“ฉิบหายแล้วค่ะท่านเคาน์เตส... รูดซิปไม่ลง!”
เสียงกระซิบกระซาบที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของ ‘มีอา’ สาวใช้คนสนิท ดังขึ้นลอดผ่านผ้าม่านห้องแต่งตัวตัวหนาหนักในค่ำคืนงานราตรีประจำฤดูหนาวของราชสำนัก แรงดึงยื้อเบาๆ จากด้านหลังทำให้แผ่นหลังของฉันแอ่นตามแรงกระชากโดยอัตโนมัติ เสียงตะเข็บผ้าไหมอิตาลีสีแดงเพลิงส่งเสียง ‘แคว่ก’ เบาๆ เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ทำเอาหัวใจของฉันร่วงลงไปตาตุ่ม
ฉัน—เอลีน่า หรือในอดีตคือลินิน สาวออฟฟิศผู้เชี่ยวชาญการปั่นงานเอกสารหน้าคอมพิวเตอร์จนดึกดื่น—กำลังยืนแข็งทื่อเป็นหินอยู่ในชุดราตรีไซส์มินิมอลที่ออกแบบมาเพื่อ ‘นางร้าย’ ผู้ปราดเปรียวและเย้ายวน แต่น่าเสียดายที่แม่นางร้ายคนนี้ดันเผลออินจัดกับการกินพุดดิ้งนมสดฝีมือเชฟหลวงติดต่อกันสามคืนรวดเพื่อแก้เครียด ผลลัพธ์จึงปรากฏชัดเจนบนซิปหลังที่อวดดีเกินเบอร์ มันติดแหง็กอยู่ตรงสะดูกสะบักราวกับถูกเชื่อมด้วยเหล็กกล้า
“ใจเย็นๆ ค่ะมีอา หายใจเข้าลึกๆ...” ฉันพยายามสูดลมหายใจเข้าปอด ทว่ายิ่งสูดเข้ามากเท่าไหร่ หน้าอกก็ยิ่งขยายจนซิปเจ้ากรรมยิ่งตึงเปรี๊ยะน่ากลัวกว่าเดิม “เดี๋ยวนะคะ อย่าเพิ่งดึงแรง ผ้ามันจะปริแยกกลางงานเลี้ยงไม่ได้เด็ดขาด ภาพลักษณ์นางร้ายผู้สูงศักดิ์และน่าสะพรึงกลัวของฉันจะพังทลายลงมาในสามวิไม่ได้นะคะ!”
“แต่นี่เหลือเวลาอีกแค่ห้านาทีที่ขบวนเสด็จจะประกาศชื่อเรานะคะท่านเคาน์เตส! ถ้าชุดฉีกขึ้นมาจริงๆ เราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะคะเนี่ย!” มีอาเหงื่อตกพลั่ก มือไม้สั่นเทาจนแทบจะทำตลับแป้งตกพื้น
ฉันกัดริมฝีปากแน่น สมองอันชาญฉลาดที่เคยใช้เกลี่ยตัวเลขงบประมาณบริษัทเริ่มทำงานด้วยความเร็วสูง ในฐานะตัวร้ายที่ตั้งใจจะมาสร้างความปั่นป่วนให้งานเต้นรำลุกเป็นไฟ การปรากฏตัวด้วยชุดขาดวิ่นจนต้องห่อตัวด้วยผ้าปูโต๊ะไม่ใช่แผนที่วางไว้แน่ๆ ค่ะ!
*ก๊อกๆ*
เสียงเคาะประตูห้องแต่งตัวดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่แฝงความเยียบเย็นและเร่งรีบจนน่าขนลุก
“เอลีน่า... เธอทำอะไรอยู่ทำไมนานนัก ขบวนเสด็จขององค์จักรพรรดิมาถึงห้องโถงใหญ่แล้ว หรือเธอเปลี่ยนใจไม่อยากไปสู้รบปรบมือกับใครอีก?”
เสียงของ ‘ดยุคคาสเซียน’ พระเอกหนุ่มผู้เย็นชาและปากแข็งคนนั้นเองค่ะ! ให้ตายสิ ทำไมเขาต้องมาเคาะประตูเร่งเอาตอนนี้ด้วยเล่า ปกติเขาควรจะยืนจิบไวน์รออยู่ข้างล่างอย่างไร้เยื่อใยไม่ใช่หรือไง หรือสัญชาตญาณสัตว์ป่าของเขาเริ่มจับกลิ่นอายความชิบหายของฉันได้แล้ว
“เอ่อ... ท่านดยุคคะ! คือว่า...” ฉันละล้าละลัง เหงื่อกาฬแตกพลั่กพล่านยิ่งกว่าตอนโดนเจ้านายเรียกเข้าห้องเย็น “คือดิฉัน... กำลังแต่งตัวให้ออกมางดงามสมเกียรติท่านที่สุดอยู่ค่ะ! กรุณารอสักครู่นะคะ ห้ามเปิดเข้ามาเด็ดขาด ไม่งั้น... ไม่งั้นท่านจะตาบอดเพราะความเจิดจ้าค่ะ!”
“เจิดจ้า?” น้ำเสียงทุ้มติดจะสงสัยเจือความระแวงอย่างเห็นได้ชัด “เสียงเธอเหมือนคนกำลังจะคลอดลูกมากกว่าจะแต่งตัวนะเอลีน่า เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ถ้าเธอยังชักช้า ฉันจะพังประตูเข้าไปล่ะนะ”
สิ้นคำขู่แกมคำสั่ง ร่างสูงใหญ่เงบทะมึนก็ทาบทับลงบนบานประตูไม้แกะสลักทันที เขามีสิทธิ์ทำแบบนั้นจริงๆ เสียด้วยสิ เพราะนี่คือเขตอิทธิพลของตระกูลเขา!
ในวินาทีเป็นตายเท่ากัน สายตาของฉันก็กวาดไปเห็นอุปกรณ์กู้ชีพสุดครีเอทที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง... เข็มกลัดเพชรเม็ดโตขนาดเท่ากำปั้นเด็กที่เจ้าหญิงโซเฟียเพิ่งส่งมาas gift ไถ่โทษเรื่องชาเมื่อสัปดาห์ก่อน และ... ‘ริบบิ้นกำมะหยี่สีดำยาวสามเมตร’ ที่ใช้ผูกกล่องของขวัญเมื่อครู่
สมองของฉันสว่างวาบราวกับมีหลอดไฟนีออนร้อยดวงมาเปิดสวิตช์พร้อมกันในหัว!
“มีอา!” ฉันหันไปคว้าอุปกรณ์ทั้งหมดด้วยความเร็วแสง “เอากรรไกรมานี่ค่ะ!”
“คะ? ท่านเคาน์เตอร์จะทำอะไรคะ อย่าบอกนะว่าจะตัดชุดทิ้ง?!”
“ตัดสิคะ รออะไรอยู่ล่ะ!” ฉันสบถในใจอย่างมาดมั่น ก่อนจะตัดสินใจทำเรื่องที่ไม่มีกุลสตรีคนไหนในอาณาจักรนี้เคยทำมาก่อนในประวัติศาสตร์
*แคว่ก!*
ฉันจัดการใช้กรรไกรตัดผ้าส่วนเกินด้านหลังตรงตะเข็บที่ซิปรูดไม่ขึ้นออกเป็นทางยาวอย่างไม่ลังเล เพื่อระบายความอึดอัดและเปิดพื้นที่ให้ปอดได้ทำงาน แต่ปัญหาก็คือ... มันจะเผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนนุ่มโล่งโจ้งซึ่งผิดระเบียบพิธีการอันเคร่งครัดของราชสำนักอย่างสิ้นเชิง!
ทว่า ‘ชาเขียวแก้วร้าย’ เสียชื่อไม่ได้ค่ะ!
ฉันคว้าริบบิ้นกำมะหยี่สีดำสนิทมาร้อยไขว้ไปมาสลับกับเข็มกลัดเพชรเม็ดโต ตรึงรอยแยกของชุดราตรีสีแดงสดให้ยึดติดกันไว้ด้วยฝีมือการเย็บปักถักร้อยเฉพาะกิจแบบลวกๆ แต่กลับดูเก๋ไก๋เร้าใจสไตล์คอร์เซ็ตพังค์ร็อกยุคศตวรรษที่สิบเก้า! เมื่อมองผ่านกระจกเงาบานใหญ่ ภาพสะท้อนของหญิงสาวในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ด้านหลังถูกร้อยด้วยริบบิ้นกำมะหยี่สีดำไขว้เป็นรูปกากบาท พร้อมประกายเพชรระยิบระยับสะดุดตา มันไม่ได้ดูเหมือนคนเสื้อผ้าขาดเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับดูเซ็กซี่ ทรงพลัง และเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายความ ‘ร้ายกาจ’ แบบที่ตั้งใจไว้ไม่มีผิดเพี้ยน!
“โอ้โห... ท่านเคาน์เตสคะ มันช่าง... มันช่างดูเย้ายวนจนน่ากลัวเลยค่ะ!” มีอาอ้าปากค้าง ตาโตเป็นไข่ห่าน
“เยี่ยม! สวยงามและปั่นป่วนในเวลาเดียวกัน สมบูรณ์แบบค่ะ!” ฉันสะบัดบ๊อบใส่กระจกหนึ่งที ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกแล้วหมุนตัวไปกระชากประตูห้องเปิดออกกว้าง
ร่างสูงโปรดของดยุคคาสเซียนที่กำลังเงื้อมือเตรียมจะเคาะซ้ำ ชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตาคมกริบสีเทาดุจควันบุหรี่กวาดมองสำรวจร่างของฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาที่เคยฉายแววหงุดหงิดระคนสงสัย ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความนิ่งงัน ทว่าประกายในนัยน์ตากลับลึกล้ำขึ้นจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวเขาเย็นเยียบลงไปอีกหลายองศา ทว่าลมหายใจของเขากลับสะดุดไปจังหวะหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด
“เธอ...” คาสเซียนเปิดปากเสียงแหบพร่า สายตาคมกริบจดจ้องอยู่ที่รอยไขว้ของริบบิ้นกำมะหยี่บนแผ่นหลังของฉันผ่านเงาสะท้อน “ชุดของเธอไปโดนอะไรมา ทำไมมันถึง...”
“อ๋อ ชุดเหรอคะ?” ฉันเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มร้ายกาจแบบฉบับนางร้ายมือใหม่ถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างมั่นอกมั่นใจ “นี่คือแฟชั่นชั้นสูงจากต่างแดนต่างหากล่ะคะท่านดยุค! ความเรียบร้อยน่าเบื่อหน่ายแบบที่ท่านคุ้นเคยมันเชยระเบิดไปแล้วค่ะ การเปิดเผยความโดดเด่นด้วยดีไซน์ ‘คอร์เซ็ตเปิดหลังอิสระ’ ต่างหากคือเทรนด์ใหม่ที่จะเขย่าบัลลังก์ในค่ำคืนนี้!”
คาสเซียนนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขาไม่ได้เอ่ยปากเถียง หรือแม้แต่จะตำหนิความบ้าบิ่นนี้ ชายหนุ่มเพียงแค่ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนฉันต้องถอยหลังกรูดไปชนขอบโต๊ะเครื่องแป้ง กลิ่นอายบุรุษเพศอันเย้ายวนเจือกลิ่นไม้สนซีดาร์ลอยมาแตะจมูกจนหัวใจเจ้ากรรมเต้นรำไม่เป็นจังหวะ
มือหนาเอื้อมมาแตะที่ปลายเส้นริบบิ้นสีดำบริเวณสะบักของฉันเบาๆ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาทำเอาผิวเนื้อบริเวณนั้นร่านร้อนราวกับโดนไฟลวก ฉันสะดุ้งเฮือก รีบปัดมือเขาออกทันทีด้วยความเขินอายที่พยายามกลบเกลื่อนสุดฤทธิ์
“อย่ามาลามปามนะคะท่านดยุค! นี่คือศิลปะค่ะ ศิลปะ!”
“ศิลปะงั้นหรือ...” คาสเซียนโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “ฉันว่ามันเป็นแค่ข้อแก้ตัวของยัยตัวแสบที่กินพุดดิ้งเกินขนาดจนรูดซิปไม่ลงมากกว่ากระมัง”
ให้ตายสิ! เขารู้ได้ยังไงคะเนี่ยว่าฉันแอบกินพุดดิ้งไปสามถ้วย!
“มะ... ไม่จริงสักหน่อยนะคะ! ดิฉันผอมเพรียวสมส่วนตลอดเวลาต่างหาก!” ฉันเถียงเสียงหลง หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู
คาสเซียนไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นแต่มันกลับมีอานุภาพทำลายล้างหัวใจคนมองอย่างรุนแรง เขายื่นแขนข้างหนึ่งออกมารอให้ฉันคล้อง พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ฉันรู้ตัวทันทีว่าค่ำคืนนี้... แผนการร้ายของฉันคงไม่ได้เดินไปตามที่คิดไว้เสียแล้ว
“ไปกันเถอะแม่นางร้ายตัวน้อย ได้เวลาไปแสดงละครป่วนวังให้พวกเขานั่งไม่ติดกันแล้ว”
ฉันกัดริมฝีปากอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะสอดมือเข้าไปคล้องแขนเขาแน่น ก้าวเดินออกจากห้องแต่งตัวมุ่งหน้าสู่ห้องโถงใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและเสียงดนตรีบรรเลง โดยไม่รู้เลยว่า...
ประตูบานใหญ่ที่ปิดสนิทเบื้องหน้ากำลังจะเปิดต้อนรับ ‘แขกที่ไม่ได้รับเชิญ’ ผู้กุมความลับดำมืดในอดีตของเอลีน่า และคนคนนั้นกำลังจ้องมองตรงมาที่รอยริบบิ้นกำมะหยี่บนหลังของฉันด้วยสายตาที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาป่วนและเอ็นดูยัยน้องเอลีน่าด้วยกันเสมอนะคะ
***
แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี•ตอนที่ 43
ความฮาในชุดราตรี
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!