เสียงฟืนเป๊าะแป๊ะในเตาไฟขนาดเล็กกลางห้องโถงบ้านไม้ชั้นเดียว ขับไล่ความหนะหนาเหน็บของค่ำคืนเดือนหงายในยุคแปดสิบให้เจือจางลง กลิ่นหอมฉุนของขิงแก่ทุบและพริกไทยดำที่ลอยอวลอยู่เหนือหม้อดินเผา ช่วยเรียกน้ำย่อยและสร้างความรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในอกได้อย่างประหลาด
พรรณรายใช้ทัพพีไม้คนซุปเนื้อตุ๋นยาจีนในหม้ออย่างเบามือ ไอความร้อนสีขาวขุ่นลอยกรุ่นขึ้นปะทะกับใบหน้าเนียนใสที่สะท้อนแสงไฟสีส้ม เธอหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อหวนนึกถึงเหตุการณ์เผชิญหน้ากับพวกญาติฝ่ายสามีที่ตลาดมืดเมื่อช่วงบ่าย สายตาที่เต็มไปด้วยความโลภและความอิจฉาริษยาของป้าสะใภ้ยังคงติดตา แต่เธอก็เลือกที่จะสะบัดมันทิ้งไปอย่างไร้ค่า เพราะในเวลานี้ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่คนพวกนั้น หากแต่เป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่นั่งเงียบๆ อยู่ตรงมุมห้อง
ร้อยเอกศิลาถอดเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวสีเขียวเข้มพับวางไว้บนเก้าอี้ไม้ เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อยืดสีทึบ ร่องรอยบาดแผลเป็นทางยาวจากสนามรบที่พาดผ่านหัวไหล่ซ้ายของเขา แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าใด แต่มันก็ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจถึงอดีตอันโชกโชนที่เขาไม่เคยเอ่ยปากเล่าให้ใครฟัง—ยกเว้นแต่ในคืนนี้ คืนที่บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น
"เนื้อตุ๋นหม้อนี้ ผมเคี่ยวมาเกือบสองชั่วโมงแล้วนะ3ครับ คุณน่าจะลองชิมดูหน่อยว่ารสชาติพอใช้ได้หรือยัง" พรรณรายเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงนุ่มนวลเจือรอยยิ้มบางๆ เธอยกชามกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามที่ตักซุปเนื้อร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลายมาวางลงตรงหน้าชายหนุ่ม
ศิลาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบที่มักจะมองตรงไปข้างหน้าอย่างเด็ดเดี่ยวและระแวดระวังเสมอในยามเผชิญหน้ากับคนนอก บัดนี้กลับทอประกายอ่อนโยนยามที่มองสบตาภรรยา เขาขยับตัวเล็กน้อย กลิ่นอายความเป็นชายชาตรีผสมกับกลิ่นอายดินฟ้าอากาศยามค่ำคืนแผ่ซ่านออกมาจางๆ
"ฝีมือคุณ... ไม่มีคำว่าพอใช้หรอกครับ มีแต่อร่อยจนเกินคำบรรยาย" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุบต่ำแต่มั่นคง มือหนาเอื้อมไปรับชามกระเบื้องมาถือไว้ ไออุ่นจากชามซุปแผ่ซ่านเข้าสู่ฝ่ามือที่หยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียมมาทั้งวัน
พรรณรายทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เธอใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง มองดูสามีตักซุปเนื้อเปื่อยนุ่มเข้าปากอย่างพึงพอใจ แววตาของเธอฉายประกายความเห็นอกเห็นใจลึกซึ้ง ในฐานะอดีตหมอศัลยกรรมที่ต้องเยียวยาผู้ป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ เธออ่านความรู้สึกนึกคิดของคนเก่งเป็นทุนเดิม และเธอก็รู้ดีว่าภายใต้ใบหน้าที่นิ่งขรึมและท่าทีปกป้องเธออย่างสุดชีวิตของศิลานั้น มีบาดแผลทางใจที่ยังไม่เคยได้รับการเยียวยาอย่างแท้จริง
"คุณศิลา..." พรรณรายเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าปกติ
ศิลากลืนน้ำซุปลงคอ วางชามลงบนโต๊ะไม้ช้าๆ เขาสบตาภรรยา นิ่งงันไปครู่หนึ่งราวกับกำลังชั่งใจว่าควรจะเปิดประตูห้องหัวใจที่ปิดตายมานานให้เธอก้าวเข้ามาดีหรือไม่
"มีอะไรหรือครับ? หรือว่า... ผมทำอะไรให้คุณไม่สบายใจอีก" เขาถามเสียงแผ่ว ความกังวลฉายชัดขึ้นในดวงคู่นั้น แม้ว่าเขาจะเป็นถึงอดีตนายทหารผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด แต่กับผู้หญิงตรงหน้านี้ เขากลับรู้สึกราวกับว่าเธอกุมกุญแจดอกสำคัญที่จะไขความอ่อนแอทั้งหมดในตัวเขาออกมาได้เพียงแค่ปลายนิ้ว
"เปล่าเลยครับ..." พรรณรายส่ายหน้าช้าๆ รอยยิ้มจางๆ บนริมฝีปากของเธอบ่งบอกถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง "ผมแค่วันนี้... ตอนที่เราอยู่ที่ตลาด แล้วพวกเขากล่าวหาคุณเรื่องที่ออกจากราชการทหารมาทำไร่ ผมเห็นสายตาของคุณ... มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความเจ็บปวด"
คำพูดนั้นราวกับลูกศรที่พุ่งตรงเข้ากลางเป้าหมาย ศิลานิ่งเงียบไปทันที กล้ามเนื้อบริเวณกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงไปอีกหลายองศา แม้จะมีไออุ่นจากเตาไฟช่วยประคับประคอง แต่ความหนาวเหน็บจากอดีตก็ยังคงกัดกินความรู้สึก
"คุณ... อยากฟังไหมครับ เรื่องราววันที่ผมตัดสินใจถอดชุดเครื่องแบบนั้น" ศิลาเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรณรายไม่เคยได้ยินมาก่อนตลอดเวลาที่แต่งงานกันมา
"ถ้ามันทำให้คุณเจ็บปวดที่จะพูด... คุณไม่ต้องเล่าก็ได้ครับ ผมแค่อยากให้รู้ว่า ไม่ว่าอดีตของคุณจะเป็นอย่างไร หรือคุณจะเคยสูญเสียอะไรมา ผมก็ยังคงยืนอยู่ตรงนี้... ข้างๆ คุณเสมอ" พรรณรายเอื้อมมือเรียวบางของเธอไปวางทาบลงบนหลังมือที่หยาบกร้านของเขา สัมผัสอุ่นๆ จากเธอดึงสติของชายหนุ่มให้หลุดพ้นจากหลุมพรางแห่งความทรงจำอันมืดมน
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าที่จะเปิดเผยแผลเป็นในใจให้หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจฟังเป็นครั้งแรก "วันนั้น... ที่แนวหน้า หน่วยของผมถูกซุ่มโจมตี เราเสียลูกน้องไปสีนาย คนที่ผมรักเหมือนน้องแท้ๆ... ผมสั่งการผิดพลาดไปเพียงนิดเดียวเพราะความมั่นใจในพิกัดที่ได้รับมาผิดๆ แม้ว่ากองทัพจะมองว่าผมทำหน้าที่ได้ดีและให้เหรียญกล้าหาญมา แต่ในใจของผม... ผมยกโทษให้ตัวเองไม่ได้"
ดวงตาคมเข้มของอดีตนายทหารมีหยาดน้ำใสคลอหน่วยเล็กน้อย มันคือความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินวิญญาณเขามานานนับปี การที่เขาเลือกมาใช้ชีวิตเงียบๆ ทำไร่ไถนาในชนบทห่างไกลเช่นนี้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นการลงโทษตัวเองให้อยู่กับความลำบากและความเงียบงัน
พรรณรายบีบมือเขาแน่นขึ้น สายตาที่เธอมองเขามีแต่ความเข้าใจและความรักที่เอ่อล้น "คุณศิลาครับ ความผิดพลาดในสงคราม ไม่ได้แปลว่าคุณคือฆาตกร คุณทำดีที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้แล้ว การที่คุณแบกรับความรู้สึกนั้นไว้คนเดียว มันไม่ยุติธรรมกับตัวคุณเลย... ตั้งแต่วันนี้ ให้ผมได้ช่วยแบกมันครึ่งหนึ่งนะครับ"
คำพูดที่เปรียบเสมือนยาอันทรงพลังถูกถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงที่อ่อนโยนและจริงใจ ศิลาจ้องมองใบหน้าของภรรยา ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บกดมานานนับปีพังทลายลงในพริบตา เขาดึงมือกลับไปโอบกอดร่างบางของพรรณรายเข้าสู่อ้อมอกกว้างอย่างแนบแน่น ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่ของเธอ ปล่อยให้ความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้ชำระล้างความหนาวเหน็บในใจที่กัดกินเขามาเนิ่นนาน
ห้องโถงเล็กๆ กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดผ่านกิ่งไม้ด้านนอก กับเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นสอดประสานกันเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังผ่อนคลายและลึกซึ้งถึงขีดสุดนั้นเอง...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูกะทันหันอย่างรุนแรงและเร่งรีบดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ท่ามกลางความมืดมิดยามดึกสงัด ทำลายบรรยากาศอันอบอุ่นลงในทันที ศิลาผละออกจากอ้อมกอดอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณความเป็นทหารตื่นตัวขึ้นในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นแววตาดุดันเฉียบคมทันที
พรรณรายขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ใครกันที่จะมาเคาะประตูบ้านกลางป่ากลางเขาในยามวิกาลเช่นนี้?
ศิลาส่งสัญญาณให้เธอยืนรออยู่ด้านหลัง ก่อนจะก้าวเข้าไปปลดกลอนประตูไม้ช้าๆ แล้วกระชากเปิดออกกว้าง เพื่อเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ
แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันสาดส่องกระทบเข้ากับใบหน้าซีดเผือดและเนื้อตัวที่เปียกปอนโชกไปด้วยหยาดเหงื่อและโคลนตมของคนที่ยืนหอบหายใจรดต้นอยู่นอกธรณีประตู ชายคนนั้นคือผู้ใหญ่บ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นมาพร้อมกับข่าวร้ายที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบลงทันที
"คุณศิลา! คุณพรรณราย!แย่แล้วครับ... ที่แปลงนาสมุนไพรท้ายหมู่บ้าน... มีคนจงใจวางเพลิงเผาวอดวายจนหมดเกลี้ยงแล้ว!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอภัทรแก้ไขชะตา" เสมอมานะครับ
คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80•ตอนที่ 16
ลมหนาวและไออุ่นจากซุปเนื้อ
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!