"เธอยังอยู่ที่เดิมจริงๆ ด้วยสินะ ธันวา... ฉันเกือบจำไม่ได้แน่ะ นึกว่าคนข้างๆ ฉันคือพนักงานจัดสต็อกหนังสือในร้านเก่าๆ ซะอีก"
น้ำเสียงนั้นหวานใส ทว่ากรีดลงบนความรู้สึกของฉันราวกับใช้มีดคัตเตอร์คมกริบ กรีดผ่านผิวหนังเบาๆ แต่ทิ้งรอยแผลที่แสบไปถึงขั้วหัวใจ ฉันเงยหน้าขึ้นจากชั้นหนังสือที่กำลังจัดเรียงอยู่ ปรับสายตาให้โฟกัสไปยังหญิงสาวตรงหน้า— 'รินรดา' เพื่อนร่วมรุ่นที่ชีวิตของเธอเปรียบเสมือนกราฟพุ่งทะยานสู่ฟ้า ในขณะที่ตัวฉันยังคงวนเวียนอยู่กับพื้นดินที่ไร้จุดหมาย
แสงไฟสลัวในร้านของคุณยายละมุนดูจะหม่นลงไปถนัดตาเมื่อรินรดาก้าวเข้ามา เธอสวมชุดสูทแบรนด์หรูที่ตัดเย็บอย่างประณีต นาฬิกาเรือนทองบนข้อมือขวานั่นราคาเท่ากับเงินเดือนทั้งปีของฉันด้วยซ้ำ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจาย กลบกลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นจางๆ ที่ฉันหลงรักไปจนหมดสิ้น
"บังเอิญจังเลยนะคะริน ไม่คิดว่าจะเจอเธอที่นี่" ฉันตอบ พยายามคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด ทั้งที่มือที่ถือหนังสือเล่มโปรดสั่นระริกจนต้องซ่อนไว้ข้างหลัง
"บังเอิญเหรอคะ?" รินรดาหัวเราะเบาๆ ดวงตาคมกริบคู่นั้นสำรวจรอบร้านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาที่ปิดไม่มิด "ฉันมาแถวนี้เพื่อดีลงานโปรเจกต์อสังหาฯ หมื่นล้านน่ะค่ะ ก็เลยแวะมาดูร้านหนังสือเก่าแก่ที่ใครๆ เขาลือกันว่ากำลังจะถูกทุบเพื่อทำห้างสรรพสินค้าคอมมูนิตี้มอลล์... ดูท่าจะจริงสินะคะ บรรยากาศน่านอนหลับฝันร้ายดีจัง"
คำว่า 'ทุบ' และ 'ห้างสรรพสินค้า' กระแทกเข้าที่หน้าอกฉันอย่างแรง จนฉันแทบลืมหายใจ ฉันหันไปมองคุณยายละมุนที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ ท่านไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยิ้มบางๆ มือเหี่ยวย่นยังคงบรรจงเขียนบันทึกด้วยปากกาหมึกซึมอย่างใจเย็น ราวกับว่าโลกที่กำลังพังทลายรอบตัวฉันนั้นเป็นเพียงเรื่องของลมฟ้าอากาศ
"ริน... ที่นี่มีความหมายกับพวกเรานะ" ฉันพยายามรวบรวมความกล้า
"ความหมายเหรอ?" เธอเดินเข้ามาใกล้ฉันจนได้กลิ่นแป้งราคาแพง "ธันวา... เราเรียนจบมาด้วยกัน เกียรตินิยมเหมือนกัน แต่ดูเธอสิคะ ห้าปีผ่านไป เธอได้อะไร? บันทึกไร้สาระพวกนี้เหรอ? การจมปลักอยู่กับอดีตไม่ทำให้ใครได้ดีขึ้นหรอกนะคะ ถ้าวันนี้ฉันไม่ก้าวไปข้างหน้า ฉันก็คงเป็นแค่ 'ธันวาคนที่สอง' ที่นั่งจัดหนังสือไปวันๆ รอความตายไปพร้อมกับร้านที่ไม่มีอนาคตแห่งนี้"
เธอยื่นนามบัตรใบหนึ่งมาให้ฉัน นิ้วเรียวของเธอเคาะลงบนปกหนังสือที่ฉันถืออยู่ "คิดดูนะคะ ถ้าเบื่อชีวิตรันทดนี่เมื่อไหร่ โทรหาฉัน... ฉันอาจจะเมตตารับเธอไปเป็นเลขาส่วนตัว ให้ช่วยจัดตารางนัดให้แทนที่จะมาจัดชั้นหนังสือพวกนี้"
ฉันนิ่งไป ความรู้สึกอัดอั้นตีตื้นขึ้นมาในคอ แรงเปรียบเทียบจากความสำเร็จที่เธอพ่นออกมามันช่างชัดเจนและโหดร้าย เธอไม่ได้มาทักทายฉันหรอก เธอมาเพื่อตอกย้ำว่า ฉันคือ 'ผู้แพ้' ในเกมของชีวิตที่เธอเป็นผู้กำหนดกติกาเองทั้งหมด
"ขอบคุณที่หวังดีนะคะริน" ฉันฝืนยิ้ม รอยยิ้มที่ฝืนทำจนกล้ามเนื้อหน้าแทบฉีก "แต่ฉันว่าความหมายของการมีชีวิตอยู่ของแต่ละคน... คงไม่เหมือนกันหรอกค่ะ"
รินรดาเลิกคิ้วมองฉันด้วยสายตาที่มองเหมือนมองคนหลงทาง ก่อนจะหันหลังกลับอย่างไม่ไยดี เสียงส้นสูงกระทบพื้นไม้ดัง 'ก๊อก... ก๊อก...' เหมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความล่มสลายของร้านหนังสือที่ฉันรัก ฉันรู้สึกเหมือนตัวเล็กลงเรื่อยๆ ภายใต้เงามืดของร้านที่เริ่มขยายตัวอีกครั้ง เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที
"ธันวา... ลูกรัก" เสียงของคุณยายละมุนดังขึ้นแผ่วเบา ท่านวางปากกาลงแล้วเงยหน้าขึ้นมองฉัน แววตาของท่านไม่ได้มีความกังวลแม้แต่น้อย "เมื่อกี้เธอเห็นไหม? แสงที่เธอคิดว่าสว่างไสวนักหนาน่ะ... แท้จริงแล้วมันเป็นแค่แสงไฟฉายที่หลอกตาคนให้วิ่งตามหาเงาของตัวเองจนลืมว่าเท้ากำลังเหยียบอยู่บนพื้นอะไร"
ฉันนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก ความสับสนเริ่มถาโถมเข้ามาอีกครั้ง
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง... ไม่ใช่เสียงต้อนรับที่อ่อนหวาน แต่มันเป็นเสียงแหลมสูงที่ฟังดูคล้ายเสียงกรีดร้องของโลหะที่บิดเบี้ยว ร่างของรินรดาที่เพิ่งจะเดินพ้นประตูไปเมื่อครู่หยุดกะทันหัน เธอหันกลับมามองที่ร้านด้วยสีหน้าที่ซีดเผือด ราวกับเพิ่งเห็นบางอย่างที่มนุษย์ไม่ควรเห็น
เธอไม่ได้มองมาที่ฉัน แต่เธอกำลังมองผ่านหัวไหล่ของฉันไปที่กำแพงด้านหลังร้าน... ที่ซึ่งตู้หนังสือไม้โอ๊คเก่าแก่นับร้อยปีค่อยๆ แยกตัวออกจากกัน เผยให้เห็นช่องว่างสีดำมืดมิดที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่งเข้าไป ร่างของรินรดาสั่นสะท้าน เธอพยายามจะก้าวถอยหลัง แต่รองเท้าของเธอเหมือนถูกตรึงไว้กับพื้น เธออ้าปากค้างจะกรีดร้อง แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา นอกจากเสียงกระซิบที่คุ้นเคย... เสียงของ 'ตัวฉันเอง' ที่กำลังพูดออกมาจากเงามืดนั้น
"มาสิคะรินรดา... ในเมื่อเธอภูมิใจกับความสำเร็จนัก ทำไมไม่ลองเข้ามาดู 'ความว่างเปล่า' ของฉันให้ชัดๆ ล่ะว่ามันน่ากลัวกว่าการที่เธอต้องตื่นมาพร้อมกับความกดดันทุกเช้าแค่ไหน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางค้นหาความหมายไปกับบันทึกสีน้ำตาลเล่มนี้เสมอมานะคะ
บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 12
เพื่อนเก่าที่แวะมาทักทาย
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!