บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 14

บันทึกเรื่องคนที่จากไป

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"หนูไม่ได้ตั้งใจจะอ่านของคนอื่นค่ะ... เพียงแต่หน้ากระดาษมันเปิดค้างไว้ที่ชื่อของเขา" ฉันเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่หนักอึ้งราวกับมีเม็ดทรายนับล้านเม็ดโปรยลงมาทับถมในอากาศ สายตาของคุณยายละมุนยังคงตรึงอยู่ที่สมุดบันทึกเล่มหนาในมือฉัน—เล่มที่ฉันบังเอิญเจอในลิ้นชักโต๊ะทำงานไม้สักเก่าแก่ของท่านเมื่อครู่ ความเย็นเฉียบจากปลายนิ้วลามไปถึงขั้วหัวใจ เมื่อเห็นคุณยายวางถ้วยชาลงช้าๆ เสียงกระเบื้องกระทบจานรองกังวานบาดหูราวกับเสียงระฆังเตือนภัย ท่านไม่ได้โกรธ แต่สิ่งที่ฉายชัดในดวงตาคู่นั้นคือความ 'ว่างเปล่า' ที่น่ากลัวกว่าความเกรี้ยวกราดหลายเท่านัก "ชื่อ 'รวินทร์' หรือจ๊ะ" คุณยายถาม เสียงของท่านแผ่วเบาจนแทบจางไปกับลมหายใจ แต่กลับทิ่มแทงเข้าที่กลางอกของฉันอย่างจัง ฉันพยักหน้าช้าๆ มือที่ถือสมุดสั่นเทา ความรู้สึกผิดโถมเข้ามาจนอยากจะทิ้งสมุดเล่มนี้ลงพื้น แต่แรงดึงดูดบางอย่างที่อธิบายไม่ได้กลับทำให้ฉันกอดมันไว้แน่นขึ้น รวินทร์... ชื่อที่ฉันไม่ได้ยินมานานนับสิบปี ชื่อของคนที่เป็นดั่งปมเงื่อนตายในชีวิตของฉัน คนที่จากไปโดยทิ้งคำถามไว้ให้ฉันแบกรับจนถึงทุกวันนี้ "เขาสอนให้หนูรู้จักความสูญเสีย" ฉันพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วง "แต่เขาก็ทิ้งความสูญเสียนั้นไว้ให้หนูจัดการเพียงลำพัง เหมือนกับ... เหมือนกับสมุดเล่มนี้ที่ยายกำลังพยายามจะซ่อนมันไว้" คุณยายละมุนลุกขึ้นช้าๆ ท่าเดินของท่านดูเปราะบางกว่าทุกวัน ท่านเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดตรงหน้าฉัน กลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นดอกมะลิแห้งที่ติดตัวท่านมาทำให้อารมณ์ของฉันแกว่งไกว ท่านเอื้อมมือมาแตะเบาๆ ที่ปกสมุด ก่อนจะดึงมันไปจากมือฉันอย่างนุ่มนวล แต่ทว่ามั่นคง "คนเราทุกคนมี 'รวินทร์' ของตัวเองเสมอแหละธันวา" ท่านพูดพลางเดินกลับไปที่ชั้นหนังสือ แผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวในยามนี้ทำให้ฉันตระหนักได้ว่า ฉันไม่ใช่คนเดียวที่ติดอยู่ในกรงขังของอดีต "ความต่างคือ บางคนเลือกจะฝังมันไว้ใต้ตู้ไม้เก่าๆ แบบยาย... แต่บางคนกลับพกมันไว้ในกระเป๋าเดินทางตลอดเวลาเหมือนที่หนูกำลังทำอยู่" "หนูแค่ไม่เคยได้บอกลาเขาอย่างจริงๆ จังๆ เลยค่ะยาย" ฉันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม ความทรงจำสีเทาหม่นพรั่งพรูออกมาเหมือนเขื่อนที่แตกทะลัก "คืนนั้นฝนตกหนักมาก หนูยังจำสัมผัสของมือเขาที่ค่อยๆ ปล่อยจากมือหนูได้แม่น... มันไม่ใช่การจากลา แต่มันคือการพรากจาก" คุณยายหยุดยืนที่หน้าชั้นหนังสือ ท่านไม่ได้หันมามอง แต่ประโยคที่ท่านพูดทำให้ฉันต้องกลั้นหายใจ "หนูคิดว่าเขากำลังรอให้หนูไปบอกลาที่ไหนล่ะจ๊ะ... ในสมุดเล่มนี้ หรือในที่ที่เขาจากไปจริงๆ" ฉันมองตามสายตาของคุณยายไปที่กองเอกสารเก่าๆ ข้างๆ ชั้นหนังสือ ที่นั่นมีซองจดหมายสีเหลืองซีดที่ยังไม่ได้จ่าหน้าซองวางอยู่หนึ่งฉบับ มันไม่ใช่จดหมายธรรมดา แต่มันคือสิ่งเดียวที่ฉันพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดชีวิต คือความจริงที่ว่าความตายไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือบทเริ่มต้นของการตั้งคำถามที่ไม่มีวันได้รับคำตอบ ฉันลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้กองเอกสารนั้น มือของฉันสั่นรุนแรงกว่าเดิม พยายามจะเอื้อมไปหยิบซองจดหมายฉบับนั้นขึ้นมา ในขณะที่คุณยายละมุนเริ่มฮัมเพลงเก่าๆ เพลงที่แม่เคยร้องให้ฟังก่อนนอน... เพลงที่รวินทร์ชอบฟังในวันที่เรานั่งมองพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน "หนูไม่พร้อมจะอ่านมันค่ะยาย" ฉันบอกเสียงสั่น "ไม่มีใครพร้อมหรอกจ้ะธันวา แต่ถ้าไม่เปิดอ่านตอนนี้ วันที่ลมพัดแรงขึ้นอีกนิด จดหมายใบนี้อาจจะกลายเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไร้ความหมายไปตลอดกาล" ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของความกล้าหาญที่เหลืออยู่น้อยนิด ปลายนิ้วสัมผัสกับกระดาษที่กรอบและแห้งกรัง ทันทีที่ฉันดึงจดหมายออกมาจากซอง กลิ่นอายของความทรงจำในอดีตก็โชยปะทะใบหน้า จนฉันเผลอหลับตาแน่น ในจดหมายนั้นไม่ได้เขียนด้วยลายมือของรวินทร์อย่างที่ฉันคาดหวัง... แต่มันคือลายมือของ 'ใครบางคน' ที่คุ้นตาอย่างประหลาด ลายมือที่ฉันเคยเห็นผ่านตาในบันทึกส่วนตัวของแม่เมื่อหลายปีก่อน ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าร้านหนังสือ เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังกังวานขึ้นอย่างไม่คาดฝัน ตามด้วยร่างของชายวัยกลางคนที่สวมชุดกันฝนเปียกโชก เขาเดินตรงเข้ามาในร้านโดยไม่หยุดทักทายคุณยายแม้แต่น้อย สายตาของเขากวาดมองมาที่ฉัน ก่อนจะหยุดลงที่จดหมายในมือที่ฉันกำลังถืออยู่ "ในที่สุด... ก็มีคนเปิดมันออกสักที" ชายแปลกหน้าผู้นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำให้ขนแขนของฉันลุกชัน "หนูรู้ตัวไหมว่ากำลังถือนรกของใครไว้ในมือ" หัวใจของฉันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อชายคนนั้นค่อยๆ ถอดหมวกกันฝนออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่านดวงตาข้างหนึ่ง... ใบหน้าที่เหมือนกับรวินทร์คนรักของฉันราวกับแกะออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน สมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มนี้อาจจะไม่ได้บอกแค่เรื่องราวของฉัน แต่มันคือคำสารภาพที่ฉันไม่อาจยอมรับได้ ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและแสงสว่างในบันทึกเล่มนี้ไปพร้อมกับธันวานะคะ ขอให้ทุกวันของรี้ดเดอร์เป็นวันที่ได้โอบกอดตัวเองอย่างอ่อนโยนเสมอค่ะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%