คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80•ตอนที่ 12

การตัดสินใจของหัวใจ

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
เศษกระดาษโนتهاบคำสั่งซื้อวัตถุดิบสมุนไพรถูกขยำทิ้งลงในถังไม้ไผ่ เสียงวัตถุกระทบก้นถังดังโปร่งท่ามกลางความเงียบงันในห้องเก็บยา พรรณรายหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก ชายคนนี้ช่างขยันหาที่ตายเสียจริง ในเมื่อกลายมาเป็นก้างขวางคอในจังหวะนี้ เธอก็ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าอีกต่อไป "ส่งคนไปประกบมันเงียบๆ" เสียงนุ่มทุ่มแต่เฉียบขาดของพรรณรายเอ่ยสั่งเงาพรางตัวที่ซ่อนอยู่หลังกรอบหน้าต่าง "ถ้ามันยังกล้าตุกติกเรื่องโควตาปุ๋ยเคมีของสหกรณ์อีก ให้เก็บหลักฐานบัญชีลับมาให้หมด ฉันจะทำให้ตระกูลจ้าวล้มละลายโดยไม่ต้องใช้กฎหมายเลยทีเดียว" เงาร่างนั้นรับคำสั้นๆ ก่อนจะหายวับไปกับสายลมยามค่ำคืน ทิ้งให้พรรณรายยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายจางๆ ของรากโสมและสมุนไพรจีนที่เธอเพิ่งคัดแยกเสร็จ แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดส่องกระทบใบพักตร์เนียนละเอียดที่ฉาบไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว การต่อสู้ในยุคศตวรรษที่ 80 นี้ไม่ง่าย ศัตรูไม่ได้มีแค่ญาติผู้พี่ที่จ้องสูบเลือดสูบเนื้อ แต่ยังมีกลไกอำนาจมืดในหมู่บ้านที่คอยขัดขา หากเธออ่อนแอเพียงนิดเดียว ความตายในชาติก่อนคงซ้ำรอยเดิม "ดึกแล้ว... ยาบำรุงรากบัวตุ๋นพุทราจีนจะเย็นชืดเสียก่อนนะครับ" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นที่หน้าประตูห้องเก็บยา พรรณรายสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะผ่อนลมหายใจยาว เมื่อหันไปก็พบร้อยเอกศิลายืนพิงกรอบประตู มือหนายกถาดไม้ที่มีถ้วยกระเบื้องเคลือบลายครามส่งควันกรุ่น สองตาคมปลาบมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและ... ความนัยบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะปิดบัง ศิลาในยามนี้ไม่ได้สวมเสื้อทหารยับๆ เช่นวันวาน แต่เป็นเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรีที่ผ่านการทำไร่ไถนามาอย่างโชกโชน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้ทีละน้อย กลิ่นอายความเป็นบุรุษผสมผสานกับกลิ่นดินกลิ่นหญ้าจางๆ ลอยมาแตะจมูก ทำให้หัวใจที่เต้นระรัวด้วยความเครียดเมื่อครู่ค่อยๆ สงบลงอย่างน่าประหลาด "คุณนี่นะ... แอบเข้ามาตอนไหนกัน ทำไมไม่เคาะประตูก่อน" พรรณรายเอ่ยเสียงดุแต่แววตากลับไหวระริก เธอรับถ้วยยามาจากมือเขา ไออุ่นแผ่ซ่านผ่านปลายนิ้ว "ผมเคาะแล้วสองครั้ง แต่คุณกำลังใช้ความคิดเรื่องตาจ้าว จนไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยต่างหาก" ศิลายิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบกอดอกมองภรรยาหมาดๆ ที่กำลังยกซดน้ำซุปสมุนไพร "ผมบอกแล้วไงว่าเรื่องพวกนั้น... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมบ้างก็ได้ คุณเป็นหมอ มีหน้าที่รักษาคนและปรุงยา ดูแลตัวเองให้ดีก็พอ" "ฉันไม่ใช่เด็กผู้หญิงบอบบางนะศิลา ฉันจัดการเองได้" พรรณรายวางถ้วยลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระเบื้องกระทบกันเบาๆ เธอมองหน้าเขาตรงๆ "อีกอย่าง การที่ตาจ้าวเคลื่อนไหวแบบนี้ แสดงว่ามีคนหนุนหลังมันในอำเภอ... ถ้าคุณเข้ามายุ่งด้วย อาจจะพลอยเดือดร้อนเรื่องประวัติราชการเก่าเอาได้ง่ายๆ" ศิลาเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความจริงใจทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ภายใน ประสบการณ์ในสนามรบสอนให้เขารู้จักการอ่านคน แต่กับผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ ยิ่งเขาเข้าใกล้เท่าไหร่ เขากลับยิ่งพบว่าเธอลึกลับและน่าทะนุถนอมมากขึ้นเท่านั้น ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว จนพรรณรายต้องเผลอกลั้นหายใจ กลิ่นกายสะอาดๆ ของเขาโอบล้อมเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างโต๊ะยากับผนังห้อง "ราย... คุณคิดว่าผมมาช่วยคุณเพราะหน้าที่สามีในนามอย่างนั้นหรือครับ" เสียงของศิลานุ่มนวลแต่มั่นคง ทรงพลังจนสั่นสะเทือนไปถึงก้นบึ้งหัวใจ พรรณรายชะงัก เธอมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ "ตั้งแต่วันแรกที่คุณก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ ตั้งแต่วันที่คุณลุกขึ้นมาตบปากพวกคนเห็นแก่ตัวที่มารังแกคุณ... ผมตัดสินใจแน่วแน่แล้ว" ศิลาเอื้อมมือหนาออกไปกุมมือเรียวบางของเธอไว้ช้าๆ ฝ่ามือที่หยาบกร้านจากการจับจอบจับปืนกุมมือเธอไว้อย่างทะนุถนอม "ผมไม่ได้แค่อยากเป็นสามีที่คอยซัพพอร์ตคุณในฐานะคนในครอบครัว แต่ผมอยากเป็น 'คู่ชีวิต' และ 'คู่ค้า' ที่จะเดินเคียงข้างคุณไปตลอดเส้นทางนี้" พรรณรายเบิกตากว้างเล็กน้อย เธอคาดคิดไว้แล้วว่าชายผู้นี้มีความรู้สึกดีๆ ให้ แต่ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยปากแสดงเจตจำนงชัดเจนในยามที่สถานการณ์รอบตัวกำลังระอุเช่นนี้ การผูกชะตาชีวิตกับทหารผ่านศึกผู้มีอดีตซับซ้อน ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ในยุคสมัยที่การเมืองท้องถิ่นกำลังเปลี่ยนแปลง "คุณรู้ไหมว่าการเป็นคู่ค้ากับฉัน... มันหมายถึงการเอาชื่อเสียงและชีวิตของคุณเองมาเดิมพันด้วยนะ" พรรณรายเค้นเสียงถาม ทดสอบความตั้งใจของเขา "ชีวิตผม... ผมยกให้ชาติไปครึ่งหนึ่งแล้ว" ศิลายิ้มละมุน แววตาฉายประกายความอบอุ่นลึกซึ้ง "ส่วนอีกครึ่งที่เหลือ ผมยกให้คุณ... พรรณราย ตั้งแต่วันที่เราจดทะเบียนสมบัติกันในยุ้งฉางแล้ว" บรรยากาศในห้องเก็บยาเงียบงัดลงทันที มีเพียงเสียงสะท้อนของหัวใจสองดวงที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน พรรณรายเม้มปากแน่น ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาจากยอดอก ความโดดเดี่ยวที่เธอแบกรับมาตั้งแต่ข้ามมิติมาอยู่ในร่างนี้ ราวกับถูกปัดเป่าให้จางหายไปด้วยคำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังของชายตรงหน้า "ถ้าอย่างนั้น..." พรรณรายเงยหน้าขึ้น สบตากับเขาตรงๆ รอยยิ้มมั่นใจผุดขึ้นที่มุมปาก "ในเมื่อคุณเสนอตัวเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์คนสำคัญ... พรุ่งนี้เช้า เรามีงานใหญ่ต้องทำ" "ว่ามาเลยครับ พาร์ทเนอร์ของผม" ศิลาเลิกคิ้วอย่างสนใจ "ฉันต้องการใช้ที่ดินแปลงท้ายไร่ทั้งหมด ทำแปลงเพาะปลูกโสมป่าจำลองด้วยมิติพิเศษของเรา และคุณ... ต้องไปเจรจากับสหกรณ์การเกษตรเพื่อกว้านซื้อปุ๋ยอินทรีย์ล็อตใหญ่ที่สุดมาให้ได้ ก่อนที่ตาจ้าวจะใช้เส้นสายตัดหน้าเรา" ศิลาพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น รอยยิ้มของเขาเผยให้เห็นเสน่ห์ที่ทำให้คนมองใจสั่น "ไม่มีปัญหาครับ เรื่องเจรจาปล่อยให้เป็นผม ส่วนเรื่องโสมป่า... รับรองว่าผลผลิตล็อตแรกของเรา จะทำให้ตลาดมืดในเมืองหลวงสะเทือนอย่างแน่นอน" ทั้งสองสบตากันด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้ง เคมีระหว่างคนทั้งคู่ผสานกันอย่างลงตัว ทั้งความเฉียบขาดของอดีตแพทย์สาวและพละกำลังความเด็ดเดี่ยวของอดีตนายทหาร นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างอาณาจักรฟาร์มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 80 ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานล้ำและเปี่ยมด้วยความหวัง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบที่หน้าประตูกระท่อม ตามมาด้วยเสียงทุบประตูรัวๆ และเสียงตะโกนร้องด้วยความตื่นตระหนกของอาชา เด็กหนุ่มในไร่ที่ส่งไปเฝ้าทางหลวง "พี่ศิลา! คุณราย!แย่แล้วครับ! รถบรรทุกสินค้าล็อตแรกที่เราส่งไปส่งตลาดมืด... ถูกตำรวจนอกเครื่องแบบสกัดจับไว้ที่ด่านตรวจสามแยกแล้วครับ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอภัทรแก้ไขชะตา" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%