แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี•ตอนที่ 42

แผนการทำลายงานเลี้ยง (อีกแล้ว)

ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
“ระวัง!” น้ำเสียงทุ้มต่ำของดยุคคาสเซียนตวัดผ่านความโกลาหลราวกับสายคาดเหล็กที่ดึงรั้งสติของเอลีน่าให้กลับคืนมา เหรียญตราทองคำโบราณในมือของเธอกำลังแผดเผาผิวหนังจนเกิดควันจางๆ กลิ่นอายมิติบิดเบี้ยวพวยพุ่งขึ้นมาเป็นวงแหวนสีม่วงเข้ม บรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยวราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกสาดน้ำใส่ พื้นหินอ่อนของห้องจัดเลี้ยงสะท้อนภาพรอยแยกสีดำสนิทที่กำลังขยายตัวราวกับใยแมงมุม *แย่แล้ว! ทำไมแผนการทำลายงานเลี้ยงฉลองครบรอบตระกูลดานิลอฟของฉัน ถึงกลายเป็นการอัญเชิญภัยพิบัติระดับล้างโลกไปได้ล่ะเนี่ย!* เอลีน่ากรีดร้องอยู่ในใจ สมองน้อยๆ ของอดีตสาวออฟฟิศหมุนติ้วอย่างบ้าคลั่ง ในตอนแรกเธอตั้งใจจะใช้เหรียญตราต้องห้ามอันนี้เพื่อป่วนงานเลี้ยงให้พังพินาศ สมสมุติฐานการเป็น 'นางร้ายผู้ชั่วร้าย' ที่วันๆ เอาแต่สร้างความปั่นป่วน แต่นี่มันเลยเถื่อนเกินขอบเขตคำว่า 'ป่วน' ไปไกลโขแล้ว โลกในนิยายกำลังจะแตกสลายจริงๆ ต่อหน้าต่อตาเธอนี่แหละ! “เอลีน่า ถอยไป!” คาสเซียนไม่พูดเปล่า ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้ามาคว้าเอวบางของเธอไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว แรงกระชากนั้นทำให้ร่างของเธอปลิวไปแนบชิดกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นหนา กลิ่นกายบุรุษเจือกลิ่นอายฝนแรกและชาดำเย็นยะเยือกโชยเข้าจมูก ทว่าในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย หัวใจเจ้ากรรมของเธอกลับเต้นรัวระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่อยู่ห่างกันแค่คืบต่างหาก ดวงเนตรสีนิลของท่านดยุคกวาดมองความโกลาหลเบื้องหน้าด้วยแววตานิ่งสงบ ทว่าประกายความกังวลระคนห่วงใยที่ฉายชัดผ่านม่านตานั้นทำให้เอลีน่าถึงกับลืมหายใจ “ทะ… ท่านคาสเซียน เหรียญนี่มันควบคุมไม่ได้ค่ะ!” เอลีน่าละล่ำละลักบอก มือเรียวพยายามสลัดเหรียญร้อนจี๋ออกจากมือ แต่มันกลับฝังรากลึกราวกับหลอมรวมเข้ากับผิวหนังของเธอไปเสียแล้ว “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้นะคะ! ฉันแค่… แค่จะทำให้งานเลี้ยงมันดูวุ่นวายเล่นๆ นิดหน่อยเอง!” คาสเซียนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของบรรดาแขกเหรื่อที่วิ่งหนีตายกันอลหม่าน เขากลับหัวเราะในลำคอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเรื่องตรงหน้าเป็นเพียงละกอนตลกคาเฟ่ “ทำให้งานวุ่นวายเล่นๆ อย่างนั้นหรือ…” เขาเอ่ยทวนคำ เสียงกระซิบนั้นชิดริมใบหูของเธอจนขนลุกซู่ “เจ้ามีความสามารถพิเศษในการสร้างความพินาศโดยไม่ต้องพยายามอยู่แล้วนะ เอลีน่า… ดูเอาเถอะ ขนมปังอบชีสที่เจ้าตั้งใจจะสั่งให้พ่อครัวทำพัง เพื่อแกล้งข้าเมื่อเช้า ตอนนี้ยังอร่อยกว่ารอยแยกมิตินั่นเสียอีก” *นี่เขายังมีอารมณ์มาแซวอีกเหรอเนี่ย!* “ไม่ใช่เวลามาพูดเล่นนะคะ!” เอลีน่าหน้าดำคร่ำเครียด ดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้น เธอสะบัดมือแรงๆ จนเหรียญตราหลุดกระเด็น ทว่ามันกลับไม่ตกลงพื้น แต่มันกลับลอยค้างกลางอากาศ และแผ่ขยายม่านพลังงานสีดำทึบออกมาปกคลุมทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยง รัศมีสีทองแดงจากโคมระย้าคริสตัลเริ่มหรี่แสงลง ความกดอากาศในห้องลดฮวบจนทุกคนหายใจไม่ออก ทว่า… ในวินาทีที่ความหายมาเยือน สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นกลับทำให้เอลีน่าต้องอ้าปากค้างจนแทบกลืนคางตัวเองลงไป เนื่องจากความอลหม่านและแรงสั่นสะเทือนจากรอยแยกมิติ ทำให้โต๊ะอาหารขนาดยักษ์ที่ตั้งอยู่กลางห้อง ซึ่งถูกจัดเตรียมไว้สำหรับแขกชั้นสูงเกิดการไถลเลื่อนด้วยแรงเหวี่ยง โครม! จานอาหารหรูหรานับร้อยใบคว่ำคะมำ ทว่า… แทนที่จะเละเทะและสกปรกอย่างที่ควรจะเป็น แรงกระแทกนั้นกลับทำให้ซอสทรัฟเฟิลสีขาวเข้มข้นราดลงบนเนื้อวากายาว่างเปล่าอย่างพอดิบพอดี ราวกับผ่านการคำนวณทางเรขาคณิตมาอย่างแม่นยำ น้ำซุปใสในหม้อทองคำกระเด็นไปรดลงบนชามสลัดดอกไม้กินได้ กลายเป็นลวดลายศิลปะบนจานอาหารสไตล์โมเดิร์นที่เชฟระดับมิชลินยังต้องยอมกราบ แสงจากรอยแยกมิติที่สาดส่องลงมาสะท้อนกับเครื่องเงินและแก้วคริสตัล เกิดเป็นประกายแสงระยิบระยับราวกับรันเวย์แฟชั่นวีกระดับโลก ความเงียบสงบชั่วขณะเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยง บรรดาแขกเหรื่อที่กำลังวิ่งหนีตายต่างหยุดฝีเท้าลงทีละคน สัญชาตญาณการเอาตัวรอดถูกแทนที่ด้วยความงุนงงระคนตะลึงงัน “เอ่อ…” ขุนนางเฒ่าผู้หนึ่งพึมพำออกมาเบาๆ ขณะก้มมองจานอาหารตรงหน้า “กลิ่นหอมนี่มันอะไรกัน…” “นั่นมัน… จัดวางรูปแบบอาหารแบบอองคอร์ที่สูญหายไปไม่ใช่หรือ?” สตรีสูงศักดิ์อีกคนอุทานขึ้นด้วยความทึ่ง “การจัดวางที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติแบบนี้… แม้แต่ราชสำนักก็ยังจัดงานเลี้ยงได้ไม่ประณีตเท่านี้เลยนะ!” เอลีน่าอ้าปากค้างกะพริบตาปริบๆ สมองของเธอมึนงงไปหมด *นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เธอตั้งใจจะทำลายงานเลี้ยงนะ! ทำไมผลลัพธ์มันถึงออกมากลายเป็นงานเลี้ยงที่หรูหราอลังการที่สุดในประวัติศาสตร์อาณาจักรไปได้ล่ะเนี่ย! ใครก็ได้ช่วยอธิบายที!* “ดูเหมือนว่า…” เสียงทุ้มของคาสเซียนดังขึ้นเหนือศีรษะของเธออีกครั้ง พร้อมกับวงแขนแข็งแกร่งที่กระชับกอดเธอแน่นขึ้นเพื่อป้องกันแรงสั่นสะเทือนระลอกใหม่ “ความพยายาม ‘ร้ายกาจ’ ของเจ้า จะกลายเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการสังคมสงเคราะห์… เอ๊ย สังคมชั้นสูงเสียแล้วกระมัง” “ฉันไม่ได้ตั้งใจนะคะ!” เอลีน่าหันไปโวยวายใส่ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้จนเกินงาม พวงแก้มเนียนใสแดงก่ำด้วยความอับอายและสับสน “นี่มันเป็นความผิดของเหรียญนี่ต่างหาก! ฉันเป็นนางร้ายนะ! ฉันควรจะทำให้ทุกคนร้องไห้หวาดกลัว ไม่ใช่มายืนปรบมือชื่นชมฝีมือการจัดโต๊ะอาหารแบบบังเอิญแบบนี้!” “เจ้าเป็นนางร้ายที่น่ารักที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมาเลยล่ะ” คาสเซียนกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนจนน่าใจหาย ดวงตาสีนิลคมกริบทอดมองเธอด้วยความเอ็นดูระคนหลงใหลอย่างไม่ปิดบัง “ไม่ว่าจะทำอะไร สุดท้ายมันก็กลายเป็นเรื่องดีไปเสียหมด… เจ้าตั้งใจจะมัดใจข้าด้วยวิธีนี้ตั้งแต่แรกหรือเปล่า หืม?” “ใครจะไปมัดใจท่านกันเล่า!” เอลีน่ารีบผลักอกเขาออกเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาผิงมาแนบไว้ “ฉันจะทำลายงานนี้ให้ดู! คอยดูเถอะ!” ทว่า ก่อนที่เธอจะได้หยิบสิ่งของชิ้นอื่นขึ้นมาป่วนงาน รอยแยกมิติที่เคยบิดเบี้ยวกรีดร้องกลับเงียบเสียงลงอย่างฉับพลัน พลังงานสีดำมืดสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองระยิบระยับโปรยปรายลงมาบนโต๊ะอาหารราวกับหิมะโปรยในฤดูหนาว ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าครอบงำ ประตูบานใหญ่แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจงของห้องจัดเลี้ยงก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างระหงในชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ของเจ้าหญิงโซเฟียก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ทว่าเมื่อกวาดสายตาเห็นความอลังการและสวยงามเบื้องหน้า นางก็ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความเลื่อมใสระคนทึ่ง “ท่านพี่เอลีน่า!” โซเฟียอุทานออกมาเสียงดังด้วยความตื่นเต้น ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับ “นี่ท่าน… ท่านจัดเตรียมเซอร์ไพรส์งานเลี้ยงสุดอลังการนี้ด้วยตัวเองเลยอย่างนั้นหรือคะ? ช่างงดงามเหลือเกิน! ข้าไม่เคยเห็นงานเลี้ยงไหนที่สมบูรณ์แบบเท่านี้มาก่อนเลย!” เอลีน่า: “……” *(พูดไม่ออก บอกไม่ถูก อยากจะเอาหัวมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด!)* รอยยิ้มใสซื่อและจริงใจของนางเอกนิยายพุ่งตรงมาปักอกเอลีน่าราวกับลูกศรอาบน้ำผึ้ง ท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราวของเหล่าขุนนางที่เริ่มกลับมาคืนสติ และหันมามองเอลีน่าด้วยสายตาชื่นชมระคนเทิดทูนราวกับเธอเป็นศาสดาเอกของวงการจัดเลี้ยง เอลีน่ายืนแข็งทื่ออยู่กลางห้อง โดยมีดยุคคาสเซียนยืนกอดอกอมยิ้มมองดูความเลิกลั่กของเธอด้วยความขบขัน ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะกลับคืนสู่ความชื่นมื่น เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดเบื้องหลังประตูที่เปิดอ้า ก๊อก… ก๊อก… ก๊อก… เสียงรองเท้าบูทหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังสู่หายนะครั้งใหม่ “ช่างเป็นงานเลี้ยงที่น่าสนุกเสียจริง…” น้ำเสียงแหบพร่าเย็นเยียบราวกับเสียงกระซิบจากหลุมศพดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ร่างนั้นสวมหน้ากากเงินครึ่งซีกปิดบังใบหน้า ทว่าดวงตาคู่คมกริบที่ลอดผ่านหน้ากากออกมานั้นกลับจ้องตรงมาที่เอลีน่าด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม “ข้าคงมาไม่ช้าเกินไปสินะ… แม่นางร้ายผู้กุมกุญแจแห่งมิติที่สูญหาย” เอลีน่าสะดุ้งสุดตัว ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วเท้าขึ้นสู่สันหลังวาบ เมื่อตระหนักได้ว่าบุคคลลึกลับผู้นี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวละครประกอบทั่วไป แต่คือ ‘ต้นตอ’ ของเหรียญตราต้องห้ามที่เธอกำลังถือครองอยู่! **************************************** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและเอ็นดูความโก๊ะของยัยน้องเอลีน่าด้วยกันเสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%