“ถ้าท่านยังไม่ถอยออกไปสามก้าว ฉันจะถือว่าท่านกำลังคุกคามสิทธิส่วนบุคคลของว่าที่นางร้ายผู้ยิ่งใหญ่คนนี้!”
ฉันแผดเสียงขึ้นท่ามกลางห้องสมุดหลวงที่เงียบสงัด ฝ่ามือสั่นระริกยันแผ่นอกกว้างของ ‘มกุฎราชกุมารคาสเซียน’ เอาไว้ ดันเขาให้ถอยห่างจากมุมโต๊ะที่ฉันใช้ซ่อนตัวอ่านบันทึกประวัติศาสตร์ตระกูลวายร้าย นี่มันแผนการที่วางไว้ดิบดีในหัวแท้ๆ ว่าจะทำตัวให้ร้ายกาจ สมกับเป็นนางร้ายในอุดมคติที่ต้องตบหน้า (ทางวาจา) พระเอกสักฉาดสองฉาดเพื่อสร้างศัตรู แต่เหตุใดเล่า... ทำไมสายตาของเขาถึงดูเหมือนคนกำลังมองลูกแมวขู่ฟ่อมากกว่าจะหวาดกลัว?
คาสเซียนไม่ขยับหนี ซ้ำยังเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มดั่งมหาสมุทรนั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉัน ราวกับจะค้นหาความนัยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความพยายามอันเงอะงะ
“คุกคามหรือครับ?” เขาเว้นจังหวะ น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่า “เอลีน่า... ผมแค่จะหยิบหนังสือที่อยู่หลังหลังไหล่คุณ แล้วการที่คนคนหนึ่งจะถือหนังสือเล่มที่ว่า ไม่ได้แปลว่าเขากำลังคุกคามหรอกนะ”
เขาขยับมือผ่านหลังฉันไปอย่างนุ่มนวล ปลายนิ้วสัมผัสสันหนังสือปกหนังอย่างเบามือ กลิ่นจางๆ ของไม้สนและหนังสือเก่าฟุ้งกระจายจนฉันต้องกลั้นหายใจ นี่มันเกินไปแล้ว! พระเอกนิยายบ้าอะไรจะปล่อยฟีโรโมนสังหารได้รุนแรงขนาดนี้?
“ไม่... ไม่ใช่! ท่านกำลังทำตัวใกล้ชิดเกินไป” ฉันพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง “ท่านต้องโกรธสิ! ต้องตะคอกใส่ฉันว่าอย่าบังอาจมาทำกิริยาต่ำต้อยแบบนี้ต่อหน้าพระพักตร์สิคะ!”
คาสเซียนก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะแตะกับข้างขมับของฉัน เขาไม่ได้โกรธ แต่กลับหลุดหัวเราะหึออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นสั่นสะเทือนไปถึงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของฉัน
“ผมต้องโกรธงั้นหรือ?” เขาทวนคำพลางขยับถอยออกไปเพียงนิด “ในเมื่อท่าทางที่คุณกำลังพยายาม ‘ร้าย’ ใส่ผม มันดูเหมือนลูกแมวที่โดนต้อนจนมุมมากกว่า... คุณรู้ไหมเอลีน่า ว่าความร้ายกาจของคุณ มันทำให้น่าเอ็นดูจนผมไม่อยากจะละสายตาเลยสักวินาที”
“นี่ท่าน!” ฉันหน้าแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะเขินหรอกนะ แต่มันคือความอับอายระดับสิบ! แผนการนางร้ายที่อุตส่าห์ไปนั่งติวเข้มในห้องนอนมาสามคืนพังไม่เป็นท่า
“งั้นลองดูนี่...” ฉันฮึดสู้ คว้าหนังสือบันทึกประวัติศาสตร์เล่มหนาขึ้นมา แล้วพยายามทำหน้าตาให้ดูอำมหิตที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ถ้าท่านไม่ถอยไป ข้าจะเอาหนังสือเล่มนี้ฟาดหัวท่านจริงๆ ด้วย! ข้าไม่ได้ล้อเล่นนะ ท่านมกุฎราชกุมาร!”
คาสเซียนไม่ได้หลบ เขาแค่มองมือที่สั่นเทาของฉัน แล้วเลื่อนฝ่ามือหนามาวางทับบนหลังมือที่ถือหนังสือไว้แน่น แรงบีบนั้นแผ่วเบาแต่หนักแน่น สัมผัสอุ่นร้อนส่งผ่านผิวหนังจนฉันชะงัก
“ถ้ามันจะทำให้คุณรู้สึกมีอำนาจขึ้นมาบ้าง” เขาพูดพลางขยับมือฉันให้ฟาดลงบนไหล่เขาเบาๆ “ฟาดสิครับ... ถ้ามันช่วยให้คุณสบายใจขึ้น ผมก็ยินดีจะเป็นเป้าหมายให้คุณซ้อมมือ”
บ้าไปแล้ว! นี่มันพระเอกนิยายเรื่องไหนกัน? ไม่มีความเย็นชา ไม่มีความห่างเหิน มีแต่ความเอาอกเอาใจจนน่าขนลุก
ในจังหวะที่ฉันกำลังทำตัวไม่ถูก เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องสมุด เจ้าหญิงโซเฟียปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มสดใสราวกับดอกไม้บานในยามเช้า แต่รอยยิ้มนั้นกลับแข็งค้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ภาพที่มกุฎราชกุมารผู้สูงศักดิ์กำลังยืนกุมมือ ‘นางร้าย’ ของเรื่องด้วยท่าทีที่สนิทสนมเกินควร
“พี่คาสเซียนคะ... เอลีน่า... นี่พวกท่านกำลังทำอะไรกันอยู่หรือคะ?”
คำถามนั้นไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความตกใจจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ โซเฟียก้าวเข้ามาใกล้ แววตาที่เคยมองฉันด้วยความชื่นชมบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ซ่อนไม่มิด
ฉันรีบชักมือกลับราวกับโดนของร้อน “ไม่ใช่แบบนั้นนะโซเฟีย! ฉันแค่... ฉันแค่กำลังจะสั่งสอนคนนิสัยเสียให้รู้จักที่ต่ำที่สูง!”
โซเฟียชะงัก เธอจ้องมองคาสเซียนที่ยังคงมีรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า ก่อนจะหันมามองฉันด้วยแววตาที่สั่นไหวอย่างรุนแรง “สอนหรือคะ? พี่คาสเซียนเป็นถึงรัชทายาท เอลีน่า... ท่านกล้าพอที่จะทำเรื่องแบบนั้นจริงๆ หรือคะ?”
คาสเซียนก้าวข้ามมาบังหน้าฉันไว้ทันที “โซเฟีย อย่าเข้าใจผิด เอลีน่าไม่ได้...”
“ฉันทำ!” ฉันตะโกนสวนขึ้นมาโดยสัญชาตญาณนางร้ายที่ถูกกระตุ้น “ใช่! ฉันกำลังสั่งสอนเขา! และถ้าเจ้าจะเข้าข้างเขาล่ะก็ เจ้าก็ออกไปจากที่นี่ซะ เพราะข้าไม่ได้มีหน้าที่มาต้อนรับใครที่ขวางทางเดินของข้า!”
ทันทีที่พูดจบ ฉันก็อยากจะตบปากตัวเองเสียจริง! นี่มันเกินขอบเขตไปแล้วนะลินิน! การไล่นางเอกของเรื่องแบบนี้มันคือจุดจบของนางร้ายชัดๆ! แต่สิ่งที่ทำให้ฉันใจสั่นยิ่งกว่า คือปฏิกิริยาของคาสเซียน
เขากลับหันมามองฉันด้วยสายตาที่ลุ่มลึกขึ้น... มันไม่ใช่ความตกใจ แต่เป็น ‘ความถูกใจ’ อย่างประหลาด
“ดูเหมือนผมจะเริ่มชอบความใจร้ายของคุณขึ้นมานิดหน่อยแล้วสิ” เขาพึมพำเบาๆ จนมีเพียงฉันที่ได้ยิน ก่อนจะหันไปหาโซเฟียด้วยใบหน้าที่กลับมาเย็นชาดังเดิม “กลับไปก่อนโซเฟีย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เธอควรเข้ามายุ่ง”
โซเฟียตัวสั่นเทา เธอหันหลังวิ่งหนีออกไปทันที ทิ้งให้ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสมุดอีกครั้ง ฉันยืนตัวแข็งทื่อ มองตามแผ่นหลังของนางเอกที่จากไปพร้อมกับความรู้สึกผิดที่กัดกินใจ
แต่ก่อนที่ฉันจะทันได้พูดอะไรออกไป มือหนาของคาสเซียนก็คว้าข้อมือฉันไว้แน่น คราวนี้ไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่เป็นแรงดึงที่บังคับให้ฉันต้องหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง
“คุณเล่นบทนางร้ายได้ไม่เลวเลยนะ เอลีน่า” เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกับใบหน้าฉัน “แต่น่าเสียดาย... ที่ผมไม่ได้เล่นบทพระเอกแสนดีที่จะปล่อยให้เหยื่อหลุดมือไปง่ายๆ หรอกนะ”
เขาขยับเข้าใกล้จนฉันถอยหลังไปจนติดชั้นวางหนังสือ ปลายเท้าของเขาทับบนปลายเท้าของฉัน เป็นการขังฉันไว้ในพื้นที่ส่วนตัวอย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนที่เขาจะกระซิบประโยคที่ทำเอาลมหายใจฉันแทบหยุดกะทันหัน
“เพราะถ้าคุณอยากร้ายกับผมนัก... ผมก็พร้อมที่จะเป็นคนที่จะทำให้คุณร้ายไม่ออกไปตลอดกาล... เริ่มตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป”
ท่ามกลางความเงียบงัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของมหาดเล็กส่วนพระองค์ดังขึ้นรัวเร็วจากหน้าประตูห้องสมุด ก่อนที่เสียงตะโกนจะตามมาด้วยความตื่นตระหนกที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความโรแมนติกเป็นความหายนะในพริบตา
“ฝ่าบาท! ท่านดยุคเบอร์นาร์ด... เขา... เขากำลังนำกองทัพส่วนตัวมาที่นี่เพื่อขอตัวคุณเอลีน่าไปเข้าคุกหลวงข้อหาลอบทำร้ายรัชทายาทครับ!”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันที่เอลีน่าของเรายังตั้งตัวไม่ติด แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าว่านางร้ายมือใหม่จะรอดจากเงื้อมมือดยุคจอมเผด็จการคนนี้ได้อย่างไรนะคะ!
แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี•ตอนที่ 11
กลยุทธ์การเป็นนางร้ายที่ไม่เนียน
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!