"ถ้าป้ายังใช้ผ้าสกปรกมัดแผลเรื้อรังตรงนอกจากนี้ อีกไม่เกินสามวัน ขาข้างนี้คงต้องถูกตัดทิ้งเพื่อรักษาชีวิตนะครับ"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เด็ดขาดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในลานบ้านของยายจันทร์ หญิงชราผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและมักคอยเหน็บแนมพรรณรายอยู่เสมอในตลาดตำบล แต่ในยามนี้ ยายจันทร์กลับนั่งหน้าซีดเผือด มือเหี่ยวย่นสั่นเทาขณะมองดูแผลเน่าเฟะที่ลุกลามจนส่งกลิ่นจางๆ ออกมา
พรรณรายในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจแม้แต่น้อย เธอกำลังใช้ปลายมีดผ่าตัดขนาดเล็กที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน ค่อยๆ เลาะเนื้อตายสีดำคล้ำออกจากขอบแผลอย่างแม่นยำ ทุกการเคลื่อนไหวของเรียวนิ้วมั่นคงราวกับจับวาง ราวกับว่าลานดินใต้ร่มไม้รกร้างแห่งนี้ได้กลายเป็นห้องผ่าตัดปลอดเชื้อในโรงพยาบาลชั้นนำ
รอบบริเวณนั้น มีชาวบ้านมุงดูด้วยความระคนตกใจและหวาดกลัว บางคนเบือนหน้าหนีด้วยความสะพรึงกลัวภาพตรงหน้า แต่ไม่มีใครกล้าส่งเสียงขัดจังหวะสักคน
"หมอ... หมอราย ช่วยฉันด้วย ฉันไม่อยากขาด้วน..." ยายจันทร์ครางเสียงเครือ น้ำตาไหลพรากด้วยความเจ็บปวดและความกลัวที่กัดกินจิตใจ หลังจากพยายามไปหาหมออนามัยประจำตำบลมาหลายหนแต่ก็ไม่หาย ซ้ำร้ายอาการยังแย่ลงจนแทบเดินไม่ไหว
"ผมบอกแล้วว่าสมุนไพรพื้นบ้านถ้ารู้จักใช้ให้ถูกวิธี มันคือยา แต่ถ้าใช้ผิดวิธีมันก็คือยาพิษดีๆ นี่เองครับ" พรรณรายเงยหน้าขึ้นสบตาผู้ป่วย แววตาคมกริบแต่แฝงด้วยความเมตตา "ที่แผลมันไม่หาย เพราะป้าเชื่อคำคนอื่นเอาพอกใบไม้สดสกปรกๆ จนติดเชื้อในกระแสเลือดอ่อนๆ ต่างหากครับ"
คำพูดตรงไปตรงมาราวกับมีดกรีดแทงใจดำ ทำให้ป้าสำลี ลูกสาวของยายจันทร์ที่ยืนหน้าเสียอยู่ข้างๆ ถึงกับหน้าถอดสี เพราะนางเองที่เป็นคนหาใบไม้พวกนั้นมาตำพอกให้แม่ตามคำแนะนำของป้าสะใภ้ตระกูลหลี่ผู้หวังดีประสงค์ร้าย
พรรณรายหยิบขวดแก้วสีชาบรรจุผงยาสمุนไพรสีเขียวอ่อนที่เธอสกัดขึ้นเองจากมิติพิเศษ ออกมาโรยลงบนแผลสดที่ได้รับการทำความสะอาดอย่างประณีต ทันทีที่ผงยาสัมผัสกับเนื้อเยื่อ กลิ่นหอมเย็นจางๆ ของเปปเปอร์มินต์ผสมสมุนไพรจีนโบราณก็โชยขึ้นมาเตะจมูก ลดกลิ่นเน่าเหม็นหายไปในพริบตา ความเย็นซ่านแล่นพล่านทำให้ยายจันทร์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะพรูลมหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก อาการปวดแปลบที่เคยเล่นงานจนนอนไม่หลับมาหลายคืนพลันบรรเทลงราวกับปาฏิหาริย์
"เอาล่ะครับ วันนี้ผมล้างแผลและใส่ยาให้แล้ว พรุ่งนี้ช่วงสายให้พี่สำลีพาไปที่บ้านผม ผมจะเปลี่ยนผ้าพันแผลให้อีกรอบ และจำไว้นะครับว่าห้ามโดนน้ำเด็ดขาด" พรรณรายเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าหนังอย่างเป็นระเบียบ
ยายจันทร์มองหน้าแพทย์สาวรุ่นหลานด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความหมั่นไส้กลายเป็นความสำนึกผิดและความซาบซึ้งจนพูดไม่ออก นางพยายามจะกราบตักแต่พรรณรายไวกว่า ยื่นมือไปประคองไหล่ชราไว้เสียก่อน
"ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรกครับ ผมเป็นหมอ หน้าที่ของผมคือรักษาคน ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเคยนินทาผมลับหลังมา N ครั้งก็ตาม" พรรณรายยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยพลังบำบัดจิตใจ ทำเอาชาวบ้านที่ยืนมองอยู่ต่างพากันพยักหน้าชื่นชมในความใจกว้างและฝีมืออันเป็นเลิศของเธอ
ข่าวลือเรื่อง "หมอหญิงพรรณราย" รักษาแผลเน่าเฟะของยายจันทร์ให้หายขาดภายในพริบตา แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านราวกับไฟลามทุ่ง ภายในเวลาไม่ถึงสองวัน ทัศนคติของชาวบ้านที่มีต่อสะใภ้บ้านตระกูลศิลาผู้เคยถูกมองว่าหยิ่งยโสและไร้ประโยชน์ ก็พลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ ผู้คนเริ่มแวะเวียนมาที่รั้วบ้านพร้อมกับไข่ไก่ต้ม ผักสวนครัวสดๆ และรอยยิ้มเจื่อนๆ เพื่อขอคำปรึกษาเรื่องปัญหาสุขภาพ
ตกเย็นวันเดียวกัน ณ ลานบ้านพักหลังน้อย
กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและเนื้อย่างซีอิ๊วโชยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ร้อยเอกศิลายืนอยู่หน้าเตาถ่าน มือหนากำลังพลิกชิ้นหมูสามชั้นหมักซอสสูตรพิเศษที่ส่งเสียงซู่ซ่าชวนน้ำลายสอ แสงไฟสีส้มสาดสะท้อนใบหน้าคมเข้มที่มีหยาดเหงื่อซึมตามไรผม ร่างสูงใหญ่ในเสื้อกล้ามเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรีที่เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว
"วันนี้เหนื่อยมากไหมครับ คนไข้คงแน่นบ้านตั้งแต่เช้าเลยสินะ" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ขณะตักหมูย่างร้อนๆ ใส่จานกระเบื้องเคลือบยื่นให้หญิงสาวที่เพิ่งเดินล้างมือจากหลังบ้านมา
พรรณรายเดินเข้ามาใกล้ สูดกลิ่นหอมยวนใจเข้าเต็มปอด เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ไผ่ด้วยความโล่งอก ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบตะเกียบมาคีชิ้นหมูย่างเข้าปาก รสชาติกลมกล่อม หวานเค็มกำลังดีละมุนลิ้น ผสมผสานกับความกรอบนอกนุ่มในทำให้ความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันมลายหายไปสิ้น
"เหนื่อยครับ แต่ก็คุ้มค่า... อย่างน้อยวันนี้เราก็ได้เปลี่ยนมุมมองของคนในหมู่บ้านที่มีต่อเราไปอีกขั้น" พรรณรายเคี้ยวตุ้ยๆ ดวงตาพราวระยับด้วยความสุข
ศิลายิ้มบางๆ สายตาที่มองภรรยาเต็มไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ เขารินน้ำชาร้อนๆ ส่งให้เธอ "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็อยู่ข้างคุณเสมอนะครับ... ว่าแต่ พรุ่งนี้คุณจะเปิดคลินิกตรวจชาวบ้านอีกรอบรึเปล่า"
"เปิดสครับ เพราะดูท่าทางแล้ว โรคเรื้อรังของชาวบ้านในยุคนี้ยังมีอีกเยอะที่ยังไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง..." พรรณรายเว้นจังหวะ ดวงตาคมกวาดมองออกไปนอกรั้วบ้านที่ความมืดเริ่มโรยตัวลงมา
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความสุขนั้นเอง...
เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งรีบ ปัง! ปัง! ปัง! ตามมาด้วยเสียงโวยวายและเสียงร้องไห้ระงมของหญิงสาวคนหนึ่งที่คุ้นหูเป็นอย่างดี
"คุณหมอ! คุณหมอราย! ช่วยด้วยค่ะ! สามฉัน... สามฉันกินยาพิษเข้าไป กำลังจะตายแล้ว!"
เสียงร้องระbิดความตระหนกนั้นทำให้ศิลาขมวดคิ้วมุ่นทันที ส่วนพรรณรายชะงักตะเกียบในมือ รอยยิ้มละมุนเมื่อครู่แทนที่ด้วยแววตาเฉียบคมระคนสงสัย เพราะร่างที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาล้มฟุกอยู่หน้าบ้านในยามวิกาลเช่นนี้ หาใช่ใครอื่น... แต่คือ "หลิวหลิว" ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบของตระกูลสามีที่เคยประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมเหยียบมาที่นี่เด็ดขาด!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอภัทรแก้ไขชะตา" เสมอมานะครับ
คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80•ตอนที่ 13
สมุนไพรล้างพิษคน
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!