“คุณกำลังมองหาอะไรกันแน่คะ? หนังสือที่เล่าถึงวิธีประสบความสำเร็จในสิบนาที หรือกำลังมองหาทางออกของความรู้สึกที่ไม่มีชื่อเรียกกันแน่?”
เสียงของคุณยายละมุนแผ่วเบาแต่บาดลึก ธันวาชะงักมือที่กำลังแตะสันปกหนังสือปกแข็งเล่มหนึ่งในโซนมุมอับของร้าน กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศ ราวกับว่าเวลาในที่แห่งนี้เดินช้ากว่าโลกภายนอกหลายเท่าตัว เขาไม่ได้หันไปมองเจ้าของเสียงในทันที แต่สายตากลับจับจ้องไปที่ปลายนิ้วตัวเองที่สั่นระริก
“ผม... ผมแค่บังเอิญเข้ามาหลบฝนครับ” ธันวาตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาท่าทีนิ่งเฉยที่เขาสวมทับไว้เป็นเกราะป้องกันมาตลอดห้าวัน
คุณยายละมุนก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิจากตัวท่านทำให้บรรยากาศที่บีบคั้นดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย ท่านหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งขึ้นมาจากโต๊ะไม้ตัวเตี้ยข้างๆ “หลบฝนจากข้างนอก หรือหลบความจริงที่ตามติดมาถึงในห้องทำงานของคุณกันคะ?”
คำถามนั้นราวกับมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนความเงียบงัน ธันวาสูดหายใจเข้าลึก เขาจำได้ว่าวินาทีที่ก้าวพ้นประตูร้านหนังสือเข้ามา เขารู้สึกเหมือนคนจมน้ำที่พยายามตะเกียกตะกายหาผิวน้ำ แต่ทว่าสิ่งที่รออยู่ไม่ใช่การรอดชีวิต กลับกลายเป็นการเผชิญหน้ากับ ‘ธันวา’ คนเก่าที่เขาพยายามลบภาพทิ้งไปนานแล้ว
“คุณยายรู้จักผมเหรอครับ?” ธันวาถาม พลางหันกลับไปสบตาหญิงชรา สายตาของเธอไม่ได้มีความอยากรู้อยากเห็นแบบคนทั่วไป แต่มันเป็นสายตาที่มองทะลุผ่านความว่างเปล่าของเขาไปถึงข้างใน
“ฉันเห็นคุณในนี้” คุณยายละมุนวางสมุดเล่มนั้นลงบนมือของธันวา ปกหนังสีน้ำตาลซีดจางนั่นดูคุ้นตาอย่างประหลาด มันคือไดอารีที่เขาเคยเขียนสมัยเริ่มทำงานใหม่ๆ สมัยที่เขายังเชื่อมั่นว่าโลกนี้หมุนตามพลังขับเคลื่อนของคนหนุ่มสาวที่เต็มไปด้วยไฟ
ธันวาเปิดอ่านหน้าแรกด้วยมือที่สั่นเทา ลายมือหวัดๆ ของเขาสมัยอายุยี่สิบห้ายังคงอยู่ที่เดิม—*‘เป้าหมายของผมในวันนี้คือการทำให้โปรเจกต์นี้เปลี่ยนโลกให้ได้ ไม่ใช่แค่เพื่อเงิน แต่เพื่อพิสูจน์ว่าคนตัวเล็กๆ อย่างผมก็มีตัวตนที่ชัดเจนในเมืองใหญ่แห่งนี้’*
เขากลืนก้อนสะอึกที่จุกอยู่ในลำคอ ความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบย้อนกลับมาเหมือนคลื่นยักษ์ เขาจำความกระตือรือร้นในตอนนั้นได้ ความรู้สึกที่ตื่นมาพร้อมกับแรงบันดาลใจ หัวใจที่เต้นรัวเมื่อได้แก้ปัญหาที่ท้าทาย และความภูมิใจที่ได้เป็นฟันเฟืองที่มีความหมาย
“ตอนนี้ล่ะคะ?” คุณยายละมุนถามเบาๆ “ฟันเฟืองตัวเดิมยังมีความภูมิใจหลงเหลืออยู่บ้างไหม หรือมันกลายเป็นแค่โลหะที่รอวันสึกกร่อนไปตามสภาพ?”
ธันวาเงียบไปนาน ท่ามกลางเสียงหยดน้ำฝนที่กระทบหลังคาร้านหนังสือ เขานึกถึงโต๊ะทำงานในออฟฟิศที่เต็มไปด้วยเอกสารที่เขาทำไปตามหน้าที่ นึกถึงรอยยิ้มจอมปลอมที่เขาส่งให้เพื่อนร่วมงาน และความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจในทุกๆ คืนที่เขากลับเข้าห้องพักไปลำพัง เขาไม่เหลือร่องรอยของคนคนนั้นอีกแล้ว คนที่เคยมีไฟ คนที่เคยมีฝัน ทุกอย่างถูกกลืนหายไปในเมืองใหญ่ที่ไม่มีใครหยุดรอใคร
“ผมลืมไปหมดแล้วครับ... ว่าทำไมผมถึงเริ่มวิ่งตั้งแต่วันแรก” เขาพึมพำ น้ำเสียงเจือความเจ็บปวด “ที่ผมวิ่งมาตลอดหลายปี ไม่ใช่การตามหาความสำเร็จ แต่มันคือการหนีจากความจริงที่ว่า ผมกลายเป็นคนแปลกหน้าที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่อยากทำความรู้จัก”
คุณยายละมุนถอนหายใจยาว ท่านเดินไปชงชาเงียบๆ ทิ้งให้ธันวายืนอยู่กับอดีตของตัวเอง เขาไล่สายตาอ่านบันทึกหน้าต่อๆ ไป ยิ่งอ่าน เขาก็ยิ่งพบว่าความสำเร็จที่เขาไขว่คว้ามาตลอดห้าปีนั้น มันแลกมาด้วยการสูญเสีย 'ตัวตน' ไปทีละนิด ทุกบทเรียนที่เขาบันทึกไว้ในตอนนั้น กลายมาเป็นคำถามที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงเขาในตอนนี้
บรรยากาศในร้านเปลี่ยนไป ทันใดนั้น เสียงกริ่งประตูหน้าร้านก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ ธันวาหันไปมองด้วยความระแวง—ไม่ใช่เพราะกลัวคนแปลกหน้า แต่เขากลัวว่าสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ตรงนี้จะถูกใครบางคนจากโลกภายนอกเข้ามาพังทลายลง
ชายในชุดสูทสีเข้มคนหนึ่งเดินเข้ามา ท่าทางเร่งรีบและดูเคร่งเครียดเกินกว่าจะเข้ามาเลือกซื้อหนังสือเล่มไหน สายตาของชายคนนั้นกวาดมองไปรอบร้าน ก่อนจะหยุดนิ่งที่ธันวาอย่างจงใจ
“ผมตามหาคุณมาห้าวันแล้ว ธันวา” ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ห้องทำงานของคุณถูกเปิดออกแล้ว และมีบางอย่างที่ทางบริษัทต้องการให้คุณกลับไปจัดการให้จบ... ก่อนที่ความลับในไดอารีเล่มที่คุณถืออยู่นั่น จะกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำลายชีวิตคุณจนไม่เหลือชิ้นดี”
หัวใจของธันวาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขามองลงไปที่สมุดในมือ ความลับที่เขาคิดว่าซ่อนไว้ในโต๊ะทำงานลึกสุดใจ กลับกลายเป็นสิ่งที่คนพวกนี้รู้เห็นมาตลอด
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดของธันวาไปกับสมุดบันทึกสีน้ำตาลนะคะ
บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 6
ตัวตนที่หายไปในเมืองใหญ่
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!