ควันสีขาวนวลที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากหม้อดินเผาใบเก่า ไม่ได้เพียงแต่พัดพาเอาความหอมหววนของสมุนไพรป่าและเนื้อปลาสดๆ ออกมาเท่านั้น แต่มันยังช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บและความตึงเครียดที่เกาะกุมบรรยากาศภายในห้องครัวเล็กๆ แห่งนี้ให้จางหายไปทีละน้อย
"ระวังร้อนครับ... ถ้วยนี้ผมตักส่วนเนื้อปลาติดมันที่คัดมาอย่างดีให้คุณแล้ว"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของร้อยเอกศิลาดังขึ้น พร้อมกับมือหนาหยาบกร้านจากการจับจอบจับปืนในอดีต ที่ตอนนี้กำลังประคองชามกระเบื้องเคลือบสีหม่นส่งให้พรรณรายด้วยความระมัดระวังราวกับมันคือวัตถุล้ำค่า
พรรณรายเงยหน้าขึ้นจากกองฟืนที่เธอกำลังเขี่ยให้เข้าที่ ดวงตากลมโตคู่สวยไหววับวูบหนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมเข้มที่ฉายแววห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง ภายใต้ใบหน้าคมคายที่มักจะนิ่งขรึมจนคนในหมู่บ้านเกรงกลัว บัดนี้กลับมีรอยยอ่อนโยนระบายอยู่มุมปาก
นี่คือมื้ออาหารแรก... หลังจากที่เธอได้ประกาศกร้าวตบหน้าเหล่าญาติจอมสูบโลภมากของตระกูลสามี และพาตัวเองกับศิลาแยกตัวออกมาตั้งรกรากใหม่ด้วยลำแข้งของตนเอง
"ขอบคุณค่ะ... อ้ะ ขอบคุณนะครับคุณศิลา" พรรณรายเกือบหลุดความคุ้นชินเก่าๆ ออกมาเสียแล้ว เธอรีบเปลี่ยนสรรพนามและสำเนียงในลำคอเบาๆ พลางรับชามน้ำแกงมาถือไว้
ปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนความอุ่นจากชามกระเบื้อง ความอบอุ่นนั้นแผ่ซ่านลามเลียไปถึงหัวใจดวงที่เคยด้านชาจากการถูกหักหลังและทรยศในชาติภพก่อน ในฐานะอดีตแพทย์ศัลยกรรมมือหนึ่ง เธอเคยชินกับการรักษาชีวิตผู้อื่นด้วยความเด็ดเดี่ยว แต่ไม่เคยมีใคร... ยืนหยัดเคียงข้างและดูแลเอาใจใส่เธอในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้มาก่อนเลย
เธอตักน้ำแกงสีขุ่นนวลขึ้นมาเป่าเบาๆ ก่อนจะซดเข้าไปอึกหนึ่ง
รสชาติแรกที่สัมผัสคือความหวานธรรมชาติจากเนื้อปลาแม่น้ำป่าสดๆ ผสมผสานกลิ่นหอมเผ็ดร้อนเล็กน้อยจากขิงแก่และรากผักชีป่าที่เธอเป็นคนเลือกเก็บจากมิติพิเศษมาใส่ลงไป ความอุ่นซ่านวิ่งผ่านหลอดอาหารลงไปปลอบประโลมกระเพาะที่ว่างเปล่าและจิตใจที่เหนื่อยล้ามาตลอดทั้งวันได้อย่างชะงัดนัก
"อร่อยไหมครับ?" ศิลานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเตี้ยฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมกริบมองสำรวจทุก5อาการของภรรยาอย่างใจจดใจจ่อ ราวกับเด็กหนุ่มที่กำลังรอฟังผลสอบ "ผม... ผมไม่ค่อยถนัดเรื่องทำอาหารเท่าไหร่ กลัวว่ารสชาติมันจะจัดเกินไปสำหรับคุณ"
"อร่อยค่ะ... เอ๊ย อร่อยมากครับ" พรรณรายเผลอยิ้มออกมาจนดวงตาโค้งเป็นรูปเสี้ยวพระจันทร์ รอยยิ้มนี้จริงใจและสดใสเสียจนศิลาถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง "คุณนี่ถ่อมตัวเกินไปแล้ว ฝีมือเคี่ยวซุปของคุณไม่แพ้เชฟร้านอาหารใหญ่ๆ ในเมืองหลวงเลยนะคะ... เอ่อ ในเมืองเลยนะครับ"
เธอยังคงเผลอหลุดสรรพนามเดิมอยู่บ้าง แต่ศิลากลับไม่ได้ถือสา ตรงกันข้าม แววตาของเขาฉายประกายความระMุงระมิบขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มตักน้ำแกงใส่ชามของตัวเองบ้าง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
"ถ้าคุณชอบ... ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หน้าที่เข้าครัวต้มน้ำแกงบำรุงร่างกายให้คุณ เป็นของผมเองครับ"
คำพูดเรียบง่ายแต่หนักแน่นราวกับคำปฏิญาณตนนั้น ทำให้พรรณรายรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ หญิงสาวก้มหน้าลงซ่อนรอยAยิ้มเขินอายโดยการตักเนื้อปลาเข้าปากเคี้ยวช้าๆ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกโอบล้อมด้วยไออุ่นจากเตาไฟและกลิ่นอายความสุขที่หาไม่ได้จากที่ไหน
ทว่า... ความสงบสุขมักเป็นสิ่งหายากในยุคสมัยที่ผู้คนยังถูกครอบงำด้วยความโลภและความอิจฉาริษยา
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นอย่างไร้มารยาท ตามมาด้วยเสียงโวยวายโฮกฮากที่ทำลายบรรยากาศอันแสนหวานในห้องครัวลงอย่างสิ้นเชิง
"ไอ้ศิลา! นังตัวดีพรรณราย! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! พวกแกคิดว่าจะหนีพ้นความรับผิดชอบรึไง!"
เสียงแหลมปรี๊ดของ "ป้าสะใภ้ใหญ่" หญิงแก่เจ้าเล่ห์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการรีดไถและสูบเลือดสูบเนื้อคนในตระกูลดังทะลุเข้ามาถึงข้างใน ตามมาด้วยเสียงทุบประตูโครมครามราวกับจะพังมันเข้ามาให้ได้
ศิลาขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาของอดีตนายทหารอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มวางชามในมือลงเสียงดังกระทบโต๊ะเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
"นั่งทานต่อให้เสร็จเถอะครับ..." ศิลาหันมาเอ่ยกับพรรณรายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แตกต่างจากสายตาที่ตวัดมองประตูหน้าบ้านอย่างสิ้นเชิง "เดี๋ยวผมออกไปจัดการเอง หมาเห่าใบตองแห้งพวกนี้... อยู่ให้ห่างจากพวกมันดีที่สุดครับ"
แต่พรรณรายกลับส่ายหน้าช้าๆ เธอยกกระดาษทิชชูขึ้นเช็ดริมฝีปากอย่างใจเย็น ดวงตาคู่สวยที่เมื่อครู่ยังมีความอ่อนหวานฉาบอยู่ บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคม เย็นเยือก และเต็มไปด้วยประกายแห่งการเอาคืน
"ไม่ต้องหค่ะ... ไม่ต้องหรอกครับคุณศิลา" พรรณรายลุกขึ้นยืนเคียงข้างสามี ความสูงของเธอแม้จะเทียบเขาไม่ได้ แต่รัศมีน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับไม่แพ้กันเลยแม้แต่น้อย "ในเมื่อพวกเขาลำบากเดินทางมาถึงหน้าบ้านเพื่อ 'ทวงบุญคุณ' ที่เราไม่ได้ก่อ... ในฐานะลูกหลานกตัญญู เราจะเสียมารยาทไม่ต้อนรับขับสู้แขกผู้ (ไม่ได้รับเชิญ) เหล่านี้ได้อย่างไรกันคะ?"
เธอเหยียดยิ้มเย็นที่มุมปาก พลางเอื้อมมือไปหยิบกระบวยตักน้ำแกงร้อนๆ ที่ยังคงส่งควันกรุ่นติดมือมาด้วย
"ไปเถอะค่ะ... เราออกไปดูกันดีกว่า ว่าวันนี้ป้าสะใภ้ผู้ประเสริฐ จะเอาหน้าหนาๆ แบบไหนมาให้เรา 'ตบ' เล่นอีก"
ศิลามองภรรยาด้วยความรู้สึกทึ่งแก Pอมขบขันระคนภูมิใจ ในดวงตาคมของภรรยาตัวน้อยไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความมั่นใจและสติปัญญาที่พร้อมจะขยศศัตรูให้จมดิน
ชายหนุ่มพยักหน้ารับเบาๆ พลางก้าวเดินเคียงข้างเธอไปที่ประตูด้านหน้า โดยไม่รู้เลยว่า... การมาเยือนยามวิกาลของญาติจอมสูบในครั้งนี้ จะนำพาความลับช็อกโลกที่สามารถสั่นคลอนตระกูลใหญ่ทั้งตระกูลให้พังพินาศในข้ามคืน มาเปิดเผย ณ เบื้องหน้าพวกเขา!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมาครับ / หมอภัทรแก้ไขชะตา
คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80•ตอนที่ 6
น้ำแกงปลอบขวัญ
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!