"ฝ่าบาทเพคะ... หม่อมฉันคิดว่าวิญญาณร้ายกำลังกัดกินแขนซ้ายของหม่อมฉันอยู่!"
เอลีน่าทรุดตัวลงกับพื้นพรมขนนุ่มในห้องทรงงาน ดวงตากลมโตเบิกกว้างสั่นระริกราวกับลูกกวางน้อยที่เพิ่งเห็นหมาป่า เธอแกล้งทำเป็นเกร็งกล้ามเนื้อแขนจนตัวสั่นเทา ก่อนจะปล่อยให้มันตกลงข้างตัวอย่างหมดแรง ใบหน้าขาวเนียนเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดที่เธอมโนขึ้นมาเองล้วนๆ
ดยุคคาสเซียนที่กำลังจดจ่ออยู่กับกองเอกสารภาษีที่ท่วมหัว เงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้าด้วยแววตานิ่งเรียบ มุมปากของเขาที่เคยบึ้งตึงกลับกระตุกขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่ด้วยความเวทนา แต่เป็นความเอ็นดูที่พยายามสะกดกลั้นไว้สุดชีวิต
"วิญญาณร้ายงั้นหรือ?" เขาถามพลางวางปากกาขนนกในมือลง เสียงทุ้มต่ำนั้นเย็นเยียบทว่าแฝงความหยอกล้อ "ทำไมวิญญาณถึงเลือกกัดกินเฉพาะตอนที่ผมกำลังจะให้คุณสรุปรายงานประจำไตรมาสล่ะครับ เอลีน่า"
"มันเป็นคำสาปโบราณจากดินแดนร้างเพคะ!" เอลีน่าโพล่งออกไปโดยไม่ลังเล แม้ในใจจะแอบด่าตัวเองที่แต่งเรื่องได้ไร้สาระสิ้นดี 'เอาเลยลินิน! เล่นใหญ่เข้าไว้ ถ้าหนีงานนี้ได้ จะยอมกินผักไปตลอดชีวิตเลย!' เธอคิดในใจพลางแสร้งทำเป็นหอบหายใจถี่
"คำสาปโบราณ..." คาสเซียนลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน ร่างสูงโปร่งก้าวเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ ก่อนจะนั่งยองๆ ลงจนระดับสายตาเท่ากัน เขายื่นมือหนาออกมาสัมผัสที่แขนของเธอเบาๆ ปลายนิ้วสัมผัสผิวเนียนอย่างอ่อนโยนจนเอลีน่าเผลอกลั้นหายใจ "ดูเหมือนคำสาปนี้จะทำปฏิกิริยากับอุณหภูมิในห้องนี้เสียด้วยนะ ถ้าผมสั่งให้คนไปปิดเตาผิง... อาการของคุณจะดีขึ้นไหม"
เอลีน่าชะงัก ตาโตขึ้นกว่าเดิม 'หนาวตายพอดีสิคะพ่อคุณ!' เธอรีบปรับสีหน้าให้ดูซีดเผือดกว่าเดิม "ไม่ได้เพคะ! ยิ่งเย็น คำสาปยิ่งกำเริบ... หม่อมฉันคงต้องไปนอนพักที่สวนดอกไม้ที่แสงแดดส่องถึงสักสองสามชั่วโมง เพื่อให้พลังแห่งธรรมชาติเยียวยาจิตวิญญาณเสียหน่อย"
คาสเซียนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้น เขาเห็นความลนลานที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่จอมปลอม เขารู้ดีว่าเธอแค่ 'ขี้เกียจ' แต่ทว่า ความน่ารักที่พยายามทำตัวร้ายแต่กลับดูเหมือนแมวขี้อ้อนที่กำลังหาทางออกจากกรงขัง มันทำให้หัวใจที่เย็นชาของเขาอ่อนยวบยาบไปหมด
"ถ้าเช่นนั้น..." คาสเซียนโน้มตัวลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในโสตประสาทของหญิงสาว "ผมจะรักษาให้คุณเอง ไม่ต้องถึงมือหมอหลวงหรอก"
"จะ... จะรักษาอย่างไรเพคะ?" เอลีน่าเริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์เริ่มหลุดมือ การแกล้งป่วยของเธออาจจะนำมาซึ่งภัยพิบัติที่ยิ่งกว่างานเอกสาร
"ใช้วิธีที่โบราณที่สุด" เขาเผยยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ดูอันตรายและร้ายกาจเสียยิ่งกว่าตัวร้ายตัวจริงในนิยายเรื่องนี้ "คือการกักตัวผู้ป่วยไว้ในห้องเดียวกัน ให้ผมดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าคำสาปจะสลายไป"
เอลีน่าตาค้าง ความคิดที่จะหนีไปจิบชาที่สวนหายวับไปกับตา นี่มันไม่ใช่การรักษา แต่มันคือการขังคุกชัดๆ!
ในจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนาที่กำลังเข้มข้น ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าหญิงโซเฟียที่ดูเหมือนจะถือขนมติดมือมาด้วย แต่เมื่อเห็นภาพคาสเซียนที่กำลังโน้มตัวคร่อมเอลีน่าอยู่บนพื้น ร่างบางของเจ้าหญิงก็ชะงักกึก สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความสดใสเป็นความตะลึงงันอย่างสุดขีด
"ท่านดยุค... ท่านหญิงเอลีน่า?" โซเฟียอุทานเสียงหลง พลางกวาดสายตามองทั้งคู่ด้วยความสับสน "นี่ข้า... มาขัดจังหวะอะไรที่สำคัญเกินไปหรือเปล่าคะ?"
เอลีน่าพยายามจะผลักคาสเซียนออก แต่ฝ่ายชายกลับรั้งเอวเธอไว้แน่นกว่าเดิม เขาไม่ได้หันไปมองโซเฟียด้วยซ้ำ ดวงตายังคงจับจ้องอยู่ที่เอลีน่าด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้เธอขนลุก
"เปล่าหรอกโซเฟีย" คาสเซียนตอบเสียงเรียบ แต่กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น "เอลีน่าเธอกำลัง... มีอาการป่วยทางใจที่รุนแรงมาก และผมกำลังตัดสินใจว่าจะ 'ลงโทษ' เอ๊ย 'รักษา' เธออย่างไรดี"
เอลีน่าหน้าแดงก่ำ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความอายหรือความโกรธที่แผนการล่มไม่เป็นท่า โซเฟียเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาที่เป็นประกายซื่อใสคู่นั้นดูเหมือนจะมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ เธอวางขนมลงบนโต๊ะก่อนจะขยับเข้ามาใกล้หูของเอลีน่าแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาเอลีน่าถึงกับเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง
"ท่านหญิงเอลีน่าคะ... ท่านไม่ต้องแกล้งเป็นลมหรือโดนคำสาปหรอกค่ะ เพราะสิ่งที่ท่านกำลังกลัวที่สุด... กำลังยืนอยู่ข้างหลังท่านดยุคตอนนี้แล้วนะคะ"
เอลีน่าชะงักกึก ความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วร่าง เธอค่อยๆ หันหน้าไปมองทางด้านหลังของคาสเซียนตามคำบอกของโซเฟีย และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็คือเงามืดดำสนิทที่กำลังก่อตัวเป็นรูปร่างของชายในชุดเกราะโบราณ ดวงตาสีแดงฉานที่ไร้แววตาคู่หนึ่งกำลังจ้องเขม็งมาที่เธอ—ไม่ใช่ในฐานะคนป่วย แต่ในฐานะของ 'ใครบางคน' ที่เงามืดนั้นเฝ้ารอคอยมานานแสนนาน
คำสาปที่เธอแกล้งสร้างขึ้นเพื่อหนีงาน... บัดนี้ได้เรียกแขกที่ไม่ได้รับเชิญออกมาจากเงามืดเสียแล้ว!
หวังว่าตอนที่ 33 นี้จะถูกใจรี้ดทุกคนนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าว่าเอลีน่าจะเผชิญหน้ากับคำสาปที่กลายเป็นจริงนี้อย่างไรค่ะ!
แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี•ตอนที่ 33
คำสาปที่ไม่มีจริง
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!