกาสและขวากหนาม พ่อค้าคนกลางมักผูกขาดราคาสินค้าเกษตร ขณะที่โรงงานยาและร้านขายยาแผนจีนต่างกระหายวัตถุดิบคุณภาพสูงที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในยุคที่สารเคมีเริ่มเข้ามาปนเปื้อนธรรมชาติ พรรณรายจึงมั่นใจว่า ผลผลิตที่รดด้วยน้ำในมิติพิเศษของเธอ จะต้องกลายเป็น "สินค้าพรีเมียม" ที่ชนชั้นสูงและพ่อค้ารายใหญ่ต้องแย่งกันซื้อ
ทั้งสองเดินลึกเข้าไปยังโซนด้านในของตลาด ซึ่งเป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าของพ่อค้าเร่และตัวแทนจากสหกรณ์รัฐ พรรณรายกวาดสายตามองหาเป้าหมาย จนกระทั่งสะดุดตากับชายวัยกลางคนสวมแว่นกรอบทองท่าทางภูมิฐาน กำลังยืนตรวจความเรียบร้อยของโสมป่าแห้งในร้านขายยาจีนขนาดใหญ่ที่มีป้ายชื่อว่า "อี้คังทั่ง"
พรรณรายสะกิดแขนศิลาเบาๆ ทั้งคู่เดินตรงเข้าไปทันที
"สวัสดีครับเถ้าแก่... เอާ ฉันหมายถึง ขอรบกวนเวลาสักครู่นะครับ" ศิลาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสุภาพและหนักแน่นตามแบบฉบับชายชาติทหาร
เถ้าแก่กัว เจ้าของร้านอี้คังทั่งเงยหน้าขึ้นจากแผงยา สายตาหลังกรอบแว่นกวาดมองคนทั้งสองตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหยุดที่ใบหน้าสะสวยคมคายของพรรณรายและท่าทีนิ่งสงบของศิลา แม้การแต่งกายจะเป็นชาวบ้านธรรมดา แต่รัศมีที่แผ่ออกมาจากตัวคนทั้งคู่กลับไม่ใช่คนบ้านนอกซื่อบื้อทั่วไป
"พวกเธอมีธุระอะไร? ถ้าจะมาขายโสมป่าหรือรากตังกุย ทางร้านเรามีซัพพลายA-gradeส่งตรงจากมณฑลเหนืออยู่แล้ว ไม่รับซื้อของเร่ร่อนหรอกนะ" เถ้าแก่กัวพูดเสียงเรียบ ปลายตามองตะกร้าสะพายหลังที่ศถืออยู่ด้วยความระคนดูแคลน
พรรณรายไม่โกรธ เธอยิ้มรับบางๆ ก่อนจะค่อยๆ เปิดฝาผ้าดิบที่คลุมตะกร้าออกช้าๆ กลิ่นหอมละมุนบริสุทธิ์ของโสมสดและเห็ดหลินจือป่าอายุหลายสิบปีที่ถูกเก็บเกี่ยวด้วยกรรมวิธีเฉพาะในมิติ ก็โชยฟุ้งกระจายกลบกลิ่นอับของยาจีนภายในร้านจนหมดสิ้นในพริบตา!
เถ้าแก่กัวที่นั่งหลังตรงอยู่ถึงกับผุดลุกขึ้นยืนพรวด ดวงตาเบิกกว้าง จมูกสูดกลิ่นอลมเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว "นี่มัน... กลิ่นนี่มันอะไรกัน!"
"นี่คือ 'โสมหิมะแดง' และ 'เห็ดหิมะหมื่นปี' ที่เติบโตจากดินบริสุทธิ์บนยอดเขาฝั่งตะวันตกของหมู่บ้านเราครับเถ้าแก่" พรรณรายเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่สะกดจิตใจผู้ฟัง "สรรพคุณในการบำรุงเลือดลมและฟื้นฟูเซลล์ประสาท มากกว่าโสมทั่วไปถึงสามเท่า หากเถ้าแก่ไม่เชื่อ เชิญพิสูจน์ด้วยตาตัวเองได้เลย"
เถ้าแก่กัวก้าวเข้าไปใกล้ หยิบหัวโสมสดที่ยังมีไอความชื้นธรรมชาติเกาะอยู่ขึ้นมาพินิจด้วยมือที่สั่นเทา ริ้วรอยบนใบหน้าของเถ้าแก่ตึงเครียดขึ้นด้วยความตกตะลึง ของแบบนี้ไม่ใช่แค่หาไม่ได้ง่ายๆ แต่มันคือสมบัติล้ำค่าที่พวกตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงตามหากันให้ควั่ก!
"เธอ... พวกเธอสองคนต้องการขายเท่าไหร่!" เถ้าแก่กัวละล่ำละลักถาม น้ำเสียงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที
พรรณรายแย้มยิ้มอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า เธอประสานสายตากับเถ้าแก่กัวอย่างมั่น
"เราไม่ได้มาเพื่อขายแค่ล็อตนี้ล็อตเดียวครับเถ้าแก่... แต่เรามาเพื่อตกลงสัญญา 'ซัพพลายเออร์หลัก' แต่เพียงผู้เดียวให้ร้านอี้คังทั่งของคุณต่างหาก"
คำพูดนั้นทำให้เถ้าแก่กัวถึงกับสูดปากด้วยความตกใจ ขณะที่ศิลายืนมองภรรยาด้วยแววตาพราวระยับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศการเจรจาที่กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงโวยวายก็ดังขึ้นที่หน้าร้าน
"หลบไป! บอกว่าหลบไปไง! ฉันจะมาพบเถ้าแก่กัวเรื่องสัญญาจัดหาตัวยาสมุนไพรประจำปีของอำเภอ!"
ร่างอ้วนท้วมของ "เฉินหย่งฝู" ลูกชายเจ้าของโรงสีประจำตำบลที่เคยถูกพรรณรายตบหน้าหงายกลางลานหมู่บ้านเมื่อหลายวันก่อน ก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทางวางโต ใบหน้าบวมเป่งยังมีรอยพลาสเตอร์ปิดแผล แต่เมื่อเขาหันมาสบตากับพรรณรายและศิลาที่ยืนอยู่ข้างเถ้าแก่กัว รอยยิ้มเยาะหยันบนหน้าของเฉินหย่งฝูก็แข็งค้างทันที
"แก... นังหมอผีตระกูลศิลา! แกมาทำอะไรที่นี่!" เฉินหย่งฝูชี้หน้าตะโกนลั่นร้าน
พรรณรายหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก ชายคนนี้ช่างขยันหาที่ตายเสียจริง ในเมื่อกลายมาเป็นก้างขวางคอในจังหวะนี้ เธอก็ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าอีกต่อไป
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ และพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80•ตอนที่ 11
ตลาดยุค 80 กับโอกาสใหม่
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!