บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 13

ความอิจฉาในใจ

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
“รินรดาคะ... ดูเหมือนชุดที่เธอใส่มาวันนี้ จะราคาแพงกว่าเงินเดือนทั้งเดือนของฉันเสียอีกนะคะ” คำพูดนั้นไม่ได้หลุดออกจากปากฉัน แต่มันกรีดร้องอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา ราวกับเข็มนาฬิกาที่คอยตอกย้ำจังหวะชีวิตที่ผิดเพี้ยน ฉันนั่งกำแก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนหยดน้ำไหลนองเต็มโต๊ะ สายตาจับจ้องไปที่รอยยิ้มพริ้มพรายของรินรดา เพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันนาน—หรือที่จริงคือคนที่ฉันพยายามหลบหน้ามาตลอดสามปี เธอขยับคอเสื้อแบรนด์เนมอย่างเป็นธรรมชาติ ขณะที่เล่าเรื่องโปรเจกต์ระดับภูมิภาคที่เพิ่งปิดดีลไปสำเร็จ “ธันวา... เธอเปลี่ยนไปนะ ดูเงียบขึ้นมากเลย จริงๆ ถ้าเธออยากย้ายสายงาน บอกฉันได้นะ เดี๋ยวฉันฝากให้” คำว่า ‘ฝากให้’ เหมือนตบหน้าฉันฉาดใหญ่ด้วยความปรารถนาดีจอมปลอม ฉันได้แต่ยิ้มรับ มุมปากกระตุกเล็กน้อย ความรู้สึกอิจฉา—เจ้าก้อนเนื้อร้ายที่เกาะกินอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ กำลังแผ่ขยายเหมือนหมึกที่หยดลงในแก้วน้ำใส มันไม่ได้รุนแรงจนบ้าคลั่ง แต่มันแสบร้อน ยิ่งพยายามซ่อนไว้ด้วยมารยาททางสังคมเท่าไหร่ มันยิ่งขยายตัวจนฉันแทบหายใจไม่ออก รินรดาเดินจากไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและช่องว่างที่ใหญ่โตกว่าเดิมในใจฉัน ฉันคว้าสมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มเก่งขึ้นมา มือสั่นเทาขณะขีดเขียนลงไปอย่างบ้าคลั่ง ไม่ใช่เพื่อระบาย แต่เพื่อทำลายความรู้สึกน่ารังเกียจของตัวเองที่ริษยาเพื่อนได้ลงคอ ‘ความสำเร็จของเธอ คือกระจกเงาที่ส่องให้เห็นความล้มเหลวของฉันชัดขึ้นทุกทีสินะ ธันวา... เธอเป็นคนน่าสมเพชขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน’ ฉันรีบออกจากร้านกาแฟ เดินฝ่าฝูงชนที่เร่งรีบราวกับตัวเองหลุดไปอยู่ในโลกที่ไร้แรงโน้มถ่วง เป้าหมายเดียวในตอนนี้คือร้านหนังสือเก่าของคุณยายละมุน ที่นั่นคือที่เดียวที่อนุญาตให้ฉันเป็นคน ‘ว่างเปล่า’ ได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด เมื่อถึงหน้าร้าน กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นจางๆ เข้ามาปะทะจมูก มันให้ความรู้สึกเหมือนการได้กลับมาอยู่บ้านหลังจากหลงทางในพายุโคลน คุณยายละมุนกำลังจัดเรียงหนังสืออยู่หลังเคาน์เตอร์ ท่านเหลือบมองฉันผ่านแว่นสายตา เพียงแค่ปราดเดียว—สายตาที่ผ่านโลกมานานนับทศวรรษก็อ่านฉันออกจนทะลุปรุโปร่ง “วันนี้ลมพายุอะไรหอบเอาคนขี้อิจฉามาถึงนี่ล่ะจ๊ะ?” ท่านถามเรียบๆ ไม่ได้มีท่าทีตำหนิ แต่น้ำเสียงนั้นกลับทำให้ฉันสะอึก ฉันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม “หนูแย่มากใช่ไหมคะคุณยาย... หนูอิจฉาเพื่อน อิจฉาจนอยากจะกรีดร้องใส่หน้าเธอว่า ความสำเร็จของเธอมันก็แค่เปลือกนอกที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อกลบความกลัว... แต่หนูก็ทำไม่ได้ หนูได้แต่ยิ้มรับ แล้วก็รู้สึกเกลียดตัวเอง” คุณยายละมุนวางหนังสือในมือลง ท่านเดินอ้อมเคาน์เตอร์มาวางมืออุ่นๆ ลงบนไหล่ของฉัน “ความอิจฉาไม่ใช่ปีศาจหรอกธันวา มันคือเข็มทิศต่างหาก” “เข็มทิศหรือคะ? มันจะนำทางหนูไปสู่ความพินาศมากกว่ามั้งคะ!” ฉันแย้ง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มคลอเบ้า “มันชี้ให้เห็นว่า ‘ใจ’ ของเธอ กำลังโหยหาสิ่งที่เธอยังไม่มี หรืออาจจะเป็นสิ่งที่เธอเคยมีแล้วทำหล่นหายไป ลองถามตัวเองดูสิ ว่าสิ่งที่เธอกำลังอิจฉารินรดาน่ะ คือ ‘ความสำเร็จ’ ของเธอจริงๆ หรือเป็นเพราะเธอแอบโกรธตัวเองที่ปล่อยให้ชีวิตมาถึงจุดที่ต้องมานั่งรอให้คนอื่นหยิบยื่นโอกาสให้กันแน่?” คำพูดของคุณยายเหมือนมีดผ่าตัดที่กรีดลงไปกลางแผลสด ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วร้าน มีเพียงเสียงนาฬิกาลูกตุ้มที่คอยนับถอยหลังจังหวะหัวใจที่เต้นผิดปกติของฉัน ฉันเริ่มคิดทบทวน... รินรดาไม่ได้ผิดอะไร เธอแค่กำลังวิ่งในลู่วิ่งของเธอ ส่วนฉันล่ะ? ฉันหยุดวิ่งไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันไม่ได้อิจฉาชีวิตของเธอ แต่ฉันอิจฉา ‘ความมั่นใจ’ ในการเลือกเดินของเธอต่างหาก “หนูแค่อยากได้ความรู้สึกนั้นกลับมาค่ะ... ความรู้สึกที่ว่าชีวิตนี้เป็นของหนูจริงๆ ไม่ใช่ชีวิตที่ต้องมานั่งก้มหน้าตามตารางงานหรือสายตาของคนอื่น” ฉันกระซิบ “ถ้าอย่างนั้น ก็จงขอบคุณความอิจฉานี้เสีย” ท่านยิ้มมุมปาก “ขอบคุณที่มันเตือนให้เธอรู้ว่า เธอยังมีความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่แค่หายใจทิ้งไปวันๆ” ฉันหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาอีกครั้ง ตั้งใจจะเขียนบทเรียนนี้ไว้ แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่เสียบไว้ในหนังสือเล่มเก่าที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ มันเป็นกระดาษโน้ตที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตา... ลายมือของ ‘พ่อ’ คนที่ทิ้งฉันไปตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน พร้อมกับทิ้งความลับเรื่องหนี้สินก้อนโตไว้ให้แม่ ข้อความในกระดาษนั้นสั้นๆ แต่ทำเอาฉันชาไปทั้งร่าง: *“ธันวา... ถ้าลูกได้อ่านบันทึกเล่มนี้ แสดงว่าถึงเวลาแล้วที่ลูกต้องรู้ว่า ‘สมุดบันทึกสีน้ำตาล’ เล่มนี้ ไม่ได้มีไว้แค่ให้ลูกเขียนเรื่องของตัวเอง แต่มันคือเบาะแสเดียวที่จะพาไปหา ‘ความลับ’ ที่แม่ของลูกซ่อนไว้ในวันที่พ่อจากไป... อย่าไปไว้ใจใคร แม้แต่หญิงชราเจ้าของร้านหนังสือคนนั้น”* มือของฉันเย็นเฉียบ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองคุณยายละมุน ท่านไม่ได้กำลังยิ้มอย่างใจดีอีกต่อไป แต่ท่านกำลังจ้องมองมาที่สมุดในมือฉันด้วยสายตาที่เรียบเฉย... สายตาที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกผ่านตัวอักษรไปพร้อมกับสมุดบันทึกเล่มนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%