"หมายจับงั้นหรือคะ...?"
เสียงหัวנסเราะเบาๆ ที่หลุดลอดริมฝีปากของเอลีน่าไม่ได้สั่นเครืออย่างที่คาด
ทว่าความจริงในประโยคของคาลวินเมื่อครู่ยังคงแขวนค้างอยู่กลางอากาศ ราวกับใบมีดคมกริบที่พร้อมจะตกลงมาบั่นคอได้ทุกเมื่อ
ทะเลสีครามเบื้องหน้าซัดสาดเข้าหาผืนทรายขาวละเอียด เกิดเป็นฟองคลื่นสีขาวโพลนที่ซัดแล้วก็มลายหายไป ช่างแตกต่างจากสถานการณ์เบื้องหลังที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
ในฐานะนางร้ายมือใหม่ที่เพิ่งทะลุมิติมา เอลีน่า (หรือลินินในร่างเดิม) ควรจะกรีดร้อง วิ่งหนี หรือไม่ก็เป็นลมล้มพับไปเสียตรงนี้ แต่นี่มันอะไรกันล่ะคะ... ชุดว่ายน้ำสไตล์นางร้ายสุดเซ็กซี่ที่เธออุตส่าห์สั่งตัดพิเศษเพื่อมาเดินเฉิดฉายริมหาด ย้อนแย้งกับหมายจับกบฏในมือ จนเธอไม่รู้ว่าจะจัดลำดับความรู้สึกไหนก่อนดีระหว่าง "กลัวหัวหลุดจากบ่า" กับ "เสียดายชุดที่ไม่ได้ถ่ายรูป"
"คุณหนูเอลีน่าดู... ใจเย็นกว่าที่กระหม่อมคิดไว้นะคะ" คาลวินรอยยิ้มเจือความหมาย ร่างสูงโปรดในชุดลำลองเนื้อดีก้าวเข้าไปใกล้ร่างระหงที่ยืนกอดอกอยู่ริมหาด สายตาคมกริบกวาดมองชุดว่ายน้ำสีดำสนิทประดับลูกไม้ระบายฟูฟ่องที่เอลีน่าตั้งใจเลือกมาเพื่อ 'แผ่รังสีความร้ายกาจ' ใส่นางเอกอย่างเจ้าหญิงโซเฟีย
"ใจเย็นเหรอคะ? คุณกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไรอยู่ คาลวิน" เอลีน่าเชิดคางขึ้นเล็กน้อย พยายามดึงอินเนอร์นางร้ายในซีรีส์เกาหลีที่เคยดูมาใช้ ดวงตากลมโตพยายามหรี่ลงอย่างดุดัน (แต่ในสายตาคนมองมันกลับดูเหมือนแมวเปอร์เซียกำลังงอนเสียมากกว่า) "ฉันคือนางร้ายผู้ชั่วร้ายนะยะ! การจะถูกออกหมายจับกบฏ... มันก็ควรจะเป็นแผนการอันยิ่งใหญ่ที่ฉันเป็นคนบงการสิคะ ทำไมจู่ๆ ถึงมีชื่อฉันโผล่ไปอยู่ในประกาศราชสำนักแบบงงๆ ได้เล่า!"
น้ำเสียงที่พยายามจะเหี้ยมเกรดแต่แฝงความโอดครวญ ทำเอาคาลวินถึงกับหลุดหัวเราะพรืดออกมา
"นั่นสินะคะ... แผนการชั่วร้ายที่แม้แต่ตัวผู้กระทำเองก็ยังไม่รู้ตัว แบบนี้เขาเรียกว่า 'แพะรับบาป' ชั้นดีเลยไม่ใช่หรือคะ"
"นี่คุณแช่งฉันหรอ!" เอลีน่าหันขวับไปแยกเขี้ยวใส่ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้วีนใส่ราชองครักษ์หนุ่มผู้กวนประสาท เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงคลื่น
"เอลีน่า..."
เสียงทุ้มต่ำที่เย็นยะเยือกแต่แฝงความร้อนรุ่มจนน่ากลัว ทำให้เอลีน่าสะดุ้งสุดตัว
ดยุคคาสเซียน... พระเอกผู้เยชาและคลั่งรักในเวลาเดียวกัน ก้าวฉับๆ เข้ามาหาเธอ ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของเธอในชุดว่ายน้ำตัวจิ๋ว ก่อนจะหยุดนิ่งที่ใบหน้าตื่นตระหนกของเธอ กรามหนาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน บ่งบอกว่าความอดทนของท่านดยุคกำลังจะหมดลงในอีกไม่กี่วินาทีนี้
"ถอดเสื้อคลุมออกทำไม" น้ำเสียงนั้นกดต่ำจนน่ากลัว
เอลีน่าก้มมองตัวเอง... อ๋อ เสื้อคลุมชีฟองบางเบาที่เธอถอดพาดไว้บนเก้าอี้ผ้าใบเมื่อครู่นะเหรอคะ ก็เธอกำลังจะเดินไปถ่ายรูปริมหาดเพื่อสร้างภาพลักษณ์ "นางร้ายใจร้ายที่มาหยามเกียรติคนอื่นในวันพักผ่อน" นี่คะ!
"ฉันจะใส่ชุดไหนมันก็เรื่องของฉันค่ะ ท่านดยุค!" เอลีน่าเชิดหน้าใส่ ยิ่งสถานการณ์ตอนนี้เธอกำลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีกบฏ เธอยิ่งต้องทำตัวให้ดูน่ากลัวและเข้าถึงยากเข้าไว้ "อย่ามาทำตัวเป็นพ่อคนที่สองของฉันนะคะ! แล้วก็... ไม่ได้ยินที่คาลวินพูดหรือไง ฉันเป็นกบฏนะ! ถอยไปห่างๆ เลย เดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่เตือน!"
คำขู่ที่ฟังดูเหมือนเด็กอนุบาลกำลังหวงของเล่น ทำเอาคาสเซียนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหน่ายระคนเอ็นดู
ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว ชนิดที่เอลีน่าไม่ทันได้ตั้งตัว มือหนาคว้าเสื้อคลุมผ้าชีฟองตัวยาวที่พาดอยู่บนเก้าอี้มาคลุมร่างระหงของเธอไว้อย่างมิดชิด ท่าทางนั้นทั้งดุดันและแสดงความเป็นเจ้าของในเวลาเดียวกัน จนหัวใจดวงน้อยๆ ของเอลีน่าเต้นผิดจังหวะ
"กบฏอะไรกัน..." คาสเซียนกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อไม่มีคนอื่นอยู่ใกล้ "ต่อให้คนทั้งอาณาจักรตราหน้าเธอว่าเป็นกบฏ... ฉันคนนี้ก็จะไม่ยอมให้ใครแตะต้องปลายเส้นผมของเธอแม้แต่น้อย เอลีน่า"
ให้ตายเถอะค่ะ... ผู้ชายคนนี้จะขยันหยอดคำหวานในสถานการณ์คอขาดบาดตายแบบนี้ไม่ได้นะคะ! หน้าของเอลีน่าร้อนผ่าวขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เธอพยายามดันอกแกร่งของเขาออก แต่แรงแค่นี้มีหรือจะสู้แรงของท่านดยุคผู้บัญชาการกองทัพได้ เขากลับรวบเอวบางของเธอเข้าหาตัวแน่นขึ้นไปอีก
"ท่านคาสเซียนคะ! นี่มันริมหาดนะ! แล้วฉันกำลังซีเรียสเรื่องหมายจับอยู่นะยะ!" เอลีน่าตีแขนเขาเบาๆ อย่างขัดใจ
"ฉันก็ซีเรียสเหมือนกันค่ะ" คาสเซียนก้มลงมองสบตา ดวงตาสีนิลคู่นั้นลึกล้ำจนเอลีน่าอ่านไม่ออก "ซีเรียสว่า... ใครกันแน่ที่บังอาจกล้าใส่ร้ายผู้หญิงของฉัน"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เสียงคลื่นซัดสาดกลายเป็นเพียงฉากหลัง ขณะที่สายตาของพวกเขากำลังสื่อสารความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย
ทว่า... ช่วงเวลาโรแมนติกอันน้อยนิดก็ถูกทำลายลงอย่างไม่ใยดี เมื่อเสียงใสแจ๋วของนางเอกในนิยายดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง
"พะ... พี่คาสเซียนคะ! คุณเอลีน่า!"
เจ้าหญิงโซเฟียวิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดอยู่ตรงหน้า ใบหน้าหวานใสเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก มือเล็กๆ กำกระดาษม้วนหนึ่งแน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตากลมโตคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
"เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! ในเมือง... ในเมืองเขากำลังประกาศตามล่าตัวคุณเอลีน่าข้อหา... ข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังกบฏแดนใต้ค่ะ!" โซเฟียพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แม้ในเนื้อเรื่องเดิม โซเฟียจะต้องเกลียดชังและหวาดกลัวนางร้ายอย่างเอลีน่า แต่สำหรับโซเฟียในตอนนี้... เธอกลับมองเอลีน่าเป็นทั้งไอดอลและพี่สาวใจดีที่คอยปกป้องเธอมาตลอด ภาพที่เอลีน่าถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏจึงทำให้เจ้าหญิงน้อยใจสลายยิ่งกว่าใคร
เอลีน่าค่อยๆ ผละออกจากอ้อมแขนของคาสเซียน เธอหันไปมองโซเฟียที่กำลังยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงหน้า
สมองอันชาญฉลาด (ที่มักจะคิดเรื่องแปลกๆ) ของเอลีน่าเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว
หากนี่คือแผนการของตัวร้ายตัวจริงในเบื้องหลัง... เป้าหมายของมันคงไม่ใช่แค่การกำจัดเธอ แต่เป็นการสร้างความร้าวฉานระหว่างเธอกับคาสเซียน และดึงโซเฟียเข้ามาเป็นหมากในเกมการเมืองนี้ด้วย
มุมปากของเอลีน่ากระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เธอตั้งใจจะให้มันดู "ร้ายกาจและเยือกเย็น" แบบนางร้ายมืออาชีพ
"ร้องไห้ทำไมคะ เจ้าหญิงโซเฟีย" เอลีน่าเชิดหน้าขึ้น ก้าวเข้าไปหาโซเฟียด้วยท่าทีที่เย่อหยิ่ง (ในความคิดของเธอ) มือเรียวเอื้อมไปเช็ดน้ำตาให้เด็กสาวอย่างเบามือโดยสัญชาตญาณความใจดี (ที่แก้ไม่หายสักที) "คิดว่าฉันจะกลัวหมายจับกระดาษแผ่นเดียวงั้นเหรอคะ? อยากจะใส่ร้ายฉันนักใช่ไหม... งั้นก็ลองดูสิคะ ว่าเกมนี้ใครกันแน่ที่จะต้องพินาศ!"
คำพูดที่พยายามจะร้ายกาจ แต่แววตากลับฉายแววเป็นห่วงเป็นใยจนปิดไม่มิด ทำเอาโซเฟียโผเข้ากอดเอลีน่าแน่นทันที
"ฮือ... คุณเอลีน่าใจดีขนาดนี้ จะไปเป็นกบฏได้ยังไงคะ! โซเฟียไม่เชื่อหรอกค่ะ!"
เอลีน่า : "..." (เดี๋ยวนะคะนางเอก! บทเธอต้องกลัวฉันไม่ใช่เหรอคะ! ทำไมมากอดฉันแบบนี้เล่า!)
คาสเซียนที่ยืนมองภาพนั้นยิ้มมุมปากอย่างขบขัน ขณะที่คาลวินซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยกำลังแอบอมยิ้ม
แต่ทว่า... ความอบอุ่นชั่วครู่ก็ถูกกระชากหายไป เมื่อจู่ๆ ลมทะเลที่เคยสงบก็พัดกรรโชกแรงขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ เสียงฝีเท้าจำนวนมากนับร้อยคู่ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากแนวป่าสนริมหาด
ธงสัญลักษณ์รูป "กางเขนเลือด" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกองกำลังกบฏแดนใต้ที่เพิ่งถูกกวาดล้างไป ปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มคนที่สวมชุดเกราะเหล็กสีดำสนิท พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้ทุกลมหายใจต้องสะดุด
"เจอตัวแล้ว! สตรีผู้เป็นนายเหนือหัวแห่งกองกำลังกบฏ... จับกุมตัวนางไว้!"
เอลีน่าเบิกตากว้างเมื่อเห็นกองกำลังนับร้อยพุ่งตรงมาที่เธอโดยมีเป้าหมายชัดเจน
และก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว กระบี่คมกริบเล่มหนึ่งก็ถูกจ่อมาที่ลำคอของเธอจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบเย็นเยียบที่ดังขึ้นชิดใบหู
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักสุดท้าย... ราชินีแห่งความมืด"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความป่วนและร่วมลุ้นไปกับความพยายาม(ที่จะร้าย)ของน้องลินินเสมอนะคะ!
แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี•ตอนที่ 47
วันหยุดที่แสนวุ่นวาย
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!