"ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะสาปพวกนายให้กลายเป็นเป็ดอ้วนพุงพลุ้ยจริงๆ ด้วยนะ!"
เสียงใสเอ็ดตะโรลั่นหอคอยโบราณ พร้อมกับปลายไม้กายสิทธิ์สีขาวมุกที่สั่นระริกเหมือนเจ้าของ เอลีน่า (หรือลินินในร่างเดิม) กำลังยืนหอบหายใจโยนตัวอยู่หน้าหน้าต่างบานใหญ่ เส้นผมสีบลอนด์เงินยวงที่ปกติจะถูกจัดแต่งอย่างประณีต ตอนนี้กลับหลุดรุ่ยเคลียคลอข้างแก้มใสที่แดงก่ำด้วยความเหนื่อยหอบและ... ความตื่นตระหนกขั้นสุด
เบื้องล่างและรอบบริเวณหอคอย กองกำลังเงาทะมึนนับร้อยนายในชุดคลุมสีดำสนิทกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ เสียงฝีเท้าที่เหยียบย่างลงบนพื้นหญ้าดังระรัวราวกับกลองศึก ความกดดันมืดมนแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง แต่สิ่งที่ทำให้เอลีน่าเกือบจะเป็นลมไม่ใช่บรรยากาศน่ากลัวพวกนั้น... มันคือประกาศิตจากระบบภารกิจในหัวต่างหาก!
*(แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจบังคับ "แผ่รังสีอำมหิตและขับไล่ผู้บุกรุกด้วยเวทมนตร์แห่งความมืด" หากล้มเหลว ท่านจะต้องสวมชุดมาสคอตกระต่ายชมพูไปเดินกลางเมืองหลวงสามวันสามคืน!)*
"บ้าที่สุด! ฉันเป็นแค่อดีตสาวออฟฟิศสายบัญชีนะยะ ไม่ใช่นักเวทสายดาร์กมารมาริโอ้ที่ไหน!" เอลีน่ากัดริมฝีปากแน่น มือข้างที่ถือไม้กายสิทธิ์กำซะแน่นจนข้อนิ้วขาวโพลน ดวงตากลมโตฉายแววทั้งโกรธทั้งกลัว
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีเข้มของ 'ดยุคคาสเซียน' ก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างเงียบเชเชียบ ไอความเย็นชาและกลิ่นอายบุรุษเพศที่คุ้นเคยโชยเข้าแตะจมูก ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้เบาๆ เพื่อดึงให้ถอยห่างจากระเบียงอันตราย
"ถอยไปยัย... เอ้ย ท่านหญิงเอลีน่า" คาสเซียนเกือบจะหลุดปากเรียกชื่อสนิทสนมตามความเคยชิน ดวงคมกริบกวาดมองกองกำลังเงาเบื้องล่างด้วยแววตาวาวโรจน์ดุจสัตว์ป่ากระหายเลือด "พวกมันไม่ใช่โจรรับจ้างทั่วไป แต่เป็นนักเวทเงาจากตระกูลขุนนางฝ่ายตรงข้าม... ผมจะจัดการเอง คุณไปหลบข้างหลังผม"
"จะ, จะบ้าหรือไงคะท่านดยุค! นั่นมันตั้งกี่คน!" เอลีน่าหันไปโวยวายใส่คนตัวโต ทั้งที่หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะกลัวกองกำลังข้างล่างหรอกนะ... แต่กลัวชุดกระต่ายชมพูต่างหากเล่า! "ฉันไม่ใช่ดอกไม้งามในห้องหอที่จะต้องให้ใครมาปกป้องตลอดเวลานะคะ!"
ว่าแล้วหญิงสาวก็สะบัดข้อมือออกด้วยความดื้อรั้น ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวปนโก๊ะในแบบที่ทำเอาคนมองใจกระตุกวูบ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ท่องจำบทคาถาทำลายล้างที่เคยอ่านเจอในตำราต้องห้ามเมื่อคืนนี้อย่างรวดเร็ว สมองอันน้อยนิดพยายามประมวลผลเวทมนตร์ขั้นสูงที่ยุ่งยากซับซ้อนยิ่งกว่างู100ตัวพันกัน
*บทที่เจ็ด วรรคที่สี่... วาดวงกลมสามรอบ ท่องคาถาว่า 'ความมืดจงกลืนกิน'... แล้วซัดพลังออกไป!*
เอลีน่าหลับตาปี๋ ยกไม้กายสิทธิ์ชี้ฟ้าแล้วตวัดวาดกลางอากาศอย่างรวดเร็วสามรอบตามตำราเป๊ะๆ ปากก็พึมพำคาถารัวเร็วด้วยความลนลาน "ความมืดจงกลืนกิน! จงพินาศ! จงสลายหายไปให้หมดนะยะ—!"
*เปรี้ยง!*
แสงสว่างวาบสีดำสนิทพุ่งทะยานออกจากปลายไม้กายสิทธิ์เกิดเป็นเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกทำเอาฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องหอคอย คาสเซียนยกแขนขึ้นบังเศษซากฝุ่นละอองที่ปลิวว่อน พร้อมกับเตรียมชักดาบประจำกายออกมารับมือกับการโจมตีระลอกสองที่อาจจะเกิดขึ้น
ทว่า... สิ่งที่ปรากฏต่อสายตา กลับไม่ใช่เปลวเพลิงแห่งความตาย หรือกองซากศพของเหล่านักเวทเงา
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ...
กลิ่นหอมกรุ่นของเนยสดและแป้งอบใหม่ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องอับชื้น กลิ่นหอมหวานเย้ายวนใจนั้นช่างขัดแย้งกับบรรยากาศการต่อสู้เอาเสียเลย เอลีน่าค่อยๆ ลืมตาขึ้นข้างหนึ่งอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะอ้าปากค้างจนแทบจะอมไข่ไก่ได้ทั้งใบ
บนพื้นหินเย็นเฉียบเบื้องหน้า แทนที่จะเป็นกองกำลังเงาที่ถูกกำจัด... กลับมีภูเขาสีน้ำตาลทองขนาดย่อมตั้งตระหง่านอยู่ มันคือ 'ขนมปังเนยสด' ก้อนกลมฟูฟ่องนับร้อยก้อนที่อบจนผิวสีทองสวยงาม ส่งควันฉุยกรุ่นไอร้อนออกมา แถมยังมีไส้ครีมคัสตาร์ดเยิ้มๆ ไหลเยิ้มออกมาน่ากินเสียจนกระเพาะอาหารต้องส่งเสียงร้องประท้วง
"อะ... อะไรเนี่ย?" เอลีน่าพึมพำเสียงสั่น ชักไม้กายสิทธิ์กลับมามองมันด้วยความงุนงงราวกับมันเป็นวัตถุประหลาดจากต่างดาว "นี่ฉันร่ายคาถาทำลายล้างนะ! ทำไมมันออกมาเป็นขนมปังแจกทานได้ล่ะเนี่ย!"
คาสเซียนที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดถึงกับมุมปากกระตุก นัยน์ตาคมกริบที่เคยเย็นชาฉายแววระยับด้วยความขบขันอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มก้มมองกองขนมปังเนยสดหอมกรุ่นสลับกับใบเนียนใสที่กำลังบึ้งตึงด้วยความขัดใจ ความตึงเครียดของสถานการณ์เมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเอ็นดูที่พุ่งทะยานจนทะลุขีดจำกัด
"ฮึ..." เสียงหัวเราะทุ้งต่ำหลุดออกมาจากลำคอหนา คาสเซียนแกล้งกอดอกแล้วโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวที่กำลังยืนหน้ามุ่ย "ดูท่าทาง... เวทมนตร์ทำลายล้างของท่านหญิงเอลีน่า จะทรงอานุภาพในการเยียวยาท้องไส้ของศัตรูมากกว่าสินะครับ"
"อย่ามาแซวฉันนะยะ! นี่มันอุบัติเหตุทางเวทมนตร์ต่างหาก!" เอลีน่าหันไปแหวใส่หน้าหล่อเหลานั้น แก้มเนียนแดงแจ๋ด้วยความอับอาย ขายหน้าชะมัด! อุตส่าห์ทำท่าทางเท่ๆ ขู่ศัตรูทั้งที ดันเสกของกินแจกฟรีเสียอย่างนั้น!
แต่ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนเป็นความน่ารักชวนอมยิ้ม กองกำลังเงาเบื้องล่างที่ตอนแรกหยุดชะงักเพราะแรงระเบิด กลับเริ่มขยับตัวอีกครั้ง... พวกมันไม่ได้กรูเข้ามาทำร้ายอย่างที่คิด แต่กลับสูดดมกลิ่นหอมของขนมปังที่ลอยไปตามลมด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้มราวกับหลุดเข้าไปในภวังค์
เอลีน่าหน้าถอดสี รีบดึงชายเสื้อคลุมของคาสเซียนไว้แน่น "ทะ, ท่านดยุค... หรือว่าเวทมนตร์ของฉันมันจะไปกระตุ้นต่อมความหิวของพวกมันแทนที่จะฆ่าล้างโคตรคะเนี่ย?"
คาสเซียนเลิกคิ้วเล็กน้อย มือหนายกขึ้นแตะคางอย่างใช้ความคิด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยัก "บางที... เราอาจจะไม่ต้องเหนื่อยออกแรงสู้แล้วก็ได้ครับ ดูนั่นสิ"
เขาส่งสัญญาณให้เธอมองลงไปเบื้องล่าง หัวหน้าหน่วยกองกำลังเงาที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมและไร้ความปรานี ตอนนี้กำลังย่อตัวลงหยิบขนมปังเนยสดชิ้นโตขึ้นมาดมอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะกัดเข้าไปคำโต... แล้วดวงตาของมันก็เบิกกว้างด้วยความอร่อยจนเกือบจะร้องไห้
"อร่อย... อร่อยชะมัดเลยโว้ยยย!" เสียงตะโกนโหวตเหวกโวยวายด้วยความซาบซึ้งในรสชาติอาหารดังขึ้นท่ามกลางเหล่านักเวทเงา ทุกคนต่างพากันโยนอาวุธทิ้งแล้วแย่งกันคว้าขนมปังเนยสดของเอลีน่ากินกันอย่างเอร็ดอร่อยราวกับไม่ได้กินข้าวมาสามชาติ
เอลีน่าอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทัน... นี่เธอบุกเบิกกองทัพศัตรูให้กลายเป็นร้านเบเกอรี่เคลื่อนที่ไปเสียแล้วหรือเนี่ย?!
ทว่า ความวุ่นวายยังไม่ทันได้สงบลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงอีกชุดหนึ่งก็ดังขึ้นจากบันไดวนด้านหลังหอคอย ประตูไม้บานเก่าแก่ถูกถีบจนเปิดผางออกอย่างแรง เสียงหอบหายใจและเกราะเหล็กกระทบกันดังสนั่น
ร่างของอัศวินหนุ่มในชุดเกราะโลหะเปื้อนโคลนพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าคาสเซียนด้วยท่าทีตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าของเขามีรอยแผลสดใหม่และหยาดเหงื่อไหลโทรมกาย
"ท่านดยุค! องค์ชายสาม... องค์ชายสามเสด็จมาถึงชายแดนแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และพระองค์ทรง..." อัศวินหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว "พระองค์ทรงนำราชโองการลับมาปลดท่านจากการเป็นแม่ทัพ... พร้อมกับประกาศจับตัวท่านหญิงเอลีน่าในข้อหา 'แม่มดฝึกหัดผู้ใช้เวทมนตร์ต้องห้ามแห่งความมืด' พ่ะย่ะค่ะ!"
สิ้นคำพูดนั้น รอยยิ้มขบขันบนใบหน้าของคาสเซียนก็เลือนหายไปในพริบตา แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก มือหนาเอื้อมไปดึงตัวเอลีน่ามาหลบไว้ด้านหลังทันทีอย่างปกป้อง
ในขณะที่เอลีน่าหน้าซีดเผือด หัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม... ชิบหายแล้ว! เวทมนตร์ขนมปังเมื่อกี้ดันกลายเป็นหลักฐานมัดตัวว่าเธอเป็นแม่มดจริงๆ ซะงั้นเหรอเนี่ย?!
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาป่วนและเอ็นดูยัยน้องเอลีน่าด้วยกันเสมอนะคะ!
แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี•ตอนที่ 50
เมื่อตัวร้ายใช้เวทมนตร์ผิดวิธี
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!