"งานของคุณ... ขาดหัวใจค่ะ"
คำพูดนั้นไม่ได้ถูกพ่นออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีดโกนเมื่อมาพร้อมกับสายตาเรียบเฉยของบรรณาธิการหญิงตรงหน้า กระดาษต้นฉบับที่ธันวาใช้เวลาเขียนแรมเดือนวางกองอยู่ตรงนั้น รอยพับมุมกระดาษที่เขาพยายามถนอมมันไว้ดูเหมือนจะไร้ความหมายไปทันทีเมื่อถูกวางทับด้วยซองเอกสารสีน้ำตาลที่ส่งคืนกลับมา
ธันวานั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิมในสำนักพิมพ์ที่เขาเคยเฝ้าฝันว่าสักวันจะได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง มือของเขาชื้นเหงื่อจนต้องกำหมัดแน่นใต้โต๊ะเพื่อซ่อนอาการสั่น
"ขอโทษนะคะ... ดิฉันพยายามสื่อสารผ่านความทรงจำอย่างดีที่สุดแล้ว" เขาเค้นเสียงตอบออกไป พยายามรักษาจังหวะการหายใจไม่ให้ติดขัด แต่เสียงที่ออกมากลับฟังดูแหบพร่าและสั่นเครือจนน่าสมเพช
หญิงวัยกลางคนถอนหายใจพลางขยับแว่นสายตา เธอไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาอีกครั้ง แต่กลับก้มลงไปจัดการกับกองเอกสารตรงหน้า "ความทรงจำไม่ใช่เรื่องราวค่ะคุณธันวา ผู้อ่านไม่ได้ต้องการอ่านไดอารีของคนแปลกหน้าที่เอาแต่คร่ำครวญถึงความสูญเสีย แต่พวกเขาต้องการ 'ชีวิต' ที่กระโจนออกมาจากตัวอักษร งานของคุณมันเหมือนภาพวาดที่สวยงาม แต่มันไร้เงา... มันแบนราบเกินกว่าจะทำให้ใครสักคนอยากหยิบขึ้นมาอ่านซ้ำ"
ธันวาไม่ได้ยินคำพูดอื่นหลังจากนั้น เสียงในหัวของเขามันอื้ออึงราวกับถูกคลื่นกระแทกซัดเข้าใส่ เขาลุกขึ้นยืนโดยไม่แม้แต่จะกล่าวลา ความพยายามทั้งหมดที่เขาใช้ก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่แหลกสลายของชีวิต เพื่อกลั่นกรองมันออกมาเป็นตัวอักษร กลับถูกปฏิเสธด้วยประโยคสั้นๆ ว่ามัน 'ไร้ชีวิต'
เขาก้าวออกมาจากตึกสูงระฟ้า ลมข้างนอกพัดพาเอาฝุ่นควันและเสียงอึกทึกของเมืองกรุงเข้ามาปะทะใบหน้า ธันวาเดินอย่างไร้จุดหมายจนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าร้านหนังสือเก่าของ 'คุณยายละมุน' กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นไม้จางๆ ที่คุ้นเคยไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสงบอย่างที่เคย แต่กลับทำให้ความรู้สึกที่เขากลั้นไว้พังทลายลง
"หน้าตาเหมือนคนทำของรักหายไปทั้งโลกเลยนะพ่อหนุ่ม" เสียงแหบพร่าแต่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาดังขึ้นจากมุมหนึ่งของร้าน คุณยายละมุนวางแว่นขยายลงแล้วหันมามองเขาผ่านเลนส์สายตาหนาเตอะ
ธันวาวางซองเอกสารลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า สัมผัสนั้นหนักอึ้งกว่าปกติ "เขาบอกว่าผมไม่มีหัวใจครับยาย... สิ่งที่ผมเขียนมาตลอด สิ่งที่ผมพยายามเยียวยาตัวเองผ่านมัน มันไม่มีความหมายเลยในสายตาของคนอื่น"
คุณยายละมุนเดินต้วมเตี้ยมเข้ามาใกล้ เธอไม่ได้เปิดซองเอกสารนั้นดู แต่กลับใช้มือเหี่ยวย่นลูบเบาๆ ลงบนกระดาษ "รู้ไหมธันวา... หนังสือที่ขายดีที่สุดในร้านยาย ไม่ใช่เล่มที่มีภาษาหรูหราที่สุด แต่มันคือเล่มที่มี 'รอยคราบน้ำตา' ของคนเขียนประทับอยู่จางๆ ตรงขอบกระดาษ"
"แต่นั่นมันความเปราะบางของผมนะครับยาย... ใครจะอยากเห็นความพ่ายแพ้ของคนอื่น"
"ความพ่ายแพ้นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้คนเรามีชีวิต" คุณยายขยับยิ้มที่มุมปาก "ถ้าเธอซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ใต้ตัวอักษรที่สมบูรณ์แบบเกินไป ผู้อ่านเขาก็สัมผัสได้แค่ความเย็นชา เธอไม่จำเป็นต้องทำให้งานของเธอ 'สมบูรณ์แบบ' เธอแค่ต้องทำให้มัน 'จริง' พอที่จะกรีดหัวใจคนอ่านให้เลือดไหลซิบๆ ได้ต่างหาก"
ธันวานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขามองไปยังชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของคนอื่นมากมายที่ผ่านการคัดเลือกและวางจำหน่าย ความสับสนที่เกาะกินใจเริ่มเปลี่ยนรูปไปเป็นความขุ่นเคืองเล็กๆ ที่ก่อตัวขึ้นข้างใน เขาไม่ได้โกรธบรรณาธิการคนนั้น แต่เขากำลังโกรธตัวเองที่ยอมรับความพ่ายแพ้นี้ง่ายเกินไป
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาใหม่ "ผมคงต้องเขียนมันใหม่... ใหม่ทั้งหมด"
"ไม่ใช่แค่เขียนใหม่นะธันวา" คุณยายละมุนเสริมด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "เธอต้องกล้าที่จะสารภาพความลับที่เธอซ่อนไว้ในหน้าสุดท้ายของไดอารีเล่มนั้นด้วย ถ้าเธอไม่กล้าเปิดเผยส่วนที่มืดมิดที่สุด งานของเธอก็จะยังคงไร้ชีวิตอย่างที่เขาว่าจริงๆ"
ธันวาชะงักไป คำพูดนั้นสะกิดใจเขาราวกับมีใครนำเข็มมาปักที่อก เขาก็แค่เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่พยายามวิ่งหนีจากอดีตที่ทำผิดพลาด ความลับเรื่อง 'ข้อความสุดท้าย' ที่เขายังไม่เคยบอกใคร แม้แต่ตัวเขาเองในบันทึกเล่มนี้
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคนที่ธันวาไม่คิดว่าจะได้เจอที่นี่ หญิงสาวร่างสูงโปร่งในชุดทำงานเรียบหรูที่เคยเป็นคู่รักของเขาเมื่อหลายปีก่อนเดินเข้ามา เธอหยุดชะงักเมื่อเห็นธันวาในสภาพที่ผมเผ้าไม่เป็นทรงและดวงตาที่แดงก่ำ
"ธันวา?" เธอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาไปที่ซองเอกสารในมือเขา "นั่น... บันทึกเรื่อง 'วันที่เราจากกัน' ใช่ไหมคะ?"
ธันวาตัวแข็งทื่อ เขาไม่เคยบอกใครว่าเขาเขียนถึงเธอในบันทึกเล่มนี้... และสิ่งที่อยู่ในหน้าสุดท้ายนั้น มันคือคำสารภาพที่เขาเป็นคนเลือกที่จะจบความสัมพันธ์ด้วยตัวเอง ไม่ใช่อย่างที่เธอเข้าใจมาตลอดหลายปี
"คุณมาที่นี่ได้ยังไง" เขาถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ขณะที่ความลับที่เขาสาบานว่าจะเก็บไว้ใน 'บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน' กำลังจะถูกเปิดเผยต่อหน้าเจ้าของเรื่องราวเอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรของสมุดบันทึกสีน้ำตาลเสมอนะคะ
บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 36
อุปสรรคที่ไม่คาดฝัน
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!