"ปล่อยมือรันเดี๋ยวนี้นะคะ...ถ้าไม่อยากให้ฉันต้องเรียกยามมาลากตัวคุณออกไปจากวอร์ด!"
เสียงหวานที่เคยราบเรียบดุจผิวน้ำนิ่งยามนี้กลับสั่นพร่าและแหลมคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันของทางเดินโรงพยาบาลในเวลาเที่ยงคืน รันธกรชะงักกึก มือหนาที่คว้าข้อมือเล็กไว้แน่นค่อยๆ คลายออกตามสัญชาตญาณเมื่อเห็นดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับรื้นไปด้วยม่านน้ำตาที่พร้อมจะพังทลายลงมาทุกวินาที
รันมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดพอๆ กัน เขาไม่ได้อยากมาที่นี่ในสภาพแบบนี้ ไม่ได้อยากให้ความรักของเขาและ 'หมออิ่ม' ต้องกลายเป็นเรื่องซุบซิบในโรงพยาบาล แต่ความเงียบของเธอในช่วงสองวันที่ผ่านมามันกัดกินใจเขาจนแทบบ้า
"อิ่ม... ฟังรันหน่อยได้ไหมครับ"
"หยุดเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงแบบนั้นสักที!" อิมิสราตวาดกลับ เธอขยับถอยหลังจนแผ่นหลังบางชิดกับกำแพงสีขาวสะอาดตาของโถงทางเดิน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่เคยคุ้นชินบัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความรู้สึกอึดอัดจนน่าสะอิดสะเอียน "คุณทำแบบนี้เพื่ออะไรคะรัน? การมายืนดักรอฉันหน้าห้องพักแพทย์แบบนี้ มันพิสูจน์อะไรได้บ้าง นอกจากความเห็นแก่ตัวของคุณ"
รันก้าวเข้าไปหาหนึ่งก้าวอย่างถือดี สายตาคมกริบแบบเด็กสถาปัตย์ที่เคยใช้มองงานออกแบบอย่างใจเย็น บัดนี้มันจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความคลั่งรักที่เจือไปด้วยความตัดพ้อ
"ความเห็นแก่ตัวงั้นเหรอ?" รันแค่นยิ้ม มือที่สั่นเทาพยายามซ่อนไว้ข้างลำตัว "ที่ผมตามหาคุณ เพราะผมกลัว... กลัวว่าถ้าผมปล่อยมือไปแม้แต่วินาทีเดียว คุณจะหายไปจากชีวิตผมจริงๆ คุณเลือกที่จะปิดกั้น เลือกที่จะไม่พูดอะไรเลย แล้วจะให้ผมคิดยังไงครับอิ่ม?"
"คุณไม่จำเป็นต้องคิดอะไรทั้งนั้น!" หมออิ่มตะโกนขึ้นมาทั้งน้ำตา เธอไม่เคยปล่อยให้ตัวเองดูอ่อนแอแบบนี้มาก่อน แต่ทุกอย่างที่เก็บกดไว้มันพุ่งพล่านออกมา "รัน คุณมันก็แค่เด็กที่ทำอะไรตามใจตัวเอง คุณไม่รู้หรอกว่าโลกของฉันมันต่างจากคุณแค่ไหน การที่ฉันมายืนอยู่ตรงนี้... การที่ฉันยอมให้คุณเข้ามาในชีวิต... มันทำให้ฉันเสียความเป็นตัวของตัวเองไปแค่ไหน คุณเคยนึกถึงใจฉันบ้างไหม!"
รันนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง คำพูดของเธอเหมือนเข็มหมุดที่ปักลงกลางใจ เขาไม่เคยรู้เลยว่าการประคับประคองความรักของเขามันกลายเป็นภาระหนักอึ้งสำหรับเธอขนาดนี้
"อิ่ม... ถ้าการที่ผมรักคุณ มันทำให้คุณลำบากใจขนาดนั้น..."
"ใช่! มันลำบาก!" อิมิสราสวนกลับทันควัน ดวงตาที่แดงก่ำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรัน "คุณมีอนาคตที่ต้องออกไปวาดฝัน มีชีวิตที่อิสระ แต่ฉัน... ฉันมีชีวิตของคนไข้ที่ต้องรับผิดชอบ มีความคาดหวังของครอบครัว แล้วคุณดูสิ! แค่การที่คนอื่นเห็นว่าฉันมายุ่งกับเด็กวิศวะที่เอาแต่ใจแบบคุณ มันทำให้ชีวิตฉันวุ่นวายแค่ไหน!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ หมออิ่มทรุดตัวลงนั่งกับม้านั่งข้างทางเดินอย่างหมดแรง มือเรียวปิดหน้าสะอื้นไห้ รันมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่บีบคั้น เขาไม่ใช่คนปากหวานที่เก่งกาจในการใช้คำพูดเพื่อปลอบโยน เขาเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาที่รักเธอจนหมดใจ
รันคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ มือหนาเอื้อมไปแตะที่ไหล่บางอย่างแผ่วเบา คราวนี้หมออิ่มไม่ได้สะบัดหนี แต่เธอกลับร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม
"ผมไม่สนหรอกว่าโลกของคุณจะมองยังไง" เสียงของรันนุ่มลงแต่มั่นคง "ผมสนแค่ว่าในตอนที่คุณร้องไห้ ใครเป็นคนซับน้ำตาให้คุณ และในวันที่คุณอ่อนแอที่สุด ใครจะเป็นคนที่นั่งอยู่ข้างๆ คุณตรงนี้ ผมอาจจะเด็ก ผมอาจจะงี่เง่า... แต่อิ่มครับ ผมไม่มีวันเป็นคนที่จะทำให้คุณต้องเหงาแบบนี้อีกแล้ว"
หมออิ่มเงยหน้าขึ้นมองเขา น้ำตาเม็ดโตไหลผ่านแก้มเนียน รันใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาให้อย่างเบามือ สัมผัสที่คุ้นเคยทำเอาหัวใจที่แข็งกระด้างของหมอสาวอ่อนยวบยาบราวกับขี้ผึ้งลนไฟ
"ถ้าคุณยังเป็นแบบนี้... เราคงไปต่อกันยากนะคะ" เธอกระซิบเสียงแผ่ว ความเด็ดขาดในน้ำเสียงเจือความสั่นเครือ
"เราจะค่อยๆ แก้แบบไปเหมือนที่เราออกแบบตึกไงครับ" รันส่งยิ้มบางๆ ให้ "ถ้าโครงสร้างมันเริ่มเบี้ยว ผมก็แค่จะสร้างมันใหม่ให้แข็งแรงขึ้น... เพื่อเรา"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศเริ่มคลี่คลายลง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในโถงทางเดินที่เงียบสงัด รันและหมออิ่มชะงักไปพร้อมกันเมื่อเห็นร่างของ 'อาจารย์หมอ' ผู้เข้มงวดประจำแผนกเดินตรงมายังจุดที่พวกเขานั่งอยู่ สายตาคมกริบของอาจารย์หมอจ้องมองรันธกรที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น ก่อนจะหันมามองลูกศิษย์สาวคนเก่งด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่อ่านไม่ออก
"หมออิมิสรา... ผมว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในเวลาทำงาน"
อาจารย์หมอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะเบนสายตาไปที่รันด้วยความดูแคลน "และเธอ... คนนอกที่เข้ามาป้วนเปี้ยนในโรงพยาบาลโดยไม่มีธุระ กรุณาออกไปก่อนที่ผมจะเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยนะคะ"
หมออิ่มตัวชาวาบ เธอรีบลุกขึ้นยืน แต่ทว่ารันกลับคว้ามือเธอไว้แน่นอีกครั้ง ท่ามกลางสายตาของอาจารย์หมอที่จ้องเขม็งราวกับจะแผดเผาให้มอดไหม้ ความขัดแย้งที่ดูเหมือนจะคลี่คลายกลับถูกขยายวงกว้างออกไปจนไร้ทางออกที่สวยงาม
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรักที่กำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ของหมออิ่มและรันธกรในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ - เกียร์เปื้อนกาวใจ
สถาปัตย์หัวใจ ยัยคุณหมอหน้าตาย•ตอนที่ 39
น้ำตากลางโรงพยาบาล
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจ ยัยคุณหมอหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!