แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี•ตอนที่ 35

ความรู้สึกที่เริ่มสั่นไหว

ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
“ท่านดยุค... ถ้าท่านยังเอาแต่จ้องข้าด้วยสายตาเหมือนจะกลืนกินแบบนั้น ข้าจะคิดจริงๆ นะคะว่าท่านกำลังแอบวางแผน ‘กำจัด’ ข้าด้วยวิธีที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์วงสังคมเคยบันทึกไว้” เอลีน่าเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา ในขณะที่ปลายนิ้วของเธอพยายามจะแกะริบบิ้นห่อของขวัญชิ้นเล็กบนโต๊ะน้ำชา แต่ดูเหมือนมือเจ้ากรรมจะสั่นเสียจนเงื่อนที่แน่นหนานั้นยิ่งรัดตัวเข้าหากันแน่นขึ้น คาสเซียนไม่ได้ตอบโต้อะไร เขาเพียงแค่นั่งประสานมืออยู่ฝั่งตรงข้าม ดวงตาสีน้ำเงินเข้มดั่งมหาสมุทรที่เคยนิ่งสงบ กลับดูคล้ายมีพายุหมุนวนอยู่ภายใน “ทำไมต้องเป็นกำจัดล่ะครับ... เอลีน่า” เสียงทุ้มต่ำของเขากังวานขึ้น เขาไม่ได้ใช้คำแทนตัวว่า 'ฉัน' หรือ 'ข้า' อย่างเป็นทางการเหมือนทุกครั้ง แต่น้ำเสียงที่ทอดต่ำลงกลับทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ “ก็... ก็ท่านเป็นดยุคน้ำแข็งผู้สูงศักดิ์ ส่วนข้าน่ะหรือ? ก็แค่นางร้ายจอมปลอมที่วันๆ เอาแต่คิดแผนการชั่วร้าย (ที่มักจะล้มเหลวไม่เป็นท่า) ท่านไม่รู้สึกหงุดหงิดบ้างหรือคะที่ต้องมานั่งจิบชาอยู่กับคนที่ท่านควรจะ ‘เนรเทศ’ ออกจากเมืองหลวงไปตั้งแต่วันแรก” เอลีน่ายังคงก้มหน้าก้มตาแกะริบบิ้นนั่นต่อ พยายามซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวเพราะสายตาที่จ้องมองมาอย่างไม่ละไปไหน คาสเซียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจโน้มตัวไปข้างหน้า ร่างสูงโปร่งขยับเข้ามาใกล้จนไออุ่นจากร่างกายของเขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่เต้นตุบๆ อยู่ในอกของเธอ “เจ้าบอกว่าเจ้าชั่วร้าย... แต่คนที่พยายามขโมยของมีค่าในวังไปคืนเจ้าของเดิมอย่างลับๆ น่ะหรือคือคนชั่วร้าย? หรือคนที่ยอมเสี่ยงดวงเข้าไปในป่าต้องห้ามเพียงเพื่อจะตามหาดอกไม้วิเศษให้เจ้าหญิงโซเฟีย เพราะกลัวว่าเธอจะไม่ได้กินยาถอนพิษนั่น... เอลีน่า ความชั่วร้ายของเจ้า มันช่างมีกลิ่นหอมเหมือนดอกไม้ป่าที่ข้าเผลอทำตกหล่นไว้ในหัวใจเหลือเกิน” เอลีน่าชะงักกึก มือที่สั่นอยู่แล้วหยุดนิ่งสนิท เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงข้าม ความใกล้ชิดนี้ทำให้เห็นรายละเอียดในดวงตาของคาสเซียนชัดเจนขึ้น—ความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันเย็นชา มันไม่ใช่ความเอ็นดูแบบที่ผู้ใหญ่ให้เด็ก แต่มันคือความรู้สึกที่ลึกซึ้งและจริงจังจนน่ากลัว “ท่านพูดอะไรของท่านน่ะ...” เธอเค้นเสียงหัวเราะกลบเกลื่อน ทั้งที่ในใจเริ่มเต้นรัวเหมือนกลองชุด “ข้าแค่ไม่อยากให้เนื้อเรื่องมันผิดเพี้ยนไปมากกว่านี้ ถ้าโซเฟียตาย... ยัยตัวเอกแสนดีคนนั้นหายไป ใครจะมาคอยปกป้องอาณาจักรนี้ล่ะคะ? ท่านอย่ามาหาเหตุผลสวยหรูให้ความใจดีของข้าเลย มันจะทำให้ข้า... วางตัวลำบาก” คาสเซียนไม่ได้ถอยห่าง เขากลับยื่นมือข้ามโต๊ะมาวางทับลงบนมือของเธอที่กำลังสั่นน้อยๆ สัมผัสจากฝ่ามือที่อุ่นจัดทำให้เอลีน่าสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอไม่ได้ดึงมือออก “ถ้าการเป็นนางร้ายมันเหนื่อยนัก... เจ้าลองเป็นคนที่ถูกรักดูไหม” หัวใจของเอลีน่าเหมือนถูกกระชากด้วยประโยคนั้น ความทรงจำในโลกเก่าที่เธอเป็นเพียงพนักงานออฟฟิศที่ทำงานหนักเพื่อคนอื่น ความโดดเดี่ยวที่เธอกลบฝังไว้ภายใต้หน้ากาก ‘นางร้าย’ ในโลกนี้กำลังจะถูกพังทลายลงด้วยความอ่อนโยนของผู้ชายที่เธอควรจะ ‘เกลียด’ ที่สุด “ท่านคาสเซียน...” “ข้าอาจจะเป็นคนเย็นชา ปากแข็ง และเข้าถึงยาก” คาสเซียนพูดต่อ เสียงของเขาเบาลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ “แต่ตั้งแต่วันที่เจ้าสะดุดล้มลงในงานเต้นรำแล้วแทนที่จะร้องไห้ กลับหยิบพัดขึ้นมาทำท่าทางโอเวอร์จนคนทั้งงานต้องหลุดขำ... วันนั้นข้าก็รู้แล้วว่า กำแพงที่ข้าสร้างไว้มันไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว” เอลีน่าอยากจะหัวเราะ อยากจะทำตัวเป็นตัวร้ายที่ปากร้ายใส่เขาเหมือนที่เคยทำ แต่ในจังหวะที่ดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ เธอกลับรู้สึกว่าลมหายใจของเธอติดขัด ความสับสนตีรวนในใจ—นี่เธอหวั่นไหวกับพระเอกของเรื่องจริงหรือ? แล้วโซเฟียล่ะ? แล้วแผนการเอาตัวรอดจากตอนจบที่น่าอนาถของนางร้ายล่ะ? ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบก็ดังขัดจังหวะความเงียบที่แสนหวานและกดดันในเวลาเดียวกัน บานประตูห้องรับรองถูกผลักออกอย่างแรงโดยไม่รอให้คนข้างในอนุญาต “ท่านดยุคคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... เอลีน่า!” เสียงของโซเฟียที่ดูตื่นตระหนกทำให้ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว เอลีน่าลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมาเป็นคนเดิม แต่เมื่อหันไปมองประตู รอยยิ้มที่เธอกำลังจะเสแสร้งก็หายไปทันทีเมื่อเห็นสิ่งที่โซเฟียถือติดมือมาด้วย โซเฟียไม่ได้มาคนเดียว แต่ในมือของนางเอกสาวมีจดหมายประทับตรา ‘นกพิราบเหล็ก’—สัญลักษณ์ของกลุ่มกบฏที่ควรจะปรากฏตัวในบทที่ 50 ไม่ใช่ตอนนี้! และที่แย่ไปกว่านั้น ด้านหลังของโซเฟียคือองครักษ์หลวงที่ก้าวเข้ามาพร้อมหมายจับที่ระบุชื่อของเอลีน่าด้วยข้อหา... กบฏต่อราชบัลลังก์ คาสเซียนลุกขึ้นยืนทันที รังสีอำมหิตที่เขาไม่เคยเผยออกมาให้เอลีน่าเห็นแผ่กระจายไปทั่วห้อง มือหนาคว้าข้อมือของหญิงสาวไว้แน่น “ใครเป็นคนนำหมายจับนี้มา?” คาสเซียนถามเสียงเหี้ยม สายตาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเมื่อครู่เป็นความดุดันที่พร้อมจะสังหารคนได้ทุกเมื่อ “ข้า... ข้าไม่รู้ค่ะท่านดยุค แต่นางร้ายคนนี้...” องครักษ์หลวงขยับเข้ามาใกล้ “ต้องถูกคุมขังทันที ตามพระบัญชาขององค์จักรพรรดิ!” เอลีน่ามองแผ่นกระดาษในมือองครักษ์ แล้วมองคาสเซียนที่กำลังเผชิญหน้ากับคนของทางการแทนเธอ ความหวั่นไหวในใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความกังวลอย่างสุดขีด—นี่มันไม่ใช่เนื้อเรื่องที่เธอจำได้ นี่มันคือการถูกใส่ร้าย หรือว่าใครบางคนกำลังเร่งกระบวนการตายของเธอให้เร็วยิ่งขึ้นกันแน่? ชาเขียวแก้วร้ายหวังว่ารี้ดที่รักจะยังไม่เทไรท์ไปไหนนะคะ เพราะบทต่อไป... เรื่องราวจะยิ่งเข้มข้นจนลืมหายใจเลยค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%