แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี•ตอนที่ 49

ความลับเรื่องพลังเวท

ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
“น่าเสียดายจริงๆ นะคะเจ้าหญิงโซเฟีย... อ๊ะ ไม่สิ หมายถึง ‘ตัวจริง’ ที่ถูกขโมยตัวตนไปต่างหากล่ะคะ!” เสียงหัวเราะเบาๆ ที่จงใจทิ้งร่องปริศนายังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของฉัน แม้ว่าเจ้าของเงาร่างในชุดคลุมสีเทาเข้มคนนั้นจะหายวับไปกับตาหลังม่านควันสีนิลแล้วก็ตาม ฉัน—เอลีน่า หรือในอีกนามหนึ่งที่วิญญาณสาวออฟฟิศเคยแบกรับ กำลังยืนอยู่กลางห้องโถงลับใต้ดินของหอคอยโบราณ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะความหงุดหงิดต่างหาก! นี่ฉันอุตส่าห์วางแผนจะมาขโมย ‘ตำราเวทต้องห้าม’ เพื่อสร้างภาพลักษณ์นางร้ายผู้ชั่วร้ายและน่าเกรงขามในสายตาทุกคนแท้ๆ แต่ทำไมสถานการณ์ถึงกลายเป็นว่า ฉันต้องมายืนรับรู้ความลับระดับชาติของยัยนางเอกผู้แสนใสซื่ออย่างโซเฟียไปได้เล่า! “คุณลินิน... เอ๊ย หมายถึง ท่านเอลีน่าคะ! เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ ทำไมตรงนั้นถึง...” เสียงหวานใสที่เจือความกังวลดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงของเจ้าหญิงโซเฟียที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องโถง ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววเป็นห่วงเป็นใยฉันอย่างปิดไม่มิด ทั้งที่เมื่อครู่... ผู้หญิงคนนี้เพิ่งจะถูกบอกเป็นนัยๆ ว่า ‘ไม่ใช่ตัวจริง’ ด้วยซ้ำ ฉันหันขวับไปมองโซเฟีย เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความรู้สึกที่อธิบายยาก ยัยนี่ซื่อบื้อจนน่าโมโห หรือจริงๆ แล้วฉลาดเป็นกรดจนน่ากลัวกันแน่นะ? “ไม่มีอะไรค่ะเจ้าหญิง! แค่... แมงสาบเวทมนตร์ตัวใหญ่น่ะค่ะ ดิฉันแค่กำจัดมันนิดหน่อย อย่าได้ใส่ใจเลยนะคะ” ฉันโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน พยายามปั้นหน้ายิ้มร้ายกาจตามฉบับนางร้ายมือใหม่ที่ฝึกซ้อมหน้ากระจกมานับพันครั้ง “อีกอย่าง... ที่ฉันมาที่นี่ ก็เพื่อจะมาขโมยของมีค่าต่างหาก ไม่ได้มาทำความสะอาดห้องใต้ดินให้ใครหรอกนะคะ!” โซเฟียกะพริบตาปริบๆ มองคราบเขม่าสีดำบนพื้นห้อง แล้วยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่ละลายใจคนมองได้ไม่ยาก “ท่านเอลีน่านี่ใจดีจริงๆ ด้วยนะคะ... รู้ว่าที่นี่มีสัตว์ประหลาดรบกวน ก็เลยแอบลงมาจัดการให้ก่อน เพื่อไม่ให้คนอื่นเป็นอันตราย สมเป็นไอดอลในดวงใจของฉันเลยค่ะ!” *ใจดีบ้าบออะไรเล่า! ฉันกำลังบอกว่าตัวเองเป็นโจรผู้ร้ายนะยะ!* ฉันแอบกรีดร้องอยู่ในใจ ทึ้งทึ้งหัวตัวเองเบาๆ อย่างจนปัญญา ทำไมไม่ว่าฉันจะพยาย๊ามพยายามทำตัวชั่วร้ายแค่ไหน ยัยนางเอกคนนี้ก็ยังมองฉันเป็นแม่พระเทวดามาโปรดอยู่เรื่อยเลย! “เฮ้อ...” ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความปลงตก ทิ้งมาดนางร้ายลงถังขยะชั่วคราว ก่อนจะก้มลงมองมือตัวเองที่ยังคงมีละอองแสงสีม่วงประกายทองจางๆ ห่อหุ้มอยู่ เดี๋ยวนะ... สีม่วงประกายทอง? ฉันขมวดคิ้วมุ่น จ้องมองฝ่ามือของตัวเองอย่างพินิจพิเคราะห์ ตั้งแต่ทะลุมิติเข้ามาในนิยายเรื่องนี้ ฉันรู้แค่ว่า ‘เอลีน่า’ คนเดิมเป็นตัวประกอบสายเวทมนตร์ธาตุไฟที่อ่อนแอจนน่าสมเพช แต่ทำไมไอ้ละอองแสงที่เพิ่งปล่อยออกไปเพื่อระเบิดผนังเวทมนตร์เมื่อครู่นี้ ถึงได้มีอานุภาพทำลายล้างสูงขนาดที่แม้แต่ดยุคคาสเซียนยังต้องอ้าปากค้างล่ะ? ตู้ม! ภาพเหตุการณ์เมื่อสิบนาทีที่แล้วผุดขึ้นในหัว ตอนที่ฉันกำลังโมโหที่เปิดประตูห้องลับไม่ได้ เลยซัดกำแพงเวทมนตร์โบราณด้วยหมัดเปล่าๆ (เพราะลืมร่ายคาถา) ผลลัพธ์คือ... กำแพงหนาเตอะที่เคลือบด้วยอาคมป้องกันนับร้อยปี แตกละเอียดเป็นผุยผงราวกับแผ่นขนมปังกรอบ! นั่นไม่ใช่พลังของตัวร้ายกระจอกๆ ในนิยายรักแฟนตาซีแน่ๆ “ท่านเอลีน่าคะ... มือของคุณ...” โซเฟียอุทานเบาๆ พร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นว่าละอองแสงสีม่วงทองบนฝ่ามือฉันเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นรูปทรงประหลาด คล้ายกับ... วงแหวนเวทโบราณที่สาบสูญไปนับพันปี ฉับพลันนั้นเอง บรรยากาศภายในห้องโถงใต้ดินก็เย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน อุณหติลดฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เงาดำรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยวราวกับมีชีวิต กึก... กึก... เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินหินด้านบน ตามมาด้วยกลิ่นอายความกดดันอันทรงพลังที่แผ่ซ่านเข้ามาในรัศมีร้อยเมตร คาสเซียน! ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่ปากทางเข้า ดวงเนตรสีครามเข้มคู่นั้นกวาดสายตามองความเสียหายรอบห้องด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่สายตาคมกริบจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของฉัน... และละอองแสงประหลาดบนฝ่ามือของฉัน ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของท่านดยุค บรรยากาศรอบตัวเขานิ่งสนิทจนน่ากลัว แต่ดวงตาคู่นั้นกลับลุกโชนด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก ทั้งตกใจ ระแวดระวัง... และความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา “เอลีน่า...” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอמהชื่อฉันเบาหวิว ราวกับเกรงว่าถ้าพูดดังเกินไป ภาพตรงหน้าจะสลายหายไปในอากาศ “นี่เธอ... ใช้ ‘เวทแห่งบรรพกาล’ ได้อย่างนั้นหรือ?” ฉันสะดุ้งเฮือก รีบซุกมือข้างที่เรืองแสงไว้ข้างหลังทันที พยายามปั้นสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจเต้นรัวเป็นกลองเพล “วะ... เวทอะไรกันคะท่านดยุค! ฉันก็แค่... แค่ใช้พลังธาตุไฟธรรมดาๆ เผากำแพงเล่นแก้เซ็งเท่านั้นเองแหละค่ะ! อย่ามากล่าวหากันลอยๆ นะคะ!” ฉันเถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความมีพิรุธด้วยการเชิดหน้าขึ้นสูง พยายามทำตัวให้ดูน่าหมั่นไส้ที่สุด แต่ทว่า... ปฏิกิริยาของคาสเซียนกลับไม่เป็นไปอย่างที่คาดไว้ ชายหนุ่มไม่ได้เยาะเย้ย ไม่ได้เย็นชาใส่ และไม่ได้ทำท่าทีระแวงภัยเหมือนอย่างเคย ตรงกันข้าม... เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวฉันอย่างรวดเร็ว จนแผ่นหลังของฉันชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบของห้องโถง เงาสูงใหญ่ของเขาโน้มลงมาทาบทับ จนฉันรู้สึกราวกับถูกโอบล้อมไว้ด้วยอ้อมแขนของเขาโดยสมบูรณ์ กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นอายเวทมนตร์เฉพาะตัวปะปนกันจนทำให้ลมหายใจของฉันสะดุด “โกหกไม่เนียนเลยนะคะ... ยัยตัวร้ายจอมปลอม” คาสเซียนกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด จนหัวใจของฉันกระตุกวูบ “รู้ไหมครับว่า เวทมนตร์ที่เธอเพิ่งปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่... คือพลังเดียวกับกุญแจผนึกประตูมิติที่สูญหายไปของตระกูลเรา” ดวงตาสีครามเข้มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน ราวกับต้องการจะมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของวิญญาณ “เธอเป็นใครกันแน่... เอลีน่า? และทำไมพลังนั้น ถึงเลือกที่จะตื่นขึ้นในตัวผู้หญิงที่เอาแต่บอกว่าตัวเองเป็น ‘นางร้าย’ คนนี้กันล่ะ?” คำถามของเขาแขวนลอยอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ฉันจะได้อ้าปากแก้ตัว เสียงกรีดร้องแหลมสูงจากภายนอกหอคอยก็ดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศ พร้อมกับร่างของอัศวินหน่วยลาดตระเวนที่พุ่งเข้ามาด้วยสภาพสะินทสะสะอ้าน เลือดสดๆ หยดลงบนพื้นหินทีละหยด “ท่านดยุคครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! กองกำลังเงาปริมาณมหาศาลกำลังมุ่งหน้ามาที่หอคอย... และเป้าหมายของพวกมัน... คือตัวของท่านหญิงเอลีน่าพ่ะย่ะค่ะ!” ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางป่วนไปด้วยกันเสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%