คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80•ตอนที่ 14

ศัตรูเก่าที่ตามมา

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
"เงินห้าสิบหยวนนี้... คุณเอามาจากไหน" น้ำเสียงทุ้มต่ำของร้อยเอกศิลาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องครัว บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของพะโล้ขาหมูที่เคี่ยวจนหนังนุ่มละมุนลิ้น แต่แววตาของชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยความสงสัยระคนเป็นห่วง ขณะจ้องมองภรรยาคนสวยที่กำลังใช้ตะหลิวคนหม้อดินเผาอย่างใจเย็น พรรณรายชะงักมือเล็กน้อย เธอยกยอบมุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาสบตากับสามีผู้ซื่อตรง ดวงตาคู่สวยพินิจพิจารณาใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยกร้านแดดของสามี ในชาติภพก่อน... ศิลาคือชายหนุ่มผู้เงียบขรึมและตายอย่างโดดเดี่ยวเพราะปกป้องเธอจากเงื้อมมือของพวกเดรัจฉาน แต่ในชาตินี้ เธอกลับเป็นฝ่ายดึงเขากลับมาจากขอบเหวแห่งความตาย และร่วมกันสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาจากสองมือเปล่า "พี่ศิลา... พี่คิดว่าภรรยาของพี่เป็นคนสำมะร่อนเทเมาไปเที่ยวขโมยเงินใครมาอย่างนั้นหรือครับ" พรรณรายแกล้งเอ่ยหยอกล้อด้วยน้ำเสียงติดตลก ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความซุกซน ศิลาขมวดคิ้วมุ่น เขาสลัดความกังวลทิ้งแล้วก้าวเข้าไปใกล้ร่างบาง พร้อมกับเอื้อมมือหนาโอบเอวคอดกิ่วของภรรยาเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ สัมผัสอุ่นซ่านแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า ทำให้พรรณรายสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ขัดขืน "ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น... แต่เงินจำนวนนี้มันมากพอจะซื้อแป้งสาลีและเนื้อหมูได้ทั้งหมู่บ้านนะราย ผมแค่อดห่วงไม่ได้ว่าคุณไปรับจ้างทำอะไรเหน็ดเหนื่อยลับหลังผมอีก" ศิลาเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาที่มองเธอนั้นเปี่ยมล้นไปด้วยความรักและความทะนุถนอมอย่างปิดไม่มิด พรรณรายระบายยิ้มบางๆ เธอรู้ดีว่าสามีคนนี้รักและเกรงใจเธอมากแค่ไหน มือเรียวบางยกขึ้นลูบไล้สันจมูกโด่งเป็นสันของสามีเบาๆ เป็นการปลอบประโลม "วางใจเถอะครับ... เงินนี่ไม่ได้มาจากการทำเรื่องผิดกฎหมายแน่นอน มันคือเงินที่ได้จากการขายยาสมุนไพรล๊อตแรกให้กับร้านขายยาในตัวอำเภอต่างหากล่ะครับ" พรรณรายโกหกคำโตอย่างแนบเนียน เธอจะบอกความจริงเรื่องมิติฟาร์มวิเศษที่สามารถปลูกโสมอายุร้อยปีได้ในเวลาเพียงชั่วข้ามคืนได้อย่างไรกัน เรื่องนี้เป็นความลับสุดยอดที่แม้แต่สามีก็ยังต้องรอเวลาที่เหมาะสมกว่านี้ ศิลาถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก ก่อนจะซบหน้าลงกับลาดไหล่บางของภรรยา สูดดมกลิ่นกายหอมละมุนที่คุ้นเคยเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักในไร่มาทั้งวัน "ถ้าคุณเหนื่อย... บอกผมนะราย ไม่ต้องหักโหมเกินไป ผมไม่อยากเห็นคุณล้มป่วยอีกแล้ว" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาข้างใบหู ทำเอาหัวใจดวงน้อยของพรรณรายกระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนรู้สึกขอบตาร้อนผ่าว ในอดีตเธอไม่เคยได้รับความรักที่บริสุทธิ์และมั่นคงเช่นนี้เลย ชายหนุ่มคนนี้คือของขวัญล้ำค่าที่สุดที่สวรรค์เมตตาประทานมาให้ "ทราบแล้วครับสามี... งั้นตอนนี้ช่วยยกหม้อพะโล้นี้ไปตั้งโต๊ะทีนะครับ เดี๋ยวผมจะตักผัดผักบุ้งไฟแดงตามไป" พรรณรายเอ่ยพลันผลักอกกว้างเบาๆ มื้ออาหารค่ำดำเนินไปอย่างอบอุ่นและเรียบง่าย เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของสองสามีภรรชาช่วยขับไล่ความหนาวเย็นยามค่ำคืนของชนบทในยุค 80 ให้มลายหายไป ทว่า... ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อความมืดมิดเข้าปกคลุมทั่วผืนแผ่นดิน เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงทุบประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง *ปัง! ปัง! ปัง!* "เปิดประตูโว้ย! เจ้าของบ้านตายห่านกันหมดแล้วหรือไงวะ!" เสียงหยาบโลนตะโกนดังก้องทะลุกำแพงรั้วเข้ามา ขัดจังหวะความสุขของครอบครัวศิลาอย่างสิ้นเชิง ศิลาชะงักค้าง ใบหน้าคมคายเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที ดวงตาดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาวางตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น พรรณรายรีบคว้าแขนสามีไว้ สีหน้าของเธอเรียบเฉยแต่แววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง ในชาติก่อน... เสียงทุบประตูนี้นี่เอง คือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเธอ "นั่งทานข้าวต่อเถอะครับพี่ศิลา... เดี๋ยวผมออกไปดูเองว่าสุนัขตัวไหนมันบังอาจมาเห่าหอนหน้าบ้านเรายามวิกาลแบบนี้" พรรณรายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่ทำเอาศิลาถึงกับแปลกใจ เมื่อพรรณรายเดินมาถึงประตูรั้วไม้และปลดกลอนออก ภาพของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทำให้เลือดในกายของเธอกลายเป็นน้ำแข็ง ภายใต้แสงจันทร์สลัว ร่างท้วมของชายวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าเนื้อดีแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยอันธพาลกำลังยืนแยกเขี้ยวใส่เธอ ข้างกายเขาคือหญิงวัยกลางคนท่าทางเจ้าเล่ห์เพทุบายที่พรรณรายจำได้แม่นยำไม่มีวันลืม—น้าสาวผู้เคยหลอกลวงต้มตุ๋นและขายเธอให้กับชายแก่ตัณหากลับในชาติก่อน! "อ้าว นังราย! นึกว่าจะหัวหดอยู่ในบ้านจนตายเสียอีกนะแก!" เสียงแหลมปรี๊ดของนางนงเยาว์เอ่ยทักทายด้วยรอยเหยียดหยาม ขณะที่ชายร่างท้วมข้างกายส่งสายตาโลภมากกวาดมองสำรวจเรือนร่างของพรรณรายตั้งแต่หัวจรดเท้า "จำฉันไม่ได้หรือไงนังหลานเนรคุณ แกหนีมาเสวยสุขอยู่กับไอ้ทหารกระจอกนี่ จนลืมบุญคุณของพวกฉันแล้วสินะ!" พรรณรายยกยิ้มเย็นเยียบ เธอยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังมองดูตัวตลกแสดงละครสัตว์ ดวงตาสีดำสนิทลẫกซึ้งลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง "อ๋อ... นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็ปลิงดูดเลือดสองตัวที่เคยถูกฉันขับไล่ออกจากตระกูลไปแล้วนี่เอง หน้าด้านเดินทางมาไกลถึงนี่ มีธุระอะไรล่ะครับ หรือว่าเงินที่ปล้นไปจากฉันมันหมดเกลี้ยงจนต้องมาขอทานกินข้างถนนแล้ว?" นางนงเยาว์หน้าถอดสี กรีดร้องออกมาด้วยความโกรธจัดเมื่อถูกตบหน้ากลางอากาศด้วยคำพูดเจ็บแสบ "นังนี่! ปากดีนักนะ! วันนี้พวกฉันไม่ได้มามือเปล่า แกต้องชดใช้หนี้ที่พ่อแม่แกเคยติดไว้ให้หมด ไม่งั้น... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!" ชายร่างท้วมหัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนจะก้าวประชิดเข้ามาใกล้พรรณรายพร้อมกับยื่นมือสกปรกหมายจะคว้าจับคางอิ่มของเธอ "หน้าตาผ่องใสขึ้นเป็นกองเลยนี่หว่า นังเด็กนี่... ดูท่าทางสามีทหารของแกจะเลี้ยงดูปูเสื่อดีไม่เบา ถ้าไม่อยากให้สามีแกถูกซ้อมจนพิการ... คืนนี้ก็ยอมไปปรนนิบัติ 'ท่านรองผู้ว่าฯ หวัง' เสียแต่โดยดีเถอะวะ รับรองว่าแกจะได้เสวยสุขบนกองเงินกองทองจนลืมผัวยาจกนี่ไปเลย!" พรรณรายหรี่ตาลง รอยยิ้มบนริมฝีปากบางเฉียบยิ่งทวีความน่ากลัว ชาติก่อนเธอต้องตายอย่างอนาถก็เพราะไอ้รองผู้ว่าฯ หวังและคนกลุ่มนี้นี่เอง! ในเมื่อพวกมันกล้าเดินเข้ามาหาความตายถึงถิ่น... เธอก็ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าใครอีกต่อไปแล้ว ทันใดนั้นเอง มือหนาแกร่งดั่งคีมเหล็กก็เอื้อมจากด้านหลัง คว้าจับข้อมือของชายร่างท้วมคนนั้นแล้วบิดจนกระดูกลั่นดังกรอบ! "อ๊ากกกก! แขนฉัน! ใครวะ!" เสียงร้องโหยหวนดังลั่นทุ่งนา ศิลาก้าวออกมาจากเงาความมืด ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่าแววตาดุจมัจจุราชคู่นั้นกลับจ้องมองผู้บุกรุกราวกับพวกมันเป็นเพียงมดปลวกไร้ค่า เสียงทุบกระดูกเมื่อครู่ทำให้ศัตรูเก่าทั้งสองหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอภัทรแก้ไขชะตา" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%