“ถ้ารันคิดว่างานของรันสำคัญกว่าคำสัญญาที่ให้ไว้กับอิ่ม งั้นเราก็คงไม่ต้องนัดกันอีกต่อไปแล้วค่ะ”
เสียงหวานที่มักจะนิ่งเรียบเป็นปกติบัดนี้กลับสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ หมออิ่มวางช้อนสแตนเลสลงกระทบจานข้าวในร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ใกล้คณะแพทย์จนเกิดเสียงดัง ‘เคร้ง’ ผู้คนรอบข้างที่กำลังนั่งคุยกันอย่างเพลิดเพลินเริ่มหันมามองเป็นตาเดียว แต่คนตัวเล็กในชุดกาวน์สั้นที่ดูเหนื่อยล้าเต็มทนไม่สนใจสายตาใครทั้งนั้น เธอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่วันนี้ดูโทรมลงเพราะอดนอนของคนตรงหน้าด้วยความผิดหวัง
รันธกรชะงักมือที่กำลังจับช้อนค้างไว้ เขารู้สึกเหมือนมีก้อนหินก้อนใหญ่จุกอยู่ที่คอหอย “อิ่ม... อย่าเพิ่งพูดแบบนั้น งานสถาปัตย์ส่งโปรเจกต์ใหญ่ปลายเทอมนะ รันไม่ได้ตั้งใจจะผิดนัดอิ่มเลย แต่กว่าจะดึงเส้นเสร็จ กว่าจะแก้แบบตามที่อาจารย์สั่ง มันก็เลยเวลามานานขนาดนี้”
“งานสถาปัตย์สำคัญค่ะ อิ่มเข้าใจ แต่มันสำคัญกว่าความรู้สึกของคนที่รอเหรอคะ?” หมออิ่มแค่นยิ้มบางๆ ซึ่งมันดูเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการร้องไห้ “รันรู้ไหมคะว่าวันนี้อิ่มต้องแลกเวรกับเพื่อนมาเพื่อให้มีเวลาว่างตรงกับรันแค่สองชั่วโมง แต่รันเลือกที่จะให้คำตอบอิ่มแค่ข้อความเดียวว่า ‘เดี๋ยวไปหา’ แล้วหายไปเลยสามชั่วโมง”
รันธกรถอนหายใจหนักหน่วง เขาละมือจากช้อนแล้วคว้ามือเรียวของคนรักไว้ แต่หมออิ่มกลับชักมือหนีอย่างรวดเร็ว ความเย็นชาที่ได้รับทำเอาชายหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้าที่กลางอก
“รันขอโทษ... เดี๋ยวคืนนี้รันจะทำชดเชยให้ เราจะไปนั่งดูดาวที่ดาดฟ้าตึกคณะอิ่มไหม? หรือจะให้รันไปรับที่หอตอนดึก...”
“หยุดเถอะค่ะ” หมออิ่มขัดขึ้น สายตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับกลายเป็นความว่างเปล่าที่น่าใจหาย “อย่าเอาเวลาที่เหลือทิ้งมาทำเป็นเศษเสี้ยวให้คนอื่นเลยค่ะ รันเหนื่อย อิ่มเองก็เหนื่อย พักผ่อนเถอะนะคะ”
พูดจบ รันก็เห็นแผ่นหลังบางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินกึ่งวิ่งออกไปจากร้าน รันธกรอยากจะลุกตามไป แต่ร่างกายที่ไม่ได้พักผ่อนมาสองวันเต็มกลับหนักอึ้งเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ เขาได้แต่มองผ่านกระจกใสเห็นหมออิ่มก้าวขึ้นรถแท็กซี่ไปโดยไม่หันกลับมามอง
คืนนั้น ห้องนอนของรันธกรเงียบเชียบผิดปกติ กลิ่นสีสเปรย์และกระดาษไขที่อบอวลอยู่ในห้องที่เคยทำให้เขารู้สึกภูมิใจกับผลงาน วันนี้กลับกลายเป็นกลิ่นที่เขารู้สึกขยะแขยงตัวเอง เขาเดินไปที่โต๊ะดราฟต์ มองแบบจำลองสถาปัตยกรรมที่เพิ่งทำเสร็จด้วยความรู้สึกที่พังทลาย
*‘เพราะเราอยู่คนละโลกหรือเปล่านะอิ่ม’* รันคิดในใจพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอที่ไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ จากคนรักเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน
วันรุ่งขึ้น ณ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เต้ที่เดินถือแก้วกาแฟเข้ามาเห็นเพื่อนรักนั่งเหม่อมองโต๊ะดราฟต์โดยไม่แตะต้องงานที่เหลืออยู่ก็พอจะเดาออก เขาถอนหายใจแล้วตบไหล่เพื่อนแรงๆ
“ทะเลาะกับหมอเขาอีกแล้วดิ?”
รันไม่ตอบ ได้แต่พยักหน้าช้าๆ “กูผิดเองแหละเต้ กูมันเห็นแก่ตัว คิดว่างานกูสำคัญที่สุด จนลืมไปว่าความรักมันต้องการเวลาดูแลเหมือนต้นไม้ ถ้าไม่รดน้ำ มันก็แห้งตาย”
“เออ ดีที่มึงยังคิดได้” เต้ลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ “แต่กูจะบอกอะไรให้นะ ในฐานะเพื่อนที่เห็นความพยายามของมึงมาตลอด หมออิ่มเขาไม่ใช่คนงี่เง่า ที่เขาโกรธเพราะเขา ‘แคร์’ มึงมากเกินไป ถ้าวันไหนเขาเงียบไปเลยโดยไม่โกรธ นั่นแหละ... วันนั้นมึงตายจริง”
คำพูดของเต้เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ รันรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เขาตัดสินใจกดโทรออกหาหมออิ่ม สายรออยู่สามครั้งก่อนจะถูกตัดเข้าสู่ระบบฝากข้อความ เขาพยายามโทรซ้ำอีกห้าครั้ง ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม
เขาตัดสินใจเดินออกจากตึกคณะมุ่งหน้าตรงไปยังตึกคณะแพทย์ทันที ในหัวมีเพียงความคิดเดียวคือต้องไปขอโทษและอธิบายให้เข้าใจ
เมื่อไปถึงหน้าตึกคณะแพทย์ บรรยากาศดูวุ่นวายกว่าปกติ นักศึกษาแพทย์เดินขวักไขว่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด รันเดินตามหาหมออิ่มจนไปถึงหน้าห้องแล็บปฏิบัติการ เขาสังเกตเห็นหมวดมีน เพื่อนสนิทของอิ่มกำลังเดินสวนออกมาพอดี
“หมวดมีนครับ! อิ่มอยู่ข้างในไหม?” รันรีบถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
หมวดมีนชะงัก เธอจ้องมองรันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่มีความขี้เล่นเหมือนทุกครั้งที่เคยแซวกัน “รัน... อิ่มไม่ได้อยู่ข้างในหรอกนะ”
“อ้าว... แล้วเธอไปไหนครับ?”
หมวดมีนถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาแล้วเปิดรูปหน้าจอให้รันดู รันตัวชาไปทั้งตัวเมื่อเห็นรูปในจอ เป็นรูปหมออิ่มกำลังยืนยิ้มให้ชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดเสื้อกาวน์ที่ดูภูมิฐาน ทั้งสองคนดูสนิทสนมกันมากเกินกว่าจะเป็นแค่เพื่อนร่วมงานหรือคนรู้จักทั่วไป
“นี่คือใครครับ?” เสียงรันสั่นเครือ
“เป็นรุ่นพี่เรสซิเดนท์ที่โรงพยาบาลที่อิ่มไปฝึกงานค่ะ เขาตามจีบอิ่มมาพักใหญ่แล้ว และดูเหมือนอิ่มจะเริ่มเปิดใจ เพราะช่วงนี้เขามีเวลาให้อิ่มมากกว่าคนที่ ‘ปากบอกว่ารัก แต่ทำเหมือนเป็นของตาย’ มากเลยนะรัน”
ยังไม่ทันที่รันจะเอ่ยปากถามอะไรต่อ เสียงประกาศจากลำโพงของคณะก็ดังขึ้นเรียกชื่อนักศึกษาแพทย์ปี 5 ให้ไปรวมตัวกันที่ห้องประชุมใหญ่ รันเห็นหมออิ่มเดินออกมาจากมุมตึก เธอสบตากับเขานิ่งนาน สายตาคู่นั้นไม่มีความโกรธ ไม่มีน้ำตา แต่มีความรู้สึกหนึ่งที่เขากลัวที่สุดนั่นคือ ‘ความเฉยเมย’
เธอกำลังจะเดินผ่านเขาไปโดยไม่ทักทาย รันตัดสินใจกระชากแขนเธอเบาๆ แต่ในจังหวะนั้นเอง ชายหนุ่มรุ่นพี่คนในรูปก็เดินเข้ามาประกบข้างหมออิ่มแล้วโอบไหล่เธออย่างถือสิทธิ์
“อิ่มครับ... ไปหาอะไรทานกันดีกว่า พี่จองโต๊ะร้านประจำที่อิ่มชอบไว้แล้วนะ”
หมออิ่มหันไปยิ้มให้รุ่นพี่คนนั้นด้วยรอยยิ้มที่รันไม่เคยได้รับมานานเหลือเกิน ก่อนจะหันมามองรันด้วยแววตาที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง
“ขอโทษนะรัน... วันนี้อิ่มมีนัดสำคัญแล้วค่ะ”
รันธกรยืนนิ่งค้างกลางทางเดิน ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน เขาเห็นเพียงแผ่นหลังของคนที่เขารักที่สุดเดินจากไปพร้อมกับคนที่พร้อมจะแย่งชิงตำแหน่งในหัวใจของเธอไปทุกเมื่อ นี่คือรอยร้าวที่ใหญ่เกินกว่าที่เขาจะใช้แค่คำว่า ‘ขอโทษ’ มาซ่อมแซมได้อีกต่อไปแล้ว
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรักที่เริ่มสั่นคลอนของหมออิ่มและรันธกรในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ - เกียร์เปื้อนกาวใจ
สถาปัตย์หัวใจ ยัยคุณหมอหน้าตาย•ตอนที่ 35
รอยร้าวเล็กๆ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจ ยัยคุณหมอหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!