"ถ้ารันยังไม่หยุดกอดอิ่ม บอกเลยว่าพินัยกรรมฉบับหน้า อิ่มจะตัดชื่อคุณออกจากการเป็นคนรู้จัก"
เสียงเรียบเย็นเหมือนน้ำแข็งขั้วโลกเหนือดังขึ้นเหนือศีรษะ รันที่ซุกหน้าอยู่กับลาดไหล่ของหมออิ่มชะงักไปเล็กน้อย แต่แทนที่จะผละออก เขากลับกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นจนร่างบางที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่ตรงระเบียงห้องพักแพทย์ต้องถอนหายใจยาวเหยียด
สถานการณ์ก่อนหน้านี้ยังคงคุกรุ่นอยู่ในอก เอกสารใบสั่งย้ายที่พ่อของเขานำมาทิ้งไว้ราวกับระเบิดเวลา ทำให้รันแทบไม่มีสมาธิทำอะไรนอกจากพุ่งตัวมาหาคนคนเดียวที่เขาอยากอยู่ด้วยในยามที่โลกกำลังจะถล่มลงมา
"อิ่มครับ... อย่าใจร้ายกับผมเลยนะ แค่เรื่องที่บ้านก็หนักพอแล้ว อย่าทำหน้าดุใส่ผมอีกเลย" รันอ้อนเสียงต่ำ คางมนยังคงเกยอยู่บนไหล่เล็ก เขาหลับตาลง สูดกลิ่นจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกลิ่นแป้งเด็กที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของหมออิ่ม มันเป็นกลิ่นที่เยียวยาทุกอย่างในใจเขาได้ชะงัดนัก
หมออิ่มไม่ได้ขยับหนี แต่เธอก็ไม่ได้หันกลับมา มือเรียวสวยที่ถือสมุดบันทึกอยู่เริ่มบีบปกแน่น "รัน... คุณรู้ใช่ไหมว่าการหนีปัญหาไม่ใช่ทางออก แล้วนี่คุณหนีออกมาแบบนี้ คุณพ่อคุณจะยิ่งไม่พอใจนะ"
"ผมไม่ได้หนี ผมแค่มาพักพิง" รันลืมตาขึ้น แววตาคมกริบของหนุ่มสถาปัตย์ที่เคยดุดันและมั่นใจบัดนี้กลับดูหม่นแสง "ถ้าผมต้องไปเรียนต่อเมืองนอกจริงๆ ถ้าผมต้องทิ้งทุกอย่างที่นี่... ทิ้งอิ่มไป... อิ่มจะคิดถึงผมบ้างไหมครับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในระเบียงห้องพักแพทย์ มีเพียงเสียงรถราในเมืองหลวงที่ดังแว่วมาจากเบื้องล่าง หมออิ่มนิ่งไปนานจนรันใจหาย เขาค่อยๆ คลายอ้อมกอดออกช้าๆ อย่างจำนนต่อความเย็นชาที่เขารู้ดีว่ามันคือเกราะป้องกันตัวของเธอ
ทว่าทันทีที่เขาจะถอยห่าง มือบางกลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น
"ใครบอกว่าจะให้ไป?" น้ำเสียงนั้นยังคงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ทำให้รันชะงัก "คุณคือรันธกร คนที่สอบตกวิชาสตูดิโอเพราะมัวแต่ตามจีบหมอปีห้า คนที่ทำโมเดลพังเพราะโดนเพื่อนล้อว่าคลั่งรัก คนที่ขี้อ้อนเหมือนหมาเด็กเวลาโดนขัดใจ... ถ้าคุณไปต่างประเทศ แล้วใครจะคอยมาป่วนอิ่มตอนเข้าเวรดึกๆ ใครจะซื้อกาแฟยี่ห้อที่อิ่มชอบมาให้ทุกเช้า?"
รันหันกลับมามองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่มองตรงไปข้างหน้าไม่ยอมสบตาเขา แก้มใสระเรื่อขึ้นสีชมพูจางๆ อย่างปิดไม่มิด
"นั่นคือคำบอกรักหรือคำบ่นครับคุณหมอ?" รันแย้มยิ้มในใจ ความหนักอึ้งที่อกซ้ายเริ่มจางหาย เขาอาศัยจังหวะนี้ก้าวเข้าไปประชิดตัว ใช้ความสูงที่มากกว่าก้มลงมองใบหน้าของคนปากแข็งที่พยายามจะหันหน้าหนี "อิ่มใจอ่อนกับผมแล้วใช่ไหมครับ? หายงอนผมแล้วใช่ไหมคนดี?"
"ไม่ได้งอน"
"งั้นทำไมไม่ยอมหันมามองหน้ากันเลยล่ะคะ?"
หมออิ่มกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะหันมามองเขา สายตาคู่สวยที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้สั่นไหวอย่างควบคุมไม่อยู่ "ก็เพราะคุณเอาแต่ทำตัวเป็นหมาเด็กขี้อ้อน อิ่มแพ้ทาง... คุณก็รู้"
รันหลุดขำออกมาเบาๆ เขาเอื้อมมือไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนี้อบอุ่นเสียจนหมออิ่มยอมหลับตาลงรับความรู้สึกนั้น "ผมไม่ได้แค่อ้อนเพราะอยากได้ของเล่นนะครับ แต่ผมอ้อนเพราะว่า... หัวใจของผมมันอยู่ที่นี่ ที่คุณอิ่มคนเดียว เรื่องพ่อ ผมจะจัดการเองครับ ไม่ว่าท่านจะยื่นคำขาดแบบไหน แต่ถ้าตรงนั้นไม่มีคุณ ผมก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น"
"ถ้างั้น... ก็พิสูจน์ให้เห็นสิคะ" หมออิ่มลืมตาขึ้น แววตาของเธอเปลี่ยนจากความดุเป็นความอ่อนโยน "พิสูจน์ให้คนทางบ้านคุณเห็นว่า สิ่งที่รันกำลังทำอยู่มันไม่ใช่แค่ความหลงใหลในวัยเรียน แต่เป็นความรับผิดชอบต่ออนาคตที่คุณเลือกเอง"
รันมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ เขาไม่ได้เห็นแค่ความรัก แต่เห็น 'ความเชื่อมั่น' ที่เธอมีให้เขา ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาจากการประคองใจของหมออิ่มทำให้เขาฮึดสู้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขายกมือขึ้นทาบกับแก้มใสของเธออย่างเบามือที่สุด
"ขอบคุณนะครับอิ่ม... ขอบคุณที่ยอมเป็นที่พักพิงให้ผม"
"ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ แต่ถ้าพรุ่งนี้คุณยังทำการบ้านวิชาออกแบบไม่เสร็จ อิ่มจะสั่งงดเยี่ยมหนึ่งสัปดาห์"
"โหย... คุณหมออิ่มใจร้าย!" รันร้องโอดครวญพลางดึงมือเธอมากุมไว้แน่น ทั้งคู่หัวเราะออกมาเบาๆ ท่ามกลางความตึงเครียดของชีวิตนักศึกษาที่ดูเหมือนจะคลี่คลายลงเพียงชั่วครู่
ทว่าในจังหวะที่รันกำลังจะโน้มใบหน้าลงไปใกล้เพื่อฉวยโอกาสหอมแก้มคนรัก เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ รันขมวดคิ้วมองหน้าจอที่ปรากฏชื่อ 'พ่อ' ก่อนจะรับสายด้วยท่าทีที่หนักแน่นขึ้น
"ครับพ่อ... ผมทราบแล้วครับว่าพ่อกำลังจะทำอะไร" เสียงของรันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มันเข้มขึ้น จริงจังขึ้น จนหมออิ่มสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสวนกลับมาด้วยประโยคที่ทำให้รันและอิ่มต้องชะงักค้าง
"ถ้าแกแน่จริง ก็ลองกลับบ้านตอนนี้เลยรันธกร... แล้วแกจะได้เห็นว่าทำไมฉันถึงต้องส่งแกไปเรียนต่อต่างประเทศทันที เพราะตอนนี้น้องสาวที่แกหวงนักหนากำลังทำเรื่องย้ายคณะเพื่อไปเรียนที่เดียวกับแก... และนั่นคือสิ่งที่ฉันยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้"
รันหน้าซีดเผือดทันทีที่ได้ยินชื่อน้องสาวที่เขาพยายามปกป้องมาโดยตลอด เขาหันไปสบตาหมออิ่มด้วยความตกตะลึง เพราะสิ่งที่พ่อพูดไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันคือเหตุการณ์ที่กำลังปะทุขึ้นในบ้านของเขาในวินาทีนี้เอง
"อิ่ม... ผมต้องกลับไปเดี๋ยวนี้" รันผละออกจากระเบียงด้วยความร้อนรน
ทว่าก่อนที่เขาจะได้ก้าวพ้นประตูห้องพักแพทย์ ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกผลักเข้ามาด้วยแรงที่รุนแรง พร้อมกับร่างของ 'มีน' เพื่อนสนิทคณะแพทย์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาพวกเขาด้วยสีหน้าหวาดหวั่น
"รัน... หมออิ่ม! เกิดเรื่องแล้ว! ที่คณะสถาปัตย์ตอนนี้... มีคนเห็นพ่อของรันเข้าไปอาละวาดที่ห้องทะเบียนเรื่องการย้ายคณะของน้องสาวรัน แล้วดูเหมือน... ดูเหมือนว่าเขาจะประกาศถอนทุนสนับสนุนคณะทั้งหมดถ้าเรื่องนี้ไม่เป็นผล!"
เกียร์เปื้อนกาวใจขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความรักของทั้งคู่มาจนถึงตอนนี้นะคะ
สถาปัตย์หัวใจ ยัยคุณหมอหน้าตาย•ตอนที่ 18
ลูกอ้อนระดับสิบ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจ ยัยคุณหมอหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!