“คนเรามักจะดื่มกาแฟเพื่อตื่น แต่สำหรับฉัน... ดูเหมือนจะดื่มเพื่อกลบเกลื่อนความตายด้านข้างในมากกว่านะคะ”
คำพูดของฉันทิ้งตัวลงกลางวงสนทนา ราวกับก้อนหินที่ถูกทุ่มลงในบึงน้ำที่นิ่งสนิท ธันวานั่งก้มหน้ามองฟองนมที่เริ่มยุบตัวในถ้วยเซรามิกใบเก่า รอยร้าวเล็กๆ ตรงขอบถ้วยนั้นดูเหมือนเส้นเลือดที่แตกแขนงอยู่บนหลังมือของหญิงชราผู้ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ยายละมุนไม่ได้ตอบโต้อะไรในทันที ท่านเพียงแต่ขยับแว่นสายตาที่ห้อยอยู่กับสายคล้องคอ ก่อนจะหยิบช้อนเงินคันเล็กคนกาแฟในถ้วยของท่านเบาๆ เสียงกระทบกันของโลหะกับเซรามิกดัง *กริ๊ก... กริ๊ก...* มันเป็นจังหวะที่เรียบง่าย แต่กลับบีบคั้นหัวใจคนฟังอย่างประหลาด
“กาแฟหนึ่งแก้วบอกอะไรได้มากกว่าที่หนูคิดนะธันวา” ยายละมุนเอ่ยขึ้น เสียงของท่านแหบพร่าแต่กังวาน “ขมที่ปลายลิ้นคือความจริงที่หนูเพิ่งกลืนลงไป ส่วนความหวานที่เหลือทิ้งไว้... นั่นคือสิ่งที่หนูพยายามหลอกตัวเองว่ามันยังคงมีอยู่”
ฉันเงยหน้าขึ้นมองท่าน ดวงตาคู่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานกว่าเจ็ดสิบปีคู่นั้นดูราวกับจะมองทะลุผ่านเสื้อผ้า ผิวหนัง ไปจนถึงความว่างเปล่าที่ฉันพยายามปิดบังไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งเฉยในแต่ละวัน
“ยายกำลังจะบอกว่า... ชีวิตฉันมันขมจนกลืนไม่ลงเหรอคะ?” ฉันถามพลางแค่นยิ้มที่มุมปาก
“ยายกำลังจะบอกว่า หนูต่างหากที่กำลังขังตัวเองไว้ในถ้วยใบเดิม” ท่านวางช้อนลงอย่างแผ่วเบา “หนูเดินเข้าร้านหนังสือของยายมาห้าวันติดต่อกัน สั่งอเมริกาโน่ไม่ใส่น้ำตาลตลอด ทุกวัน... หนูพยายามมองหาความหมายในหน้ากระดาษ แต่สายตาของหนูไม่เคยหยุดอยู่ที่ประโยคไหนเลย หนูแค่พลิกหน้ากระดาษเพื่อผ่านเวลาไปวันๆ เหมือนคนที่กลัวว่าถ้าหยุดนิ่ง... อดีตจะวิ่งตามทัน”
ฉันชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความเงียบในร้านหนังสือที่มีเพียงกลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่เต้นระบำในแสงสลัวดูจะอึดอัดขึ้นมาทันที นี่คือครั้งแรกที่เราคุยกันด้วยเรื่องที่ไม่ใช่แค่การถามทางหรือฝากหนังสือ แต่มันเป็นการเปิดเปลือยบาดแผลที่ฉันซ่อนไว้หลังหน้ากากพนักงานออฟฟิศผู้ไร้ความรู้สึก
“ยายรู้ได้ยังไงคะ?” ฉันกระซิบ เสียงสั่นเครือนิดๆ อย่างห้ามไม่อยู่
ยายละมุนยิ้ม บางเบาและเปี่ยมด้วยเมตตา ท่านเอื้อมมือมาแตะขอบสมุดบันทึกสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะของฉัน “เพราะยายก็เคยเป็นคนจำพวกที่พยายามจดบันทึกทุกอย่างไว้... เพื่อหวังว่าสักวันจะหาทางออกเจอ แต่เชื่อเถอะธันวา ยิ่งหนูพยายามจัดระเบียบชีวิตลงในสมุดมากเท่าไหร่ ความโกลาหลข้างในใจหนูก็จะยิ่งเรียกร้องให้มีพื้นที่มากขึ้นเท่านั้น”
ฉันก้มมองสมุดบันทึกเล่มนั้น สมุดที่ฉันตั้งใจจะใช้เขียนความหมายของชีวิตตลอด 65 วัน ทว่าจนถึงวันนี้... หน้ากระดาษส่วนใหญ่ยังคงว่างเปล่า
“หนูแค่อยากรู้ว่า... ความสุขจริงๆ มันเป็นยังไง ยายเคยไหมคะ? ความรู้สึกที่ตื่นมาแล้วไม่รู้จะหายใจไปเพื่ออะไร”
ยายละมุนขยับตัวพิงพนักเก้าอี้ไม้เก่าๆ สายตาของท่านเหม่อมองไปยังตู้หนังสือตู้ใหญ่ที่มุมร้าน “ในวันที่สามีของยายจากไป ร้านหนังสือแห่งนี้กลายเป็นหลุมศพที่เงียบเชียบที่สุดในโลก ยายเคยทำแบบหนูนะ... พยายามเขียนบันทึกว่าวันนี้ทำอะไรบ้าง เพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองยังไม่ตาย แต่แล้ววันหนึ่ง ยายก็พบว่าสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การบันทึกว่าวันนี้เราทำอะไร แต่คือการบันทึกว่า 'เรายังรู้สึกถึงอะไรบ้าง' ต่างหาก”
ท่านหยิบหนังสือเล่มหนาปกสีซีดออกมาจากใต้โต๊ะแล้วส่งให้ฉัน “ลองอ่านหน้าแรกดูสิ... หน้าที่ยายไม่ได้ตั้งใจเขียนให้ใครอ่านเหมือนกัน”
ฉันรับหนังสือมาด้วยมือที่สั่นเทา พลิกหน้ากระดาษที่กรอบและเหลืองตามกาลเวลา ตัวอักษรลายมือหวัดๆ ของยายละมุนปรากฏแก่สายตา มันไม่ใช่บันทึกการเดินทางที่สวยหรู แต่เป็นข้อความสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความหวังที่ปะปนกัน
*‘วันนี้ฉันร้องไห้เพราะดอกไม้ที่เขาชอบเริ่มเหี่ยวเฉา แต่ในขณะเดียวกัน ฉันกลับพบความสวยงามของหยดน้ำค้างที่เกาะอยู่บนกลีบดอกไม้ที่กำลังจะร่วงโรย... บางทีความตายอาจไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือการเริ่มต้นของบทที่ไม่มีใครคาดคิด’*
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของชายคนหนึ่งที่ฉันคุ้นตาเหลือเกิน เขาไม่ได้ใส่สูททำงานเหมือนทุกครั้ง แต่สวมเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่และมีรอยช้ำที่โหนกแก้ม แววตาของเขาดูเลื่อนลอยและเหนื่อยล้ากว่าฉันหลายเท่า
“ธันวา... ผมตามหาคุณจนทั่ว” เขาพูดหอบๆ พลางกวาดสายตามองมาที่ฉันและยายละมุน “พวกเขากำลังจะปิดโครงการแล้วนะ และผม... ผมกำลังจะเสียทุกอย่างไป รวมถึงเรื่องที่ผมกำลังจะบอกคุณในตอนนี้ด้วย”
ฉันอ้าปากค้าง สมุดบันทึกในมือร่วงหล่นลงพื้น เสียงกระดาษปะทะกับพื้นไม้ดังชัดเจนในความเงียบ ยายละมุนเพียงแต่ขยับแว่นตาแล้วมองเหตุการณ์ด้วยสายตาที่สงบนิ่ง ราวกับท่านล่วงรู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะต้องมาถึง
ความลับที่ถูกเก็บงำไว้ในห้องทำงานที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องกำลังจะถูกเปิดเผย ในวินาทีที่ผมตัดสินใจก้าวเข้ามาในร้านหนังสือเล็กๆ แห่งนี้ ชีวิตที่ผมพยายามหนีมาตลอดห้าวัน ก็ดูเหมือนจะถูกบีบให้เข้ามุมจนไม่มีที่ไปอีกต่อไป
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ ขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมค้นหาความหมายไปพร้อมกับสมุดบันทึกเล่มนี้ค่ะ
บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 5
กาแฟกับความทรงจำ
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!