“ใครเป็นคนปล่อยข่าวคะ... ว่าฉันกับรันคบกัน”
น้ำเสียงเรียบเฉยที่ติดจะเย็นชาของหมออิ่ม เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสมุดคณะแพทย์ สายตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นจ้องเขม็งไปยังหน้าจอมือถือที่แสดงโพสต์จากเพจแฉชื่อดังของมหาวิทยาลัย ที่มีรูปถ่ายของเธอกับรันในมุมเผลอขณะกำลังกินข้าวที่โรงอาหารคณะวิศวะเมื่อวานนี้
มีน เพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ตรงข้ามเลิกคิ้วมองเพื่อนสาวที่ปกติไม่เคยสนใจเรื่องไร้สาระ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าใบหน้าที่มักจะเรียบเฉยกำลังขึ้นสีระเรื่อด้วยความประหม่า หรืออาจจะเป็นความโกรธก็ไม่แน่ใจ
“จะใครล่ะ ก็ใครสักคนที่เห็นพวกเธอสวีทกันนั่นแหละ อิ่ม... โพสต์นั้นยอดแชร์ทะลุพันไปแล้วนะ ตอนนี้ทั้งมอเขาลือกันไปถึงไหนต่อไหนแล้วว่า ‘คุณหมอหน้าตายกับสถาปนิกปากหมา’ กลายเป็นคู่รักประจำมหาวิทยาลัยไปแล้ว”
มีนจิ้มหน้าจอมือถือส่งให้ดูคอมเมนต์นับร้อยที่เด้งขึ้นมาไม่หยุด บ้างก็แสดงความยินดี บ้างก็ก่นด่าด้วยความอิจฉา โดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับของรันธกรที่ดูเหมือนจะเดือดดาลเป็นพิเศษ
หมออิ่มวางมือถือลงอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ‘ปึก’ เธอนวดขมับเบาๆ ความรู้สึกวูบโหวงในใจมันตีรวนจนแยกไม่ออกว่านี่คือความอับอายหรือความหวั่นไหวที่ถูกเปิดเผยความลับที่พยายามเก็บงำไว้
ในขณะเดียวกัน ที่ลานเกียร์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศกลับคึกคักยิ่งกว่างานเปิดท้ายขายของ เต้กำลังยืนพิงโต๊ะเขียนแบบพลางหัวเราะร่าเมื่อเห็นรันเดินเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง
“ไอ้คุณชายรัน! ดังใหญ่แล้วนะมึง ดูนี่... แอดมินเพจดังเพิ่งลงรูปมึงกับหมออิ่มเมื่อกี้ ยอดไลก์เกือบหมื่นแล้วโว้ย!” เต้ชูมือถือขึ้นโชว์หน้าจอ รันปัดมือเพื่อนออกด้วยความหงุดหงิดพลางทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งหินอ่อน กลิ่นสเปรย์กาวติดมือมาด้วยเล็กน้อย
“ใครมันถ่ายวะ? ผมไม่ได้อยากให้มันกลายเป็นข่าวแบบนี้ มันกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของหมออิ่ม”
รันไม่ได้โกรธที่คนอื่นรู้ว่าเขาคบกับใคร แต่นิสัยความเป็นพ่อบ้านใจกล้าที่ห่วงใยความรู้สึกของคนรักมาก่อนเสมอ ทำให้เขากังวลว่าหมออิ่มจะถูกกดดันจากสังคมรอบข้าง โดยเฉพาะบรรดาอาจารย์หรือเพื่อนร่วมคณะที่อาจจะมองว่าเธอกำลังเสียการเรียนเพราะเรื่องความรัก
“มึงไม่ต้องห่วงหมอเขาหรอกน่า มึงห่วงตัวเองเถอะ รุ่นพี่ที่แอบชอบมึงตั้งแต่มหาลัยเปิดน่ะ... ตอนนี้เขาเตรียมถล่มเพจยับแล้ว” เต้พูดติดตลกพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะลดเสียงลง “แต่กูว่ามึงรีบไปเคลียร์กับหมออิ่มเถอะ ท่าทางข่าวนี้จะทำเอาหมอเขาเครียดน่าดู”
รันคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นสะพายทันทีโดยไม่รีรอ เขาสาวเท้าก้าวเดินออกจากคณะด้วยความเร็วสูง ในหัวสมองมีเพียงภาพใบหน้าที่นิ่งเฉยแต่ดวงตาสั่นไหวของหมออิ่ม
รันมาหยุดยืนอยู่หน้าตึกคณะแพทย์ ในจังหวะที่หมออิ่มกำลังเดินออกมาจากห้องสมุดพอดี เธอดูเหมือนคนไร้วิญญาณ กวาดสายตามองซ้ายมองขวาด้วยความระแวง ทุกคนที่เดินผ่านต่างหยุดหันมาซุบซิบและมองเธอด้วยสายตาที่ยากจะตีความ
“อิ่ม!”
เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเรียกชื่อเธอ หมออิ่มสะดุ้งสุดตัว เธอหันไปมองรันที่วิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาด้วยท่าทีที่ดูเหมือนจะลนลานไม่แพ้กัน รันไม่สนสายตาใคร เขาคว้ามือเธอแล้วลากให้เดินออกห่างจากกลุ่มนักศึกษาที่กำลังยืนจับกลุ่มมอง
“รัน ปล่อยค่ะ! คนมองกันเต็มไปหมดแล้ว” เธอพยายามดึงมือออกแต่รันกลับจับแน่นขึ้น
“ปล่อยได้ไง... ตอนนี้เรากำลังเป็นจำเลยสังคมนะ ผมไม่อยากให้คุณต้องมาเผชิญเรื่องนี้คนเดียว”
รันพากันไปหลบที่มุมตึกคณะแพทย์ที่ค่อนข้างเงียบเชียบ เขายืนหันหลังพิงกำแพงพลางถอนหายใจยาว ก่อนจะหันมาสบตาคนตัวเล็กที่ตอนนี้ขอบตาเริ่มแดงระเรื่อ
“ผมขอโทษนะ... ที่ทำให้คุณเดือดร้อน”
หมออิ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า “ฉันไม่ได้เดือดร้อนเพราะคนอื่นมอง... แต่ฉันกลัวว่าถ้าวันหนึ่งรันเบื่อขึ้นมา... ข่าวพวกนี้จะเป็นตราบาปที่ทำให้ฉันดูน่าสมเพช”
“ไม่มีวันนั้น” รันสวนกลับทันควัน สายตาเขาสั่นระริกด้วยความจริงจังจนหมออิ่มต้องชะงัก “ผมอาจจะเป็นแค่เด็กสถาปัตย์ปากเสียที่ใครๆ ก็ว่าไม่คู่ควรกับหมอ... แต่หัวใจดวงนี้มันมีไว้ให้คุณแค่คนเดียว ต่อให้ต้องเอาเกียร์ไปแลก หรือต้องเรียนจบช้ากว่ากำหนดเพราะมัวแต่ตามจีบหมอ... ผมก็ยอม”
คำสารภาพที่ไร้ความประดิษฐ์ทำให้หมออิ่มใจสั่น ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังเริ่มพังทลายลงทีละน้อย เธอเม้มปากแน่นก่อนจะยื่นมือไปจับชายเสื้อเปื้อนกาวของรันเบาๆ
“ถ้าข่าวลือนี้เป็นเรื่องจริง... รันจะรับมือไหวยังไงถ้าคนเขาว่ารันเกาะฉันดัง?”
รันหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปจัดปอยผมที่ปรกหน้าคนตรงหน้า “ก็ให้เขาว่าไปสิครับ... เพราะต่อให้เขาว่าผมยังไง สิ่งเดียวที่ผมแคร์คือ... ในหัวใจของหมออิ่ม มีที่ว่างให้ผมอยู่ไหม?”
หมออิ่มไม่ตอบ เธอเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณให้รันรู้ว่าคำตอบของเธอนั้นชัดเจนแค่ไหน รันยิ้มกว้างด้วยความโล่งอก ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปกุมมือเธออีกครั้ง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามา
“แหม... หวานกันจนลืมไปเลยนะว่าตอนนี้พวกเธอกำลังตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน”
เสียงเย็นเยียบของรุ่นพี่ปี 6 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นระเบียบและเจ้าระเบียบที่สุดในคณะแพทย์ดังขึ้น รันและหมออิ่มหันไปมองพร้อมกัน ทั้งคู่พบว่าไม่ใช่แค่รุ่นพี่คนนั้น แต่ยังมีกลุ่มอาจารย์ภาควิชาที่เดินตามหลังมาด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด
หมออิ่มหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นสายตาของอาจารย์ท่านหนึ่งที่จ้องมาด้วยความผิดหวัง
“หมออิ่ม... ผมว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อยเรื่อง ‘ผลกระทบต่อภาพลักษณ์นักศึกษาแพทย์’ นะคะ” อาจารย์เอ่ยประโยคที่ทำเอาหัวใจคนฟังแทบหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม รันตัดสินใจก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อบังหมออิ่มไว้ แต่ทว่า... มือถือของหมออิ่มก็สั่นรัวขึ้นมาพร้อมกับข้อความจาก ‘แม่’ ที่ส่งเข้ามาว่า *‘อิ่ม... แม่เห็นข่าวในเพจแล้ว ทำไมลูกทำแบบนี้?’*
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรักวุ่นๆ ของคุณหมอและสถาปนิกในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เกียร์เปื้อนกาวใจ
สถาปัตย์หัวใจ ยัยคุณหมอหน้าตาย•ตอนที่ 30
ข่าวลือในคณะ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจ ยัยคุณหมอหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!