แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี•ตอนที่ 23

เมื่อพระเอกหึงนางร้าย

ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
"เก็บดาบของพวกเจ้าไปซะ ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจไม่ให้พวกเจ้าได้กลับไปกราบแม่ที่บ้าน!" ฉันตวาดลั่นพลางยกมือขึ้นกอดอก พยายามทำเสียงให้แข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจกำลังเต้นแรงราวกับกลองรบ ดาบคมกริบเหล่านั้นจ่ออยู่ที่ปลายจมูกฉันเพียงไม่กี่นิ้ว แต่ใครจะไปนึกล่ะคะว่าการ ‘ลองวิชา’ ร้ายกาจที่วางแผนมาเป็นอย่างดี จะจบลงด้วยการที่ฉันถูกอัศวินของตระกูลคาสเซียนล้อมไว้เหมือนหนูติดจั่นแบบนี้ "ท่านเอลีน่า... พวกเราได้รับคำสั่งให้ควบคุมตัวท่านไว้ในห้องนี้ จนกว่าท่านดยุคจะเสด็จกลับมาขอรับ" หัวหน้าอัศวินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความรู้สึก แต่นัยน์ตาที่มองฉันนั้นมันเต็มไปด้วยความเกรงขามจนน่าอึดอัด ฉันถอนหายใจยาว ก่อนจะแสร้งทำเป็นหยิบพัดขึ้นมาโบกเบาๆ ทั้งที่เหงื่อตกจนหลังเปียกชุ่มไปหมด "โอ้? คำสั่งของคาสเซียนงั้นรึ? ช่างเป็นวิธีจัดการกับสุภาพสตรีที่เสียมารยาทที่สุดเท่าที่เคยพบมาเลยนะ แต่ก็นะ... ถ้าเขากลัวว่าฉันจะหนีไปวางแผนร้ายที่อื่น การกักตัวไว้แบบนี้ก็นับว่าฉลาดน้อยไปนิด" เงียบ... ไม่มีใครตอบโต้ฉันเลยสักคน ในจังหวะที่ฉันกำลังจะอ้าปากต่อว่าเรื่องความมืดมนของห้องนี้ เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก ประตูปราสาทไม้โอ๊คบานยักษ์ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนส่งเสียงดังลั่น แสงไฟจากโถงทางเดินสาดเข้ามา เผยให้เห็นร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบเต็มยศของดยุคคาสเซียน เขายืนอยู่ตรงนั้น นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มดุจมหาสมุทรที่กำลังบ้าคลั่งจับจ้องมาที่ฉันเพียงผู้เดียว คาสเซียนไม่ได้แม้แต่จะปรายตามองเหล่าอัศวินที่ก้มหัวให้เขา เขาเดินตรงดิ่งมาหาฉัน ราวกับว่าทั้งห้องนี้มีเพียงฉันคนเดียวที่เขาสนใจ "วางแผนร้ายงั้นหรือ?" เขาถาม เสียงของเขาต่ำและสั่นพร่าด้วยอารมณ์ที่ฉันอ่านไม่ออก "ท่านถึงกับต้องพาชายหนุ่มแปลกหน้าเข้ามาถึงในห้องส่วนตัว เพื่อทำภารกิจที่ท่านเรียกว่า 'แผนร้าย' ของท่านเนี่ยนะ เอลีน่า?" ฉันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแค่นยิ้ม "อ้อ ท่านหมายถึงคุณชายฟิลลิปที่แวะมาจิบชาน่ะหรือคะ? เขาเป็นแค่แขกที่น่ารักคนหนึ่ง... น่ารักกว่าท่านตั้งเยอะ" บรรยากาศในห้องเย็นเยือกขึ้นทันที คาสเซียนก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันจนแผ่นหลังของฉันติดกับผนังห้องเย็นเฉียบ เขาวางมือลงบนผนังข้างศีรษะฉัน กักตัวฉันไว้ในอ้อมแขน กลิ่นหอมจางๆ ของไม้สนและหิมะจากตัวเขาทำให้หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะ "น่ารัก?" เขาทวนคำนั้นซ้ำ ราวกับจะบดขยี้มันทิ้ง "ท่านคงไม่รู้สินะว่าการที่ท่านไปยิ้มให้ใครต่อใครในอาณาเขตของข้า มันถือเป็นการท้าทายอำนาจของข้ามากแค่ไหน" "ท้าทาย? ท่านเป็นอะไรกับข้าหรือคะ ถึงได้มีสิทธิ์มาหวงก้างแบบนี้?" ฉันเชิดหน้าขึ้นสบตาเขา แม้ขาจะเริ่มสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ก็ตาม คาสเซียนก้มลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่บนพวงแก้มของฉัน เขาไม่ได้โกรธ... อย่างน้อยก็ไม่ใช่ความโกรธที่ฉันคุ้นเคย แต่มันคือความหึงหวงที่ซ่อนเร้นมานานจนเกินจะทนไหว "ข้าอาจจะเป็นเพียงคนที่ท่านพยายามจะร้ายใส่เสมอมา" เขากระซิบเสียงแหบพร่า "แต่เชื่อเถอะเอลีน่า... ข้าไม่ใช่คนใจกว้างพอที่จะเห็นใครมาเด็ดดอกไม้ของข้าไปเชยชมหรอกนะ" "ดอกไม้? ใครดอกไม้กัน!" ฉันโต้กลับหน้าแดงก่ำ คาสเซียนยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูอันตรายและทรงเสน่ห์จนน่าใจหาย เขาเลื่อนมือลงมาแตะที่ปลายคางของฉันอย่างแผ่วเบา "ถ้าท่านยังคิดจะลองดีกับข้าด้วยการเรียกชายอื่นมาที่นี่อีกล่ะก็... ข้าคงต้องหาวิธีล็อกตัวท่านไว้ในที่ที่ไม่มีใครมองเห็น นอกจากข้าเพียงคนเดียว" ประโยคนั้นทำให้ฉันพูดไม่ออก คำพูดของเขาไม่ได้ฟังดูเหมือนคำขู่ แต่มันฟังดูเหมือนการประกาศจองจำที่ทำให้ใจสั่นไหวอย่างประหลาด ทว่าในตอนที่ฉันกำลังจะหาทางตอกกลับด้วยประโยคที่แสบสันที่สุด ประตูด้านหลังของคาสเซียนก็ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต "ท่านพี่คะ! ท่านเอลีน่าอยู่ข้างในหรือเปล่า? ดิฉันมีเรื่องสำคัญจะ—" เสียงของเจ้าหญิงโซเฟียขาดหายไปเมื่อนางเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้า นางเบิกตากว้าง สลับมองระหว่างมือของคาสเซียนที่กักตัวฉันไว้กับใบหน้าที่แดงก่ำของฉัน ก่อนที่นางจะค่อยๆ ถอยหลังไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูจะเข้าใจอะไรผิดไปไกลโข "โอ้... ขออภัยที่รบกวนเวลาส่วนตัวของทั้งคู่ค่ะ... เชิญท่านพี่และท่านเอลีน่า... 'สานต่อ' ภารกิจกันตามสบายนะคะ!" คาสเซียนหันไปมองน้องสาวด้วยสายตาอาฆาต ในขณะที่ฉันได้แต่ยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความอับอาย แต่ก่อนที่ฉันจะทันได้อธิบายอะไร ประตูก็ปิดลงอีกครั้งพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของโซเฟียที่ดังแว่วเข้ามา แต่สิ่งที่ทำลายความเงียบในห้องลงจริงๆ ไม่ใช่เสียงของโซเฟีย... มันคือเสียงกระซิบจากเงามืดที่มุมห้องที่ไม่มีใครสังเกตเห็นมาก่อน "ช่างเป็นภาพที่น่าอภิรมย์จริงๆ... ดยุคผู้เย็นชา กลับกลายเป็นสุนัขรับใช้ที่จงรักภักดีต่อสตรีเพียงคนเดียวเสียได้" คาสเซียนกระชากตัวฉันไปหลบด้านหลังของเขาโดยสัญชาตญาณ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำในความมืด พร้อมกับดาบเล่มใหญ่ที่ปรากฏขึ้นในมือของเขาจากความว่างเปล่า ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อฉันเห็นชายสวมหน้ากากปริศนาก้าวออกมาจากเงา... นี่มันไม่ใช่บทนิยายที่ฉันเคยอ่านเลยสักนิด! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเอาใจช่วยเอลีน่าในความวุ่นวายครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนร้ายฉบับนางร้ายมือใหม่: เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในปฐพี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%