“ถ้าจะร้องไห้ ก็ร้องออกมาเถอะค่ะ... ไม่ต้องเก่งให้ฉันเห็นตลอดเวลาก็ได้”
ประโยคเรียบเรื่อยที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของรันธกร ทำให้บรรยากาศในห้องพักแพทย์ที่เงียบสงัดดูบีบคั้นขึ้นทันตา มือหนาที่เปรอะไปด้วยคราบสีอะคริลิกจากการโหมงานโปรเจกต์ข้ามคืนค่อยๆ เอื้อมไปแตะไหล่ของหญิงสาวที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้ ดวงตาคมกริบของคนเป็นสถาปนิกจับจ้องไปที่ใบหน้าสวยจัดที่ยังคงเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับไหวระริกเหมือนผิวน้ำที่ถูกหยดหมึกสีดำหยดลงไป
หมออิ่มไม่ได้ตอบโต้ เธอเพียงแค่กำหมัดแน่นบนตัก ความรู้สึกอัดอั้นจากเหตุการณ์คนไข้เคสสำคัญที่เพิ่งสูญเสียไปเมื่อช่วงบ่ายยังคงตีตื้นอยู่ในอกราวกับก้อนหินหนักอึ้ง เธอถูกสอนมาเสมอว่า 'หมอห้ามอ่อนแอ' แต่ในวินาทีที่รันธกรก้าวเข้ามาในห้องนี้โดยไม่บอกกล่าว พร้อมกับกาแฟรสขมที่เขารู้ว่าเธอชอบ มันกลับกลายเป็นจุดเปราะบางที่พังทลายกำแพงทั้งหมดลง
“ฉัน... ฉันทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ” เสียงของหมออิ่มแผ่วเบาจนแทบจะเป็นกระซิบ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยที่เคยเย็นชาเหมือนน้ำแข็งในตอนนี้กลับฉ่ำวาวไปด้วยม่านน้ำตา
รันธกรไม่พูดอะไรต่อ เขาทำเพียงแค่ดึงร่างเพรียวบางนั้นเข้ามาในอ้อมกอด สัมผัสจากเสื้อช็อปวิศวะสีกรมท่าที่ดูจะมีความหยาบกระด้างปะทะกับเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา ความแตกต่างที่ลงตัวอย่างประหลาด รันธกรซุกใบหน้าลงบนไหล่ลาดของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ข้างลำคอระหง
“ใครบอกว่าไม่ดีพอ” เสียงของเขาทุ้มต่ำและจริงจัง “คนไข้คนนั้นรอดมาได้จนถึงวินาทีสุดท้ายเพราะฝีมือของหมออิ่ม... ผมเห็นตอนที่คุณพยายามทำ CPR จนถึงวินาทีสุดท้าย แขนเสื้อกาวน์ที่เปื้อนเลือดนั่นมันบอกว่าคุณทุ่มเทแค่ไหน อย่าเอาความรับผิดชอบของโลกทั้งใบมาวางไว้บนไหล่เล็กๆ ของตัวเองคนเดียวสิครับ”
หมออิ่มปล่อยโฮออกมาในอ้อมกอดของเขา มือที่เคยกำแน่นค่อยๆ คลายออกแล้วเปลี่ยนมาขยำเสื้อช็อปของคนตัวโตกว่าแทน ความร้อนจากฝ่ามือของเขาที่ลูบแผ่นหลังของเธอเบาๆ เปรียบเสมือนยารักษาใจที่ดีที่สุดในโลก เธอมักจะถูกมองว่าเป็น 'หมอหน้าตาย' ที่ไร้ความรู้สึก แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ท่าทางเย็นชาเหล่านั้น มีเพียงรันธกรเท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์ให้เห็นมุมที่อ่อนแอที่สุด
“รัน... ฉันเหนื่อยเหลือเกิน”
“เหนื่อยก็พักครับ... พิงผมไว้นะ ถ้าโลกมันใจร้ายกับคุณนัก ก็มาหลบอยู่ในสถาปัตย์ส่วนตัวของผมแล้วกัน” เขาผละออกเล็กน้อยเพื่อสบตา เธอเห็นความเว้าวอนและห่วงใยที่สะท้อนอยู่ในตาของเขา มันไม่ใช่ความรักแบบฉาบฉวยของเด็กมหาลัยทั่วไป แต่มันคือความรู้สึกที่ผ่านการบ่มเพาะผ่านวิกฤตและความเข้าใจกันมานับครั้งไม่ถ้วน
รันธกรใช้นิ้วโป้งเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มใสอย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาจนหมออิ่มรู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอีกครั้ง ทั้งที่คิดว่าเราผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะแล้ว แต่ทำไมทุกครั้งที่เขามองมาแบบนี้ เธอถึงยังรู้สึกเหมือนกำลังตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ขอบคุณนะ” หมออิ่มเอ่ยเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงรับสัมผัสจากปลายจมูกโด่งที่แตะลงบนหน้าผากเนียนอย่างแผ่วเบา
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ... เพราะหน้าที่ของผมคือการเป็นกำแพงให้คุณพิง ไม่ว่าจะตอนที่คุณมีความสุขที่สุด หรือตอนที่คุณแตกสลายที่สุด” รันธกรยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นยิ้มที่อบอุ่นจนใจคนมองละลาย
บรรยากาศกำลังโรแมนติกได้ที่ หากแต่เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างกระชั้นชิดกลับทำลายความเงียบนั้นลง
*ก๊อก ก๊อก!*
“หมออิ่มคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ เคสฉุกเฉินอุบัติเหตุหมู่ถูกส่งเข้ามาที่ห้อง ER ด่วนเลยค่ะ! หัวหน้าเวรตามหาตัวคุณหมอให้วุ่นเลย!” เสียงของหมวดมีนดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก
หมออิ่มสะดุ้งสุดตัว ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัวในสัญชาตญาณแพทย์ เธอผละออกจากอ้อมกอดของรันธกรทันที ทว่ามือหนากลับคว้าข้อมือเธอเอาไว้แน่น
“ไปเถอะครับ” รันธกรเอ่ยพลางปล่อยมือ แต่สายตาเขายังคงจับจ้องไปที่เธอ “แต่จำไว้นะอิ่ม... ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหน อย่าลืมหันมามองผมบ้าง ผมจะรอคุณอยู่ที่เดิม... ที่หน้าห้องผ่าตัดนี่แหละ”
หมออิ่มพยักหน้าเร็วก่อนจะรีบคว้าเสื้อกาวน์ตัวเก่งมาสวมใส่แล้ววิ่งออกไปจากห้อง ทิ้งให้รันธกรยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาคมมองตามแผ่นหลังเล็กไปจนลับตา ก่อนที่เขาจะถอนหายใจยาวพลางก้มลงมองโทรศัพท์ในมือที่เพิ่งสั่นเตือน
หน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นตา แต่เนื้อความข้างในกลับทำให้หัวใจของรันธกรกระตุกวูบ
*‘ถึงเวลาที่หมออิ่มต้องเลือกระหว่างความรัก... กับความลับที่ครอบครัวเธอซ่อนเอาไว้แล้วนะ รันธกร... นายคิดว่าเธอจะเลือกอะไร?’*
รันธกรกำมือถือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาเงยหน้ามองไปทางประตูห้องฉุกเฉินที่หมออิ่มเพิ่งวิ่งเข้าไป ความรู้สึกสังหรณ์ใจที่เลวร้ายที่สุดกำลังคืบคลานเข้ามา... และเขาไม่มั่นใจเลยว่าความรักของพวกเขาจะยังมั่นคงเหมือนเดิมหรือไม่ หากความจริงเบื้องหลังตระกูลของเธอถูกเปิดเผยออกมา
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรักของหมออิ่มและรันธกรในตอนที่แสนบีบคั้นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ - เกียร์เปื้อนกาวใจ
สถาปัตย์หัวใจ ยัยคุณหมอหน้าตาย•ตอนที่ 41
รักกันให้มากกว่าเดิม
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจ ยัยคุณหมอหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!