คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80•ตอนที่ 7

ญาติฝ่ายแม่ที่บุกมาเยือน

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกเสียงดังลั่นจนถ้วยชาเซรามิกสั่นสะเทือน น้ำชาสีอำพันกระฉอกเปรอะเปื้อนผ้าปูโต๊ะลายดอกไม้ที่พรรณรายเพิ่งซักรีดมาอย่างประณีต "พรรณราย! แกนี่มันอกตัญญูจริงๆ ถึงขนาดกล้าไล่ญาติผู้ใหญ่ที่อุ้มชูมาตั้งแต่เด็กออกจากบ้านเลยอย่างนั้นหรือ!" เสียงแหลมสูงของป้าสำเนียง แผดก้องจนสุนัขพันธุ์ทางหน้าบ้านเหủaรับด้วยความตกใจ หญิงวัยกลางคนในชุดเสื้อผ้าไหมสังเคราะห์สีฉูดฉาด ยืนเท้าสะเอวหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาตี่รีดมองกวาดไปทั่วห้องรับแขกคับแคบราวกับกำลังประเมินราคาทรัพย์สินทุกชิ้นในบ้านหลังนี้ ด้านข้างของนางมีลุงประเสริฐ สามีผู้มีพุงพลุ้ย นั่งไขว่ห้างทำหน้าถมึงทึง ปากคาบมวนบุหรี่กลิ่นฉุนที่แม้แต่เจ้าของบ้านยังไม่เคยอนุญาตให้สูบในที่ร่ม พรรณรายไม่ได้ขยับเขยื้อน เธอยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่สาน ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่ส่งไปถึงดวงตา เรียวหนาของเธอยกจิบชาอุ่นๆ ช้าๆ อย่างผู้มีชัยเหนือกว่า ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กดดันผู้มาเยือนทั้งสอง ในโลกยุคปี 1980 ที่กฎหมายทรัพย์สินและสิทธิสตรีเพิ่งเริ่มเข้ามามีบทบาทในสังคมชนบท ความโลภของญาติสนิทมักเป็นอาวุธชั้นดีในการเอาเปรียบผู้หญิงที่ไร้ทางสู้ แต่พรรณรายในร่างนี้ไม่ใช่บัณฑิตสาวซื่อบื้อผู้ยอมก้มหัวให้ใครอีกต่อไปแล้ว เธอคืออดีตศัลยแพทย์ผู้เคยผ่านคดีฟ้องร้องระดับร้อยล้าน การต้อนรับ "ญาติผู้หวังดี" เหล่านี้ จึงต้องใช้ทั้ง "จิตวิทยา" และ "มาตรากฎหมาย" ควบคู่กันไป "อุ้มชูหรือครับ... หรือว่าสูบเลือดสูบเนื้อจนผมกับสามีแทบไม่เหลืออะไรกินกันแน่ครับ คุณป้าสำเนียง" เสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังดังขึ้นจากหน้าประตู ร้อยเอกศิลาก้าวเข้ามาในบ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นจากการทำงานหนักในไร่ ใบหน้าคมคายเรียบเฉยแต่แววตาดุดันราวกับเสือดาวที่พร้อมขย้ำเหยื่อ มือใหญ่ถือจอบด้ามเหล็กพิงไว้กับผนังเสียงดัง *ตึง* สร้างความสะพรึงกลัวให้ลุงประเสริฐจนต้องรีบหดขาหนี พรรณรายปรายตามองสามีเล็กน้อย ส่งสายตาปรามเชิงอ่อนโยนให้เขายั้งมือไว้ก่อน เรื่องบู๊ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทหารผ่านศึก แต่เรื่องกฎหมายและการใช้สมอง เธอนี่แหละจะเป็นคนจัดการเอง "ศิลา! แกมันก็แค่ไอ้ทหารพิการปลดประจำการ อย่ามาทำกร่างนะเว้ย!" ลุงประเสริฐส่งเสียงขู่ฟ่อเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว "พวกฉันเป็นลุงกับป้า เป็นผู้มีพระคุณนะโว้ย! ที่ดินแปลงนี้กับบ้านหลังนี้ ตามกฎหมายครอบครัวเดิม พ่อแม่แกยกให้ฉันดูแลจัดการตั้งแต่พวกท่านเสียชีวิตแล้ว แกไม่มีสิทธิ์มาไล่พวกฉัน!" พรรณรายหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันจนป้าสำเนียงรู้สึกหนสันหลังวาบ "กฎหมายครอบครัวฉบับไหนหรือครับ ลุงประเสริฐ?" พรรณรายวางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กสีน้ำตาลขึ้นมาพลิกเปิดหน้ากระดาษอย่างคล่องแคล่ว "ถ้าท่านพูดถึงกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตราที่ว่าด้วยมรดกและการครอบครองปรปักษ์ ฉันเกรงว่าท่านคงไม่ได้อ่านประกาศฉบับล่าสุดจากส่วนกลางเมื่อเดือนก่อนสินะครับ" ป้าสำเนียงชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเลิกลัฏ "มะ... หมายความว่ายังไง แกเอาอะไรมาพูด เด็กกะפโปกลวงๆ อย่างแกจะมารู้อะไรเรื่องกฎหมาย!" "เด็กกะפโปคนนี้ จบการศึกษาจากวิทยาลัยการแพทย์และผ่านการอบรมกฎหมายพื้นฐานมาแล้วครับ" พรรณรายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างเพรียวบางแต่แผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างประหลาด เธอย่างสามขุมเข้าไปใกล้ผู้เป็นป้าและลุงทีละก้าว "เอกสารการจำนองที่พวกท่านอ้างว่าพ่อแม่ฉันเซ็นยกให้เมื่อสตรีเหล็กปี 1978 เป็นโมฆะทันที เนื่องจากลายมือชื่อนั้นถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นการปลอมแปลง และมีพยานบุคคลยืนยันว่ากระทำภายใต้การข่มขู่" ดวงตาของลุงประเสริฐเบิกกว้าง เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก "แก... แกพูดบ้าอะไร ใครปลอมแปลง หลักฐานอยู่ที่ไหน!" "หลักฐานอยู่ที่นี่ครับ" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นจากด้านหลังศิลา ร่างของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอ พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านและตำรวจประจำตำบลอีกสองนาย ก้าวเท้าเข้ามาในห้องรับแขกอย่างพร้อมเพรียง เอกสารตราครุฑสีแดงฉานถูกชูขึ้นต่อหน้าต่อตาญาติจอมสูบทั้งสอง ป้าสำเนียงหน้าซีดเผือกจนแทบไร้สีเลือด เข่าอ่อนยวบจนต้องคว้าแขนสามีไว้เป็นที่พึ่ง ภาพลักษณ์ของญาติผู้ใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลในตระกูลมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงคนโลภที่กำลังจนมุมต่อหน้ากฎหมาย "คุณประเสริฐ คุณสำเนียง ทางเราได้รับเรื่องร้องเรียนเรื่องการบุกรุกและข่มขู่เพื่อฮุบที่ดินทำกินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เชิญไปสถานีตำรวจกับพวกเราเพื่อ1สอบปากคำด้วยครับ" เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกล่าวเสียงเรียบ แต่เด็ดขาด พรรณรายมองภาพนั้นด้วยแววตานิ่งสงบ เธอยืนเคียงข้างศิลา มือเรียวประสานกันไว้ที่หน้าท้อง ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่เอื้อมมาโอบไหล่เธอไว้เบาๆ เป็นเครื่องยืนยันว่า สงครามประสานงครั้งนี้ เธอไม่ได้ต่อสู้อยู่เพียงลำพัง เมื่อร่างของลุงประเสริฐและป้าสำเนียงถูกควบคุมตัวออกไปจากบ้าน ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบและกลิ่นอายความโลภที่จางหายไปตามสายลม ศิลาจึงถอนหายใจยาว พลางก้มลงมองภรรยาด้วยแววตารักใคร่ระคนทึ่ง "คุณนี่... เก่งจริงๆ เกินคาดเสมอเลยนะราย" ศิลาเอ่ยเสียงนุ่ม มือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่ระแก้มให้อย่างทะนุถนอม "ถ้าไม่แข็งแกร่งและรู้ทันคน พวกเราคงโดนพวกเขาสูบเลือดจนหมดตัวไปนานแล้วล่ะค่ะ... เอ๊ย... ครับ" พรรณรายเกือบหลุดคำพูดคุ้นชิน รีบแก้คำลงท้ายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้สามีจนดวงตาโค้งเป็นรูปเสี้ยวพระจันทร์ บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่พลันมลายหายไป แทนที่ด้วยความอบอุ่นละมุนละไมในยามบ่าย ศิลาถือโอกาสนี้โอบเอวบางเข้าหาตัวแน่นขึ้น กลิ่นกายสะอาดผสมกลิ่นดินกลิ่นหญ้าจางๆ จากตัวสามีทำให้พรรณรายรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก "ไหนๆ เรื่องวุ่นวายก็จบลงแล้ว วันนี้ผมตั้งใจจะทำเมนูพิเศษให้คุณชิม" ศิลาโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ามัวชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ "เป็น 'ไก่ผัดขิงสมุนไพรป่า' ที่เพิ่งขุดมาจากแปลงหลังบ้าน รสชาติเผ็ดร้อนกลมกล่อม รับรองว่ากินกับข้าวสวยร้อนๆ แล้วจะช่วยขับลมบำรุงกำลังได้ดีเยี่ยม" พรรณรายยิ้มรับ ดวงตาสุกใสเป็นประกาย เธอกำลังจะหันหลังเดินตามสามีเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมมื้อเย็น แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน เป็นจังหวะที่แปลกประหลาดและไม่คุ้นเคย *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ศิลาชะงักฝีเท้า ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองหน้าบ้านทันที รังสีระแวดระวังแบบทหารผ่านศึกพุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง พรรณรายขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ยามเย็นเช่นนี้ ใครกันที่จะมาเยือนบ้านท้ายไร่แห่งนี้อีก? เมื่อศิลาเดินไปเปิดประตูรั้วไม้ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก ร่างของชายชราในชุดเสื้อผ้าหรูหราผิดระเบียบยุค 80 ยืนหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ใบหน้าซีดเซียวมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางตา แต่สิ่งที่ทำให้พรรณรายถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คือป้ายหยกประจำตระกูลที่ห้อยอยู่ตรงคอเสื้อของชายชราผู้นั้น—มันคือสัญลักษณ์เดียวกับมารดาผู้ล่วงลับของเธอที่เก็บไว้ในกล่องความลับ! "พ่อ..." พรรณรายอุทานออกมาเบาๆ อย่างไม่เชื่อสายตา เมื่อชายชราล้มฟุบหมดสติลงตรงหน้าประตูบ้าน พร้อมกับความลับดำมืดที่กำลังจะถูกเปิดเผยในพริบตา... --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมาครับ / หมอภัทรแก้ไขชะตา
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%