"ถ้าเจ้าจะพังประตูหอสมุดหลวงด้วยวิธีการขัดถูแบบนั้น ข้าเกรงว่าพรมเปอร์เซียผืนนี้คงได้กลายเป็นเศษผ้าก่อนที่เจ้าจะพบสิ่งที่มองหาเสียอีกนะ เอลีน่า"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเงามืดหลังชั้นหนังสือไม้โอ๊กโบราณ ทำเอาเอลีน่าสะดุ้งสุดตัวจนเผลอทำคัมภีร์หนังเก่ากึกในมือร่วงลงกับพื้น ดัง *ตุบ* สนั่นหอสมุดในยามวิกาล
หญิงสาวรีบหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียง แสงเทียนสลัวในมือสั่นระริก เผยให้เห็นใบหน้าคมสันของดยุคคาสเซียนที่ยืนกอดอกพิงชั้นหนังสืออยู่ เขาดูสง่างามแม้ในชุดลำลองสีเข้ม และดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นกำลังหรี่มองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก... มันเป็นแววตาของนักล่าที่พบเหยื่อกำลังแอบทำเรื่องสนุกๆ
"ดะ...ดยุค!" เอลีน่าพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา เธอสูดหายใจเข้าลึก พยายามปรับสีหน้าให้ดูหยิ่งผยองเข้าไว้ตามฉบับนางร้ายที่เธอฝึกซ้อมหน้ากระจกทุกเช้า "นี่มันเป็นเวลาที่ท่านควรจะนอนหลับพักผ่อน เพื่อเตรียมตัวไปรับใช้ฝ่าบาทในวันพรุ่งนี้ไม่ใช่หรือคะ? การมาแอบดูคนอื่นในห้องสมุดตอนเที่ยงคืนแบบนี้... มันเสียมารยาทมากเลยนะคะ!"
คาสเซียนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหนากระตุกยิ้มที่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่ยิ้มที่แสดงความโกรธ แต่มันคือยิ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูแบบที่เอลีน่าเกลียดนักหนา เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า แต่ทว่าทรงพลัง จนเธอต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชิดกับชั้นหนังสือ
"เสียมารยาทหรือ?" เขาทวนคำพลางก้าวเข้ามาจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น "แล้วการที่ว่าที่คู่หมั้นของข้า แอบย่องเข้ามาในเขตหวงห้ามเพื่อตามหา... อะไรนะ? บันทึกเรื่องต่างโลกงั้นหรือ?"
หัวใจของเอลีน่าเต้นรัวเหมือนกลองชุด เธอพยายามจะเบี่ยงตัวหนี แต่แขนแกร่งข้างหนึ่งของเขากลับกั้นทางไว้ได้อย่างพอดิบพอดี กลิ่นหอมจางๆ ของไม้สนและเครื่องเทศจากตัวเขาทำให้เธอเสียสมาธิไปชั่วขณะ
"ท่านรู้..." เธอพึมพำ
"ข้าไม่เพียงแต่รู้ แต่ข้าเฝ้าดูเจ้ามาตลอด เอลีน่า" คาสเซียนก้มหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน "เจ้าพยายามจะร้าย แต่เจ้ากลับช่วยลูกสุนัขตกน้ำ เจ้าพยายามจะขัดขวางงานเลี้ยง แต่เจ้ากลับจัดหาของขวัญให้เจ้าหญิงโซเฟียจนนางประทับใจ และตอนนี้... เจ้าพยายามจะหาทางกลับบ้าน ทั้งที่เจ้าก็รู้ดีว่าที่นี่มีบางอย่างที่ทำให้เจ้าไม่อยากจากไป"
เอลีน่าเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอัดอั้นพุ่งขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว ใช่... เธอคือลินิน สาวออฟฟิศที่แค่อยากกลับไปนอนดูซีรีส์ในห้องพักแคบๆ แต่โลกนี้กลับดึงดูดเธอด้วยความอบอุ่นที่เธอไม่เคยได้รับ ดึงดูดด้วยมิตรภาพของโซเฟีย และดึงดูดด้วย... ชายปากร้ายคนนี้
"ฉันไม่ได้อยากอยู่ที่นี่" เธอสวนกลับ เสียงเริ่มสั่น "ที่นี่ไม่ใช่บ้านของฉัน ท่านไม่เข้าใจหรอก ดยุค... ท่านไม่เข้าใจว่าการสูญเสียตัวตนไปมันทรมานแค่ไหน"
คาสเซียนนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาของเขาอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด มือหนาเอื้อมมาปัดปอยผมที่ปรกหน้าเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
"ข้าเข้าใจ" เขาตอบเสียงต่ำ "เพราะข้าเองก็สูญเสียตัวตนไปตั้งแต่วันที่เจ้าก้าวเข้ามาในชีวิตข้าเหมือนกัน เอลีน่า"
บรรยากาศในหอสมุดดูเหมือนจะหยุดนิ่ง เสียงเข็มนาฬิกาโบราณดังก้องสะท้อนไปมาราวกับจะตอกย้ำห้วงอารมณ์ที่กำลังพุ่งสูงขึ้น เอลีน่าเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า แววตาของเขาไม่มีความเย่อหยิ่งเหลืออยู่ มีเพียงความเว้าวอนที่หาได้ยากจากบุรุษผู้เย็นชาผู้นี้
"ถ้าเจ้าอยากกลับนัก..." คาสเซียนถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบจี้ห้อยคอสีเงินที่ซ่อนอยู่ในสาบเสื้อออกมา "บันทึกเล่มนั้นเจ้าไม่มีทางพบมันหรอก เพราะมันไม่ได้อยู่ในชั้นหนังสือ แต่มันอยู่ในนี้"
เอลีน่าเบิกตากว้าง จี้สีเงินนั้นมีสัญลักษณ์ที่เธอคุ้นตา... มันเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่เธอเห็นในฝันก่อนที่เธอจะทะลุมิติมายังโลกใบนี้!
"ท่านได้มันมาจากไหน?" เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
คาสเซียนไม่ได้ตอบทันที เขาจ้องลึกเข้าไปในตาของเธอ ก่อนจะขยับเข้าไปกระซิบที่ข้างหูจนขนลุกซู่
"จากคนที่พาเจ้ามาที่นี่ และเขากำลังรอพบเจ้า... ในตอนนี้ที่สวนหลังวังชั้นใน"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของอัศวินราชองครักษ์ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก ตามมาด้วยเสียงตะโกนที่ทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ
"นั่นใคร! ใครอยู่ในหอสมุดหลวง!"
คาสเซียนคว้าข้อมือของเอลีน่าไว้แน่นโดยไม่ลังเล เขาไม่ได้ลากเธอไปหลบ แต่นำทางเธอไปสู่ประตูลับหลังชั้นหนังสือเล่มที่สิบสามที่เธอไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน
"ไปหาเขาซะ เอลีน่า" คาสเซียนกล่าวพลางผลักเธอเข้าไปในความมืดของอุโมงค์ลับ "ถ้าเจ้าอยากรู้ความจริงทั้งหมด... ไปรอที่นั่น และอย่าหันหลังกลับมา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม"
ประตูลับค่อยๆ ปิดลง ทิ้งให้เอลีน่ายืนเคว้งอยู่ในความมืดสลัว เธอได้ยินเสียงคาสเซียนตะโกนออกไปข้างนอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากเหล่าองครักษ์
ทว่า ขณะที่เธอกำลังก้าวเดินไปตามทางเดินแคบๆ ในความมืดนั้น เธอกลับสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่พุ่งผ่านหลังคอไป พร้อมกับเสียงกระซิบที่ไม่ได้มาจากคาสเซียน... แต่มันคือเสียงของ "ตัวเธอเอง" ในร่างที่ควรจะอยู่ในโลกเดิม!
"เธอกลับไปไม่ได้หรอกเอลีน่า... เพราะในโลกนั้น ร่างกายของเธอได้ถูกฝังไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่เธอจากมา"
ความหวังที่กำลังลุกโชนในใจดับวูบลงทันที เธอหยุดยืนนิ่งกลางทางเดิน เมื่อเงาร่างสีดำที่สูงโปร่งปรากฏขึ้นตรงหน้าขวางทางเดินเอาไว้... ไม่ใช่คน แต่เป็นสิ่งที่ดูเหมือน 'ระบบ' ที่กำลังแสดงความผิดพลาด!
รี้ดเดอร์คะ ความลับที่คาสเซียนซ่อนไว้มันใหญ่กว่าที่คิดมากเลยค่ะ ชาเขียวแก้วร้ายอ่านเองยังตื่นเต้นเองเลย ไว้มาเจอกันตอนหน้าเพื่อลุ้นไปพร้อมๆ กันนะคะ!
แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี•ตอนที่ 26
ความลับในหอสมุดหลวง
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!