“ถ้าพี่หมอคิดว่าสิ่งที่ผมทำมันเป็นเรื่องสนุก... ผมก็คงไม่มีคำอธิบายอะไรจะให้แล้วล่ะครับ”
รันธกรเอ่ยประโยคนั้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท หากในดวงตาคมกริบของหนุ่มสถาปัตย์กลับวูบไหวด้วยความร้าวราน เขาถอยห่างออกมาจากประตูห้องพักฟื้นที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย ทิ้งให้บรรยากาศในโถงทางเดินโรงพยาบาลเย็นเยียบจนแทบหยุดหายใจ
เมื่อครู่... เขาเพิ่งจะถูก ‘หมออิ่ม’ ปฏิเสธด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับคนแปลกหน้า เพียงเพราะภาพที่เธอเห็นคือรุ่นพี่นักศึกษาแพทย์ปีหกที่กำลังโน้มตัวลงมาจัดผ้าห่มให้เขาอย่างถือวิสาสะในห้องพักส่วนตัว ขณะที่รันธกรเพิ่งฟื้นจากอาการแพ้รุนแรงจนสติยังพร่าเลือน
“รัน! ฟังพี่ก่อน...” เสียงของ ‘พี่ธีร์’ รุ่นพี่หมอผู้ใจดี(?) ดังไล่หลังมา ร่างสูงโปร่งในชุดกราวด์สีขาวสะอาดตาก้าวตามออกมาด้วยท่าทีที่ดูเป็นห่วงจนเกินพอดี “พี่แค่ไม่อยากให้น้องรันพักผ่อนไม่เพียงพอ พี่รู้ว่าอิ่มเขางานยุ่ง อาจจะไม่ได้มาดูแลใกล้ชิดเท่าที่ควร พี่ในฐานะพี่รหัสของอิ่มก็แค่... อยากช่วยแบ่งเบา”
รันธกรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูขื่นขมกว่าครั้งไหนๆ เขาไม่ได้หันกลับไปมอง แต่ก้าวขาที่ยังคงสั่นเทาจากการอ่อนแรงเดินหนีจากตรงนั้น มือหนากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนใต้ผิวหนัง เขาไม่ได้โกรธพี่ธีร์หรอก แต่เขาสมเพชตัวเองที่ปล่อยให้สถานการณ์กลายเป็น ‘วิกฤตความเข้าใจผิด’ ที่ยากจะแก้ไข
ในมุมมืดของมุมเสาถัดไป อิมิสรา... คุณหมอหน้าตายที่ใครต่อใครต่างขนานนามว่าเย็นชาดุจน้ำแข็ง ยืนตัวแข็งทื่อ กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ แววตาของเธอสั่นระริก ภาพที่เห็นเมื่อครู่ตอนที่เธอตั้งใจจะนำข้าวต้มมาให้... ภาพที่คนรักของเธอกำลังนอนมองรุ่นพี่คนนั้นด้วยสายตาที่เธออ่านไม่ออก มันกรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกที่เธอพยายามเก็บงำไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยมาตลอด
“หมออิ่มคะ...” หมวดมีนที่เดินตามมาข้างหลังวางมือลงบนไหล่เพื่อนเบาๆ “อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจอะไรนะคะ รันเขาไม่ใช่คนแบบนั้น”
“ไม่ใช่แบบนั้นแล้วแบบไหนคะมีน” น้ำเสียงของอิมิสราสั่นเครือ แต่นัยน์ตายังคงนิ่งสนิท “รันอาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็ได้... บางทีโลกของวิศวะกับโลกของหมอ มันก็แค่เส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกันจริงๆ”
รันธกรเดินโซเซไปจนถึงสวนหย่อมท้ายโรงพยาบาล ลมเย็นยามค่ำคืนปะทะเข้ากับใบหน้าคมสันที่เริ่มมีเหงื่อซึม เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ข้อความสุดท้ายที่เขาส่งหาอิ่มค้างไว้เพียงคำว่า ‘ผมรออยู่หน้าตึกนะครับ’ แต่ตอนนี้... เขาไม่มีแรงแม้แต่จะกดโทรออก
“ไอ้รัน! มึงมานั่งทำบ้าอะไรตรงนี้วะ!” เสียงของ ‘เต้’ เพื่อนสนิทดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของมันที่ดูหัวเสียไม่แพ้กัน “กูได้ยินข่าวลือมาว่ารุ่นพี่หมอคนนั้นพยายามจะเคลมที่ของมึงเหรอวะ? ไหนมึงบอกกูซิว่ามึงจัดการยังไง!”
“กูจัดการไม่ได้...” รันเงยหน้ามองเพื่อน สายตาที่เคยสดใสของว่าที่สถาปนิกหนุ่มหม่นแสงลง “อิ่มเขาเห็นแล้ว... และเขาก็เลือกที่จะหันหลังให้กูทันที แทนที่จะเดินเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น”
“มึงต้องเข้าใจนะรัน หมออิ่มเขามีปมเรื่องความไว้ใจ” เต้ถอนหายใจยาว “เขาเป็นหมอ เขาต้องตัดสินทุกอย่างจากหลักฐานที่เห็นตรงหน้า ซึ่งตอนนี้หลักฐานมันมัดตัวมึงเต็มๆ ว่ามึงกำลังนอกใจเขา!”
“แต่กูไม่ได้ทำ!” รันตะโกนลั่น ความอัดอั้นที่เก็บไว้พรั่งพรูออกมาเหมือนเขื่อนแตก “กูเจ็บตัวแทบตาย แต่สิ่งที่เจ็บกว่าคือสายตาของเขาที่มองมาที่กูเหมือนกูเป็นคนแปลกหน้า ทั้งที่เมื่อวานเขายังกระซิบข้างหูว่ารักกูอยู่เลย!”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังโต้เถียงกัน ร่างของหญิงสาวในชุดกราวด์ที่ดูเหนื่อยล้าก็เดินผ่านมาทางสวนหย่อม อิมิสราหยุดชะงักเมื่อเห็นรันธกรกับเพื่อนของเขา รันธกรเองก็ชะงักไปเช่นกัน สายตาของทั้งคู่ประสานกันกลางความเงียบงัน... สายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ความน้อยใจ และความโหยหาที่ถูกกั้นไว้ด้วยกำแพงแห่งความเข้าใจผิด
รันธกรลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ร่างกายจะยังไม่พร้อม เขาตัดสินใจก้าวขาเดินเข้าไปหาอิมิสราที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากอธิบายอะไร ประตูรถสปอร์ตคันหรูที่จอดอยู่ด้านหลังอิมิสราก็เปิดออก พร้อมกับร่างของ ‘พี่ธีร์’ ที่ก้าวลงมาด้วยรอยยิ้มที่ดูสุภาพจนน่าหมั่นไส้
“อิ่มครับ... พี่ว่าเราไปคุยเรื่องเคสผู้ป่วยต่อที่ร้านอาหารดีกว่านะ ตรงนี้ยุงเยอะ เดี๋ยวคนไข้จะเป็นลมเอา” พี่ธีร์เอ่ยพร้อมกับถือวิสาสะโอบไหล่บางของอิมิสราไว้ต่อหน้าต่อตารันธกร
อิมิสราไม่ได้ขัดขืน เธอเพียงแต่หลบสายตาจากรันธกรก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ราวกับยอมรับข้อเสนอ “ค่ะ พี่ธีร์... งั้นเราไปกันเถอะค่ะ อิ่มเองก็มีเรื่องอยากจะปรึกษาพี่หลายเรื่องเหมือนกัน”
รันธกรยืนนิ่งราวกับถูกสาป เขามองดูอิมิสราเดินไปขึ้นรถของชายอื่น ทั้งที่เขายังยืนอยู่ตรงนี้... มือของเขากำแน่นจนแทบจะแตกร้าว ความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาไม่ใช่แค่ความโกรธ แต่มันคือความกลัว... กลัวว่าเขาจะเสียเธอไปจริงๆ ในคืนนี้
ในจังหวะที่รถของพี่ธีร์กำลังจะเคลื่อนตัวออกไป อิมิสราก็หันกลับมามองรันธกรผ่านกระจกรถ แววตาที่เคยว่างเปล่ากลับไหวระริกด้วยหยาดน้ำตาที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้ ก่อนที่เธอจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความทิ้งท้ายไว้หนึ่งประโยค
*‘ถ้าคำว่ารักของรันมีค่าแค่นี้... เราควรจบมันไว้แค่ตรงนี้ดีไหมคะ?’*
รันธกรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอ ไม่ใช่แค่ข้อความบอกเลิก... แต่มีรูปถ่ายที่ถูกส่งมาจากเบอร์แปลกๆ เป็นรูปของเขากับพี่ธีร์ในมุมที่ดูเหมือนเขากำลังกอดกันอยู่ ทั้งที่ความจริงแล้วเขาเพียงแค่กำลังจะล้มลงไปแล้วอีกฝ่ายเข้ามาประคองเท่านั้น!
“ไอ้รัน! มึงดูนี่!” เต้ชี้ไปที่มุมมืดของพุ่มไม้ข้างๆ “มีคนแอบถ่ายรูปมึงตั้งแต่ต้น! เรื่องนี้มันต้องมีการวางแผนมาดีแน่ๆ!”
รันธกรไม่ได้ฟังเสียงเพื่อนแล้ว เขารีบวิ่งสุดแรงเกิดแม้ขาจะยังเจ็บ เพื่อไปดักหน้าหน้ารถของพี่ธีร์ที่กำลังจะเลี้ยวออกจากโรงพยาบาล ท่ามกลางเสียงเบรกดังสนั่นหวั่นไหวที่ทำให้คนทั้งโรงพยาบาลต้องหันมามอง!
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรักที่กำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ของหมออิ่มและรันธกรในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ - เกียร์เปื้อนกาวใจ
สถาปัตย์หัวใจ ยัยคุณหมอหน้าตาย•ตอนที่ 38
วิกฤตความเข้าใจผิด
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจ ยัยคุณหมอหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!