“ถ้าพวกท่านกล้าเอาเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีเกรดสามมาปนกับผลผลิตล็อตนี้อีกแม้แต่กระสอบเดียว สัญญาซื้อขายระหว่างสหกรณ์กับฟาร์มตระกูลหลี่เป็นอันยกเลิกทันทีนะครับ”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดังขึ้นท่ามกลางห้องโถงคลังสินค้าที่อวลไปด้วยกลิ่นฝุ่นแป้งและกลิ่นอายดินชื้น พรรณรายในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับ
ขึ้นถึงข้อศอกและกางเกงขายطกระชับสัดส่วน ยืนกอดอกมองผู้ใหญ่บ้านหลี่และบรรดาญาติผู้พี่ที่หน้าถอดสี พวกเขาพยายามเอาเปรียบเรื่องคุณภาพสินค้ามาหลายครั้ง แต่วันนี้ หญิงสาวผู้เคยผ่านมือมีดผ่าตัดช่วยชีวิตคนมานับไม่ถ้วน ไม่ยอมให้ความโลภของคนกลุ่มนี้มาทำลายมาตรฐานที่เธอกับสามีทุ่มเทสร้างขึ้นมาเด็ดขาด
“คุณพรรณราย... โปรดเมตตาพวกเราสักครั้งเถอะครับ ปีนี้ฝนแล้ง ผลผลิตมันก็น้อยนิด...” ผู้ใหญ่บ้านหลี่อึกอักละล่ำละลักแก้ตัว
“ความแห้งแล้งไม่ใช่ข้ออ้างของการไร้ความซื่อสัตย์ครับ” ร้อยเอกศิลาที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังก้าวออกมาร่างสูงใหญ่แผ่รังสนกดดันจนอีกฝ่ายถอยหลังไปสามก้าว ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองนิ่ง “ภรรยาผมให้เกียรติพวกท่านมามากพอแล้ว เชิญขนของพวกท่านกลับไปเสียเถอะ”
การเจรจาที่ตึงเครียดจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของฝ่ายที่คิดจะเอาเปรียบ เมื่อร่างของคนตระกูลหลี่เดินคอตกออกไปจากเขตฟาร์ม บรรยากาศรอบข้างก็กลับคืนสู่ความสงบ พรรณรายถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ก่อนจะรู้สึกถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่วางลงบนลาดไหล่
“เหนื่อยไหมครับคนดี” ศิลาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่มักจะใช้เวลามีกันสองคนเสมอ สายตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนจนน่าใจหาย
“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ... เอ๊ย ไม่เหนื่อยหรอกครับพี่ศิลา” พรรณรายหลุดยิ้มออกมาเมื่อเผลอใช้สรรพนามเดิม ศิลากระอมยิ้มเล็กน้อยอย่างเอ็นดู มือหนายื่นผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อที่ไรผมให้อย่างเบามือ “ชินปากแล้วก็ไม่เป็นไรหรอกน่า สำหรับผม... ไม่ว่าจะเรียกแบบไหน คุณก็คือเมียที่ผมรักที่สุดอยู่ดี”
คำหยอกเย้าเรียบง่ายแต่จริงใจทำให้พรรณรายใจเต้นแรง แม้จะผ่านเรื่องราวตึงเครียดมามาก แต่สามีสายซัพพอร์ตคนนี้ก็ไม่เคยทำให้เธอลดความรู้สึกอบอุ่นลงได้เลย ทว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาหวานซึ้ง เพราะเป้าหมายใหญ่รออยู่เบื้องหน้า นั่นคือการยกระดับผลผลิตในมิติลับและฟาร์มแห่งนี้ให้ก้าวสู่ระดับส่งออกตามแผนการที่วางไว้
ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปยังเรือนเพาะชำสมุนไพรและแปลงเกษตรอัจฉริยะที่ซ่อนอยู่หลังบ้าน ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ด้วยน้ำทิพย์จากมิติพิเศษและหยาดเหงื่อแรงกายของศิลา ทำให้พืชผลในฟาร์มเติบโตอย่างงดงามผิดธรรมชาติ โสมเกาหลีอายุสิบปีถูกย่อส่วนเวลาให้พร้อมเก็บเกี่ยวภายในไม่กี่เดือน ข้าวสาลีอินทรีย์เมล็ดอวบอิ่มสีทองอร่าม และสมุนไพรหายากที่ตลาดมืดในเมืองหลวงกำลังต้องการอย่างมาก
“พี่ศิลาครับ ผมคิดว่าเราต้องลงทุนสร้างห้องอบแห้งควบคุมอุณหภูมิและโรงงานบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กในพื้นที่ของเราเองแล้วล่ะครับ” พรรณรายกล่าวขณะหยิบสมุนไพรสีเขียวสดขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ “ถ้าเรายังส่งขายแบบวัตถุดิบดิบๆ ให้พวกพ่อค้าคนกลางกดราคา เราไม่มีวันขยายอาณาจักรฟาร์มไปสู่ตลาดต่างประเทศได้แน่”
ศิลานิ่งคิดครู่หนึ่ง ดวงตาคมกวาดมองไปทั่วอาณาจักรสีเขียวที่เขากับภรรยาช่วยกันสร้างขึ้นมาจากที่ดินรกร้าง “เรื่องเงินทุนไม่ใช่ปัญหา เงินเก็บจากการขายยาสมุนไพรและผลผลิตลอตก่อนบวกกับเงินเดือนทหารผ่านศึกของผมพอไหว แต่เรื่องแรงงานและเครื่องจักรกลเกษตรนำเข้าจากต่างจังหวัดนี่สิ... มันไม่ง่ายเลยที่จะหาคนไว้ใจได้ในยุคนี้”
“เรื่องคนผมไม่ห่วงหรอกครับ...” พรรณรายยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจแบบฉบับอดีตศัลยแพทย์ผู้กุมชะตาคนไข้ “คนที่อยากได้ผลประโยชน์เราไม่เอา แต่คนที่เคยถูกรังแกแล้วสู้ยิบตา... ผมมีรายชื่ออยู่ในใจแล้วครับ”
วันรุ่งขึ้น ข่าวลือเรื่องการขยายอาณาจักรฟาร์มครั้งใหญ่ของร้อยเอกศิลาและภรรยาแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน บรรดาญาติจอมสูบที่เคยมาขอส่วนแบ่งต่างพากันอิจฉาริษยาและรอคอยวันที่คนทั้งคู่จะล้มละลาย แต่ใครจะรู้เล่าว่า ในขณะที่คนอื่นกำลังมองหาความล้มเหลว พรรณรายกลับกำลังปรุงอาหารมื้อพิเศษเพื่อต้อนรับแขกคนสำคัญที่จะมาร่วมพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์การเกษตรในยุค 80 นี้
กลิ่นหอมกรุ่นของ “เนื้อตุ๋นสมุนไพรตุ๋นไฟอ่อน” ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณบ้าน กลิ่นเครื่องเทศจีนผสมผสานกับความหวานฉ่ำของเนื้อวัวชั้นดีและรากโสมป่าในมิติลับ ส่งกลิ่นเย้ายวนจนเพื่อนบ้านที่เดินผ่านไปมาต้องกลืนน้ำลายด้วยความหิวโหย พรรณรายกำลังบรรจงเคี่ยวซุปในหม้อดินเผาอย่างใจจดใจจ่อ ขณะที่ศิลากำลังจัดโต๊ะอาหารรอต้อนรับอดีตสหายร่วมรบฝีมือดีที่ผันตัวมาเป็นช่างกลโรงงาน ซึ่งตอบรับคำชวนมาร่วมลงทุนในโปรเจกต์ใหญ่
เสียงเคาะประตูรั้วดังขึ้นสามครั้งตามนัดหมาย ศิลารีบก้าวออกไปต้อนรับ ทว่า เมื่อประตูไม้เปิดออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่สหายร่วมรบคนสนิทอย่างที่คาดคิด ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มสไตล์เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงจากเมืองหลวง ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ในมือของเขามีเอกสารคำสั่งทางราชการที่ประทับตราแดงฉานยื่นมาตรงหน้าศิลา
“ขอโทษด้วยนะร้อยเอกศิลา... ที่ดินฟาร์มแห่งนี้ รวมถึงสิทธิ์การครอบครองผลผลิตทั้งหมด ถูกทางการประกาศเวนคืนเพื่อสร้างเป็นนิคมอุตสาหกรรมหลวงตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วครับ”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอภัทรแก้ไขชะตา" เสมอมานะครับ
คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80•ตอนที่ 17
ขยายอาณาจักรฟาร์ม
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!