"จดหมายนี่... คือหลักฐานว่าท่านลอบส่งข่าวให้กบฏในแดนเหนือใช่หรือไม่ เอลีน่า"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อมของดยุคคาสเซียนดังขึ้น เสียงนั้นไม่ได้ตะคอก แต่กลับทรงพลังจนลมหายใจของฉันสะดุดกึก ฉันก้มลงมองกระดาษในมือที่สั่นระริก นี่มันตลกร้ายสิ้นดี ในขณะที่ฉันพยายามจะเขียนจดหมายขู่ให้พระเอกออกห่างจากนางเอกเพื่อให้เนื้อเรื่องดำเนินไปตามครรภ์ที่ควรจะเป็น แต่ไหงกลายเป็นจดหมายสารภาพผิดส่งให้ศัตรูแผ่นดินไปได้เล่า!
"เอ่อ... ท่านดยุคคะ" ฉันเงยหน้าขึ้น พยายามปั้นยิ้มแบบนางร้ายที่ดูเหนือกว่า แต่กล้ามเนื้อบนใบหน้ามันกลับกระตุกจนกลายเป็นรอยยิ้มแห้งแล้ง "คือว่า... ถ้าดิฉันบอกว่ามันเป็นจดหมายฉบับร่างสำหรับฝึกเขียนลายมือล่ะคะ ท่านจะเชื่อไหม?"
คาสเซียนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มดั่งมหาสมุทรจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน เหมือนเขากำลังอ่านทะลุไปถึงวิญญาณสาวออฟฟิศที่เพิ่งเข้ามาอาศัยร่างนี้ได้ไม่กี่วัน เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาหาฉันทีละก้าว... หนึ่งก้าว... สองก้าว กลิ่นไม้สนจางๆ จากกายของเขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังถูกต้อนให้จนมุม
"ฝึกเขียนลายมือ? บนกระดาษตราประทับลับของตระกูลดยุคเนี่ยนะ?"
"ก็... คนเรามันต้องพัฒนาฝีมือกันบ้างไม่ใช่เหรอคะ?" ฉันถอยหลังกรูดโดยไม่ทันระวัง
ทันใดนั้น ส้นรองเท้าบูทคู่สวยของฉันก็ไปเกี่ยวเข้ากับชายกระโปรงลูกไม้ยาวเหยียดที่ดูหรูหราเกินความจำเป็น จนฉันเสียหลักเซถลาอย่างหมดท่า แทนที่จะเป็นนางร้ายผู้สง่างาม ฉันกลับดูเหมือนลูกหมาที่กำลังจะหงายหลังลงพื้นโคลน ฉันหลับตาปี๋เตรียมรับแรงกระแทกจากพื้นหินอ่อนเย็นเยียบ
ทว่า... ความเจ็บปวดกลับไม่มาถึง
สัมผัสอบอุ่นที่เอวของฉันรั้งไว้แน่น มือข้างหนึ่งของคาสเซียนโอบรอบเอวฉันไว้มั่น ส่วนอีกข้างหนึ่งจับข้อมือฉันที่ถือจดหมายเจ้ากรรมเอาไว้จนแนบชิดกับแผงอกกว้างของเขา กลิ่นกายสะอาดๆ ของเขาฟุ้งกระจายจนสมองฉันเริ่มรวน
"ระวังหน่อยสิ" เขาพึมพำ น้ำเสียงไม่ได้มีความเย้ยหยัน แต่มันกลับมีความฉงนใจซ่อนอยู่ "เจ้าดูจะรีบร้อนอยากจบชีวิตตัวเองมากกว่าอยากจะลอบสังหารข้าเสียอีกนะ"
ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างลืมตัว ระยะห่างระหว่างเราใกล้เสียจนเห็นแพขนตายาวเป็นระเบียบของชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวร้ายตัวพ่อของเรื่องนี้ หัวใจของฉันเต้นรัวจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน
"ดิฉัน... ดิฉันแค่ห่วงจดหมายน่ะค่ะ" ฉันโกหกคำโตพลางพยายามจะขยับตัวออก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย แถมยังก้มลงมามองหน้าฉันใกล้ขึ้นอีก
"ห่วงจดหมาย... หรือห่วงว่าความลับจะแตก?"
วินาทีนั้น ความโกรธผสมความอับอายพุ่งปรี๊ด ฉันจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่นางร้ายที่ดีควรทำ... คือการเชิดหน้าใส่! แม้ว่าตัวจะยังอยู่ในอ้อมกอดเขาแบบทุลักทุเลก็ตาม
"ถ้าท่านคิดว่าจดหมายฉบับนั้นมีความหมายกับดิฉันขนาดนั้น ก็จับดิฉันไปขังคุกหลวงเลยสิคะ! จะมารั้งเอวไว้ทำไม หรือว่าท่านดยุคผู้เย็นชาเกิดเปลี่ยนใจอยากได้ดิฉันเป็นจำเลยร่วมเตียงแทนจำเลยคดีกบฏคะ?"
พอพูดจบ ฉันก็แทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ตายไปเสียตรงนั้น! นี่ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย? ยัยลินิน! เธอต้องเป็นนางร้ายที่น่าเกรงขาม ไม่ใช่สาวโก๊ะที่พูดจาพาซื่อแต่ดันดูเหมือนอ่อยเขาแบบนี้!
คาสเซียนชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาที่เคยเย็นชาเริ่มเปลี่ยนเป็นประกายแปลกประหลาด เขาหัวเราะหึในลำคอเบาๆ จนฉันขนลุกซู่
"ปากกล้าดีนี่" เขาปล่อยเอวฉันทันที แต่ทว่า... เพราะความโก๊ะของฉันที่ยังทรงตัวไม่นิ่ง พอเขาปล่อยปุ๊บ ฉันก็หมุนตัวกลับหลังหันเพื่อจะเดินหนี แต่ดันไปเหยียบชายกระโปรงตัวเองอีกรอบ คราวนี้ฉันไม่ได้ล้มธรรมดา แต่ดันล้มพับไปทับบนพรมแดงจนหน้าคะมำกองไปกับพื้นอย่างสวยงาม
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงกว้าง ทั้งห้องมีเพียงเสียงหายใจหอบถี่ของฉันที่รู้สึกอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
"เอลีน่า..."
คาสเซียนเดินเข้ามาใกล้ ฉันก้มหน้ามองพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก "ไม่ต้องมาสมเพชดิฉันเลยนะคะท่านดยุค ดิฉันรู้ตัวว่าทำตัวน่าขัน... เชิญหัวเราะให้พอใจเถอะค่ะ"
ฉันหลับตารอรับเสียงหัวเราะเยาะเย้ย แต่สิ่งที่ได้ยินกลับเป็นเสียงฝีเท้าที่นั่งลงข้างๆ ฉัน ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมาจับไหล่ฉันเบาๆ ให้ลุกขึ้นนั่ง
"ข้าไม่ได้จะหัวเราะ" เสียงของเขาเปลี่ยนไป มันดูนุ่มนวลและแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ฉันอ่านไม่ออก "ข้าแค่งง... เจ้าดูเหมือนคนที่มีแผนร้ายที่ฉลาดเฉลียวในหัว แต่ทำไมถึงทำตัวซุ่มซ่ามได้ตลอดเวลาแบบนี้กัน?"
ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความงุนงง นัยน์ตาสีน้ำเงินของคาสเซียนในตอนนี้ไม่มีร่องรอยของความโกรธเกรี้ยวจากจดหมายฉบับนั้นอีกแล้ว เหลือเพียงความสนใจ... ความสนใจที่เหมือนเด็กชายเจอของเล่นชิ้นใหม่ที่คาดเดาไม่ได้
"นั่นเพราะดิฉันซ่อนกลไกไว้เยอะน่ะค่ะ" ฉันพูดตะกุกตะกัก พยายามกู้ศักดิ์ศรีคืน "ท่านน่ะ... ไม่มีวันเข้าใจแผนการของผู้หญิงหรอก"
"งั้นเหรอ?" คาสเซียนยกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบ "ถ้างั้นก็ลองเล่าให้ข้าฟังหน่อยสิว่าแผนต่อไปของเจ้า... คืออะไร"
เขายื่นมือมาข้างหน้าเพื่อฉุดให้ฉันลุกขึ้น แต่ก่อนที่ปลายนิ้วของเราจะแตะกัน ประตูปีกตะวันตกก็ถูกเปิดออกเสียงดังปัง!
"พี่คาสเซียนคะ! โซเฟียเอาชามาให้... เอ๊ะ?"
เสียงใสแจ๋วของเจ้าหญิงโซเฟียหยุดกึก นางเอกของเรื่องยืนค้างอยู่ตรงหน้าประตู ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นฉากที่เราสองคนนั่งอยู่บนพื้นพรมในระยะประชิด โดยที่ดยุคผู้เย็นชาดูเหมือนกำลังพยายามดึงมือของนางร้ายอย่างฉันขึ้นมา
โซเฟียกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะยิ้มกว้างด้วยความดีใจที่ผิดที่ผิดทาง "ขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะ! แต่ว่า... ดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะคืบหน้าไปไกลกว่าที่โซเฟียคิดไว้นะคะเนี่ย!"
คาสเซียนหันไปมองโซเฟียด้วยใบหน้าเรียบเฉยทันที แต่ฉันสังเกตเห็นว่าหูของเขากำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อเล็กน้อย ส่วนฉันน่ะเหรอ? อยากจะตะโกนใส่หน้าเจ้าหญิงเหลือเกินว่า 'มันไม่ใช่แบบนั้นเลยเจ้าค่ะ!'
แต่ทว่า... ในวินาทีที่โซเฟียก้าวเข้ามาในห้อง สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นกระดาษในมือฉันที่ยับยู่ยี่ ก่อนที่นางจะอุทานออกมาด้วยความตกใจ
"นั่นมัน... จดหมายจากหอคอยต้องห้ามของกษัตริย์ไม่ใช่เหรอคะ! พี่คาสเซียนคะ! ทำไมถึงมีของอันตรายแบบนั้นอยู่ในมือของเอลีน่าได้ล่ะคะ!"
ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังของฉันทันที นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องจดหมายกบฏแล้ว... นี่มันกลายเป็นเรื่องของตราประทับต้องห้ามที่โทษถึงตาย!
ชาเขียวแก้วร้ายขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความวุ่นวายของยัยนางร้ายจอมโก๊ะนี้เสมอนะคะ
แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี•ตอนที่ 3
เมื่อตัวร้ายเดินสะดุดขาตัวเอง
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!