"เงินห้าสิบหยวนนี้... คุณเอามาจากไหน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำของร้อยเอกศิลาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องครัว บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของพะโล้ขาหมูที่เคี่ยวจนหนังนุ่มละมุนลิ้น แต่แววตาของชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยความสงสัยระคนเป็นห่วง ขณะจ้องมองภรรยาคนสวยที่กำลังใช้ตะหลิวคนหม้อดินเผาอย่างใจเย็น
พรรณรายชะงักมือเล็กน้อย เธอยกยอบมุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาสบตากับสามีผู้ซื่อตรง ดวงตาคู่สวยพินิจพิจารณาใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยกร้านแดดของสามี ในชาติภพก่อน... ศิลาคือชายหนุ่มผู้เงียบขรึมและตายอย่างโดดเดี่ยวเพราะปกป้องเธอจากเงื้อมมือของพวกเดรัจฉาน แต่ในชาตินี้ เธอกลับเป็นฝ่ายดึงเขากลับมาจากขอบเหวแห่งความตาย และร่วมกันสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาจากสองมือเปล่า
"พี่ศิลา... พี่คิดว่าภรรยาของพี่เป็นคนสำมะร่อนเทเมาไปเที่ยวขโมยเงินใครมาอย่างนั้นหรือครับ" พรรณรายแกล้งเอ่ยหยอกล้อด้วยน้ำเสียงติดตลก ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความซุกซน
ศิลาขมวดคิ้วมุ่น เขาสลัดความกังวลทิ้งแล้วก้าวเข้าไปใกล้ร่างบาง พร้อมกับเอื้อมมือหนาโอบเอวคอดกิ่วของภรรยาเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ สัมผัสอุ่นซ่านแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า ทำให้พรรณรายสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ขัดขืน
"ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น... แต่เงินจำนวนนี้มันมากพอจะซื้อแป้งสาลีและเนื้อหมูได้ทั้งหมู่บ้านนะราย ผมแค่อดห่วงไม่ได้ว่าคุณไปรับจ้างทำอะไรเหน็ดเหนื่อยลับหลังผมอีก" ศิลาเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาที่มองเธอนั้นเปี่ยมล้นไปด้วยความรักและความทะนุถนอมอย่างปิดไม่มิด
พรรณรายระบายยิ้มบางๆ เธอรู้ดีว่าสามีคนนี้รักและเกรงใจเธอมากแค่ไหน มือเรียวบางยกขึ้นลูบไล้สันจมูกโด่งเป็นสันของสามีเบาๆ เป็นการปลอบประโลม
"วางใจเถอะครับ... เงินนี่ไม่ได้มาจากการทำเรื่องผิดกฎหมายแน่นอน มันคือเงินที่ได้จากการขายยาสมุนไพรล๊อตแรกให้กับร้านขายยาในตัวอำเภอต่างหากล่ะครับ" พรรณรายโกหกคำโตอย่างแนบเนียน เธอจะบอกความจริงเรื่องมิติฟาร์มวิเศษที่สามารถปลูกโสมอายุร้อยปีได้ในเวลาเพียงชั่วข้ามคืนได้อย่างไรกัน เรื่องนี้เป็นความลับสุดยอดที่แม้แต่สามีก็ยังต้องรอเวลาที่เหมาะสมกว่านี้
ศิลาถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก ก่อนจะซบหน้าลงกับลาดไหล่บางของภรรยา สูดดมกลิ่นกายหอมละมุนที่คุ้นเคยเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักในไร่มาทั้งวัน
"ถ้าคุณเหนื่อย... บอกผมนะราย ไม่ต้องหักโหมเกินไป ผมไม่อยากเห็นคุณล้มป่วยอีกแล้ว" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาข้างใบหู ทำเอาหัวใจดวงน้อยของพรรณรายกระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนรู้สึกขอบตาร้อนผ่าว ในอดีตเธอไม่เคยได้รับความรักที่บริสุทธิ์และมั่นคงเช่นนี้เลย ชายหนุ่มคนนี้คือของขวัญล้ำค่าที่สุดที่สวรรค์เมตตาประทานมาให้
"ทราบแล้วครับสามี... งั้นตอนนี้ช่วยยกหม้อพะโล้นี้ไปตั้งโต๊ะทีนะครับ เดี๋ยวผมจะตักผัดผักบุ้งไฟแดงตามไป" พรรณรายเอ่ยพลันผลักอกกว้างเบาๆ
มื้ออาหารค่ำดำเนินไปอย่างอบอุ่นและเรียบง่าย เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของสองสามีภรรชาช่วยขับไล่ความหนาวเย็นยามค่ำคืนของชนบทในยุค 80 ให้มลายหายไป ทว่า... ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อความมืดมิดเข้าปกคลุมทั่วผืนแผ่นดิน เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงทุบประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"เปิดประตูโว้ย! เจ้าของบ้านตายห่านกันหมดแล้วหรือไงวะ!" เสียงหยาบโลนตะโกนดังก้องทะลุกำแพงรั้วเข้ามา ขัดจังหวะความสุขของครอบครัวศิลาอย่างสิ้นเชิง
ศิลาชะงักค้าง ใบหน้าคมคายเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที ดวงตาดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาวางตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น พรรณรายรีบคว้าแขนสามีไว้ สีหน้าของเธอเรียบเฉยแต่แววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง
ในชาติก่อน... เสียงทุบประตูนี้นี่เอง คือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเธอ
"นั่งทานข้าวต่อเถอะครับพี่ศิลา... เดี๋ยวผมออกไปดูเองว่าสุนัขตัวไหนมันบังอาจมาเห่าหอนหน้าบ้านเรายามวิกาลแบบนี้" พรรณรายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่ทำเอาศิลาถึงกับแปลกใจ
เมื่อพรรณรายเดินมาถึงประตูรั้วไม้และปลดกลอนออก ภาพของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทำให้เลือดในกายของเธอกลายเป็นน้ำแข็ง
ภายใต้แสงจันทร์สลัว ร่างท้วมของชายวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าเนื้อดีแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยอันธพาลกำลังยืนแยกเขี้ยวใส่เธอ ข้างกายเขาคือหญิงวัยกลางคนท่าทางเจ้าเล่ห์เพทุบายที่พรรณรายจำได้แม่นยำไม่มีวันลืม—น้าสาวผู้เคยหลอกลวงต้มตุ๋นและขายเธอให้กับชายแก่ตัณหากลับในชาติก่อน!
"อ้าว นังราย! นึกว่าจะหัวหดอยู่ในบ้านจนตายเสียอีกนะแก!" เสียงแหลมปรี๊ดของนางนงเยาว์เอ่ยทักทายด้วยรอยเหยียดหยาม ขณะที่ชายร่างท้วมข้างกายส่งสายตาโลภมากกวาดมองสำรวจเรือนร่างของพรรณรายตั้งแต่หัวจรดเท้า
"จำฉันไม่ได้หรือไงนังหลานเนรคุณ แกหนีมาเสวยสุขอยู่กับไอ้ทหารกระจอกนี่ จนลืมบุญคุณของพวกฉันแล้วสินะ!"
พรรณรายยกยิ้มเย็นเยียบ เธอยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังมองดูตัวตลกแสดงละครสัตว์ ดวงตาสีดำสนิทลẫกซึ้งลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง
"อ๋อ... นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็ปลิงดูดเลือดสองตัวที่เคยถูกฉันขับไล่ออกจากตระกูลไปแล้วนี่เอง หน้าด้านเดินทางมาไกลถึงนี่ มีธุระอะไรล่ะครับ หรือว่าเงินที่ปล้นไปจากฉันมันหมดเกลี้ยงจนต้องมาขอทานกินข้างถนนแล้ว?"
นางนงเยาว์หน้าถอดสี กรีดร้องออกมาด้วยความโกรธจัดเมื่อถูกตบหน้ากลางอากาศด้วยคำพูดเจ็บแสบ "นังนี่! ปากดีนักนะ! วันนี้พวกฉันไม่ได้มามือเปล่า แกต้องชดใช้หนี้ที่พ่อแม่แกเคยติดไว้ให้หมด ไม่งั้น... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
ชายร่างท้วมหัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนจะก้าวประชิดเข้ามาใกล้พรรณรายพร้อมกับยื่นมือสกปรกหมายจะคว้าจับคางอิ่มของเธอ
"หน้าตาผ่องใสขึ้นเป็นกองเลยนี่หว่า นังเด็กนี่... ดูท่าทางสามีทหารของแกจะเลี้ยงดูปูเสื่อดีไม่เบา ถ้าไม่อยากให้สามีแกถูกซ้อมจนพิการ... คืนนี้ก็ยอมไปปรนนิบัติ 'ท่านรองผู้ว่าฯ หวัง' เสียแต่โดยดีเถอะวะ รับรองว่าแกจะได้เสวยสุขบนกองเงินกองทองจนลืมผัวยาจกนี่ไปเลย!"
พรรณรายหรี่ตาลง รอยยิ้มบนริมฝีปากบางเฉียบยิ่งทวีความน่ากลัว ชาติก่อนเธอต้องตายอย่างอนาถก็เพราะไอ้รองผู้ว่าฯ หวังและคนกลุ่มนี้นี่เอง! ในเมื่อพวกมันกล้าเดินเข้ามาหาความตายถึงถิ่น... เธอก็ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าใครอีกต่อไปแล้ว
ทันใดนั้นเอง มือหนาแกร่งดั่งคีมเหล็กก็เอื้อมจากด้านหลัง คว้าจับข้อมือของชายร่างท้วมคนนั้นแล้วบิดจนกระดูกลั่นดังกรอบ!
"อ๊ากกกก! แขนฉัน! ใครวะ!" เสียงร้องโหยหวนดังลั่นทุ่งนา
ศิลาก้าวออกมาจากเงาความมืด ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่าแววตาดุจมัจจุราชคู่นั้นกลับจ้องมองผู้บุกรุกราวกับพวกมันเป็นเพียงมดปลวกไร้ค่า เสียงทุบกระดูกเมื่อครู่ทำให้ศัตรูเก่าทั้งสองหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอภัทรแก้ไขชะตา" เสมอมานะครับ
คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80•ตอนที่ 14
ศัตรูเก่าที่ตามมา
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!